09.00 INDEX บันทึกช่วยจำ 22 พฤษภาคม วาระแห่งการเปลี่ยนประเทศ
ไม่ว่าจะเป็นการออกมาแถลงความพร้อมในการเข้าดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นการนัดแถลงร่วมกัน 8 พรรคที่จะเป็นองค์ประกอบแห่งรัฐบาล 313 เสียง
สะท้อนให้เห็นไม่เพียงแต่ “ความพร้อม” หากที่สำคัญก็คือการกำหนดและจัดวางอย่างเป็น “ระบบ”
เป็นไปตาม “แผน” อย่างมีการ “ตระเตรียม”
ยิ่งเมื่อมีการกำหนดให้การประกาศ “บันทึกช่วยจำ” อันมาจากคำย่อว่า “MOU” ของ 8 พรรคร่วมรัฐบาลเป็นในวันที่ 22 พฤษภาคม ยิ่งเปี่ยมด้วยความแจ่มชัดและชัดเจน
ด้านหนึ่งเท่ากับเป็นการแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมถึงการเริ่มต้นอย่างมากด้วยกัมมันตะของรัฐบาลที่นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นำโดยพรรคก้าวไกล
ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่งเท่ากับเป็นการตอกย้ำและยืนยันถึงจุดสิ้นสุดอย่างเป็นจริงแห่งอำนาจในทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในทางยุทธศาสตร์
เนื่องจากวันที่ 22 พฤษภาคม ย่อมก่อให้เกิดนัยประหวัดไปยังวันที่ 22 พฤษภาคมเมื่อ 9 ปีก่อน
ความหมายย่อมหมายความถึงการ “ปิดสวิตช์ 3 ป.”
ไม่ว่าจะมองผ่านความรู้สึกของพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ว่าจะมองผ่านความรู้สึกของพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะมองผ่านความรู้สึกของพรรคภูมิใจไทย
ไม่ว่าจะมองผ่านความรู้สึกของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะมองผ่านความรู้สึกของพรรคชาติไทยพัฒนา
ภาพที่เห็นจากผลการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคม เป็นเรื่องเหลือเชื่อ เมื่อชัยชนะเป็นของพรรคก้าวไกล เหมือนกับเป็นชัยชนะอันเกิดขึ้นอย่างเป็นปาฏิหาริย์
เป็นไปได้อย่างไรที่พรรคก้าวหน้าซึ่งมีแต่นักการเมืองหน้าใหม่ นักการเมืองซึ่งอ่อนประสบการณ์ เพิ่งเข้าสู่การเลือกตั้งเพียง 2 หนหากเริ่มแต่ยุคพรรคอนาคตใหม่
นั่นเพราะมองอย่างแยกส่วน นั่นเพราะมองอย่างตัดตอนไป
จากความเจ็บแค้นที่สังคมไทยประสบสะสมมาเป็นเวลา 9 ปี
ความเจ็บแค้นที่สำแดงผลคล้ายกับจะเป็นเรื่องอันมีจุดเริ่มมาจากรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงสัมพันธ์อยู่กับรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549
พรรคก้าวไกลได้มีส่วนทำให้สังคมได้มองเห็นและเริ่มเข้าใจ
เข้าใจว่าเหตุใดทำให้แม้จะผ่านเดือนตุลาคม 2516 แม้จะผ่านเดือนพฤษภาคม 2535 แม้จะผ่านชัยชนะจากการเลือกตั้งตั้งแต่เดือนมกราคม 2544 แต่ก็ยังวนลูปไม่สามารถเปลี่ยนได้

