“ตร.ไซเบอร์-แบงก์” อายัดบัญชีม้าแล้ว 3.2 หมื่นคดี มูลค่ากว่า 400 ล้าน

18.05.23 | 21:16 น.

“ตร.ไซเบอร์-แบงก์”อายัดบัญชีม้าแล้ว 3.2 หมื่นคดี มูลค่ากว่า 400 ล้าน

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่อาคารรัฐสภา นายสัญชัย จุลมนต์ หัวหน้าคณะทำงานศึกษาติดตามการบังคับใช้ พ.ร.ก.การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ไอซีที วุฒิสภา กล่าวว่า ได้เชิญผู้แทน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย ธนาคารพาณิชย์ ร่วมชี้แจง หลังจาก พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2566 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 17 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยเปิดทางให้ผู้เสียหายแจ้งธนาคารระงับบัญชีม้าได้ทันที เพราะมีบทลงโทษสูงสุด จำคุกตั้งแต่ 2-5 ปี ปรับ 2-5 แสนบาท หรือทั้งจำและปรับ เพื่อแก้ปัญหาหลอกลวงออนไลน์ อาชญากรรมทางออนไลน์

นายสัญชัยกล่าวว่า ทั้งนี้ การขับเคลื่อนตาม พ.ร.ก.ความปลอดภัยไซเบอร์ มีหลายหน่วยงานร่วมทำงาน อาทิ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กระทรวงการคลัง แบงก์ชาติ ตำรวจไซเบอร์ สมาคมธนาคารไทย ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ ร่วมกันป้องกันเชิงรุก ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ อายัดบัญชีม้าผู้กระทำผิด 32,000 คดี มูลค่า 400 ล้านบาท ในช่วงเพียง 1 เดือน หลังกฎหมายบังคับใช้

นายสัญชัยกล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มมิจฉาชีพเริ่มพลิกแพลงกลโกง จากการส่ง SMS เพื่อให้กดลิงค์ เปลี่ยนมาเป็นส่งทาง E-mail, Line หรือโซเชียลอื่นๆ ขณะที่ธนาคารมีอำนาจระงับบัญชีได้ชั่วคราวเพียง 7 วัน หลังจากนั้นตำรวจไซเบอร์จะส่งสำนวนดำเนินคดีในขั้นต่อไป โดยทางสถาบันการเงินแจ้งว่าเพื่อระงับความเสียหายให้ทันเหตุการณ์ เนื่องจากมิจฉาชีพจะโอนเงินต่อเนื่องไปยังหลายบัญชีม้า หลายธนาคาร หากสงสัยและวงเงินสูงธนาคารจะอายัดเอาไว้ก่อน เมื่อได้รับการแจ้งเหตุ แต่เพื่อไม่ให้กระทบต่อการใช้เงินของผู้บริสุทธิ์ จึงมีระยะเวลาที่อายัดเอาไว้ชั่วคราว เพื่อให้เบิกใช้เงินได้ตามปกติ หากไม่ได้กระทำผิด

นายสัญชัยกล่าวว่า ขอให้ประชาชนผู้ถูกหลอกลวงแจ้งสายด่วนกับธนาคารเจ้าของบัญชี เพื่อความรวดเร็ว ธนาคารเป็นเพียงการหยุดเลือด ส่วนตำรวจติดตามเอาผิด อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า พ.ร.ก.ป้องกันภัยไซเบอร์ อาจต้องแก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติม หลังจากนี้ต้องติดตามและประเมินผลอย่างใกล้ชิด ป้องกันลุกลามไปยังคริปโทเคอร์เรนซี วอลเล็ต การเติมเงินเพื่อเล่นเกมส์ออนไลน์

Advertisement

เนื่องจากกลุ่มมิจฉาชีพพัฒนาการไม่หยุด ขณะที่ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝากทยอยสแกนใบหน้า เพื่อยืนยันตัวตนกับประชาชนผู้ฝากเงิน ปัจจุบันการเบิกถอนเงินต่ำกว่า 50,000 บาทต่อรายการ สัดส่วนประมาณร้อยละ 99 การเบิกเงินเกิน 50,000 บาทต่อรายการมีประมาณร้อยละ 1 และธนาคารกำลังพัฒนาระบบการแชร์ข้อมูลระหว่างกัน เมื่อเกิดเหตุสงสัยในการโอนเงินต่อเนื่องไปหลายบัญชี จะได้ระงับได้ทันท่วงที