ประเด็นการ HACK เข้าไปในเว็บไซต์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.)
แหลมคม และ ท้าทาย
ท้าทายเพราะมิได้เป็นการ HACK โดยกลุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในประเทศ
หากเป็นการ HACK โดย HACKER ต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน แหลมคมเพราะว่า “คำปฏิเสธ”มิได้มาจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.)เท่านั้น
หากมาจาก พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด มีฐานะ 1 คือ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ฐานะ 1 คือ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์
โดย 2 สถานะนี้คล้ายกับว่า เสียงของ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด มีความแข็งแกร่ง น่าเชื่อถืออย่างยิ่ง
เป็นเช่นนั้น จริงหรือ
การตั้งข้อสังเกตอย่างนี้มิได้หมายความว่าจะให้ความเชื่อถือกับการ HACK โดย HACKER ต่างประเทศมากกว่า
มิใช่เห็น “คลี่” ฝรั่ง “หอม”
ตรงกันข้าม เมื่อเป็น “เสียง” ของ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ซึ่งพูดในนาม “รัฐบาล”
และหลายครั้งพูดเหมือนตัวแทน “นายกรัฐมนตรี”
“น้ำหนัก” และความน่าเชื่อถือย่อมเทมาทาง พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด มากกว่า
กระนั้น “ตัวอย่าง”จาก”อดีต”ก็น่าหวั่นไหว
เป็นอดีตที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด เคยแถลงในเรื่อง “ผัง ล้มเจ้า”
เป็นอดีตที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด เคยแถลงในเรื่องชาวนาผูคอตายว่าเป็น “ช่างแอร์”
เป็นอดีตที่คอมเมนต์ในเรื่อง “ระเบิดราชประสงค์”
เป็นอดีตที่คอมเมนต์ในเรื่อง “คาร์บอมบ์” ห้างสรรพสินค้าบนเกาะสมุย
“อดีต”จึงกำลังไล่ล่า พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด
แม้ว่าเรื่องของ “อินเตอร์เน็ต” จะเป็นเรื่องใหม่เหมือนๆกับกรณีอันเกี่ยวกับพรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
เพราะหากเป็น”สงคราม” ก็เป็น”สมรภูมิ”ใหม่
เพราะนี่คือ “แนวรบ” ซึ่งไร้พรมแดนอย่างสิ้นเชิง หากเป็นสงครามก็คือ สงคราม”ไซเบอร์”
มิได้หมายความว่าใครจะยึดกุม”พื้นที่”ได้ฝ่ายเดียว
ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ก็มีพื้นที่ในความยึดครองของตนอย่างเต็มที่
อีกฝ่ายซึ่งเป็น HACKER ก็มี “พื้นที่”เหมือนกัน
จึงเท่ากับเป็นการ”ประกาศ”สงครามในแนวรบ”ไซเบอร์”

