หน้าแรก การเมือง ผู้แทนหน้าใหม...

ผู้แทนหน้าใหม่ : กัณวีร์ สืบแสง ‘ไม่เชื่อสันติภาพจากปลายกระบอกปืน’

20.05.23 | 12:31 น.
ผู้แทนหน้าใหม่ : กัณวีร์ สืบแสง ‘ไม่เชื่อสันติภาพจากปลายกระบอกปืน’ เป็นอีกหนึ่งว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
กัณวีร์ สืบแสง

เป็นอีกหนึ่งว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคเป็นธรรม (ปธ.) 1 เสียง ที่ตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลที่มี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) และแคนดิเดตนายกฯ เป็นแกนนำ

สำหรับ กัณวีร์ สืบแสง อายุ 46 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จากนั้นเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เกียรตินิยมอันดับ 2 ก่อนจะเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา กฎหมายระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยออริกอน (University of Oregon)

ผ่านประสบการณ์ทำงาน เริ่มต้นรับราชการในสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำงานเกี่ยวกับทางด้านชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน และความมั่นคงของชายแดนภาคใต้ ทำงานเป็นเวลา 8 ปี ก่อนจะไปทำงานอยู่กับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ซึ่งมีอาณัติในการคุ้มครองผู้ลี้ภัยระหว่างประเทศ และผู้พลัดถิ่นภายในประเทศไทย โดยเดินทางทำงาน 8 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ ซูดานใต้ ซูดานเหนือ ยูกันดา บังกลาเทศ เมียนมา เวลาทั้งหมด 12 ปี ทำงานกับกลุ่มผู้ลี้ภัยในสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งอยู่ในภาวะสงคราม มีโอกาสสร้างกระบวนการสันติภาพในพื้นที่ประเทศซูดานเหนือและซูดานใต้ จากนั้นก็เดินทางกลับมายังประเทศไทย มาตั้งมูลนิธิสิทธิเพื่อสันติภาพ ทำงานด้านการสร้างสันติภาพ สิทธิมนุษยชน และมนุษยธรรม ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ทางฝั่งตะวันตกเพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวพม่า รวมถึงสร้างสันติภาพในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ส่วนการทำงานการเมืองนั้น กัณวีร์กล่าวว่า เริ่มต้นเส้นทางการเมืองกับพรรคไทยสร้างไทยกับ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) โดยตอนแรกจะเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตสวนหลวง แต่เนื่องจากต้องการทำงานเรื่องการสร้างสันติภาพใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เลยลาออกจากพรรคไทยสร้างไทย และได้พบกับ นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม ซึ่งได้เชิญให้มารับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคและประธานยุทธศาสตร์พรรค รับผิดชอบงานที่เกี่ยวกับ 3 จังหวัดชายแดนใต้ทั้งหมด งานด้านความมั่นคงและยุทธศาสตร์ทั้งหมดของพรรค และได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

“สิ่งที่จะขับเคลื่อนหลังได้เป็นรัฐบาล สิ่งที่เราให้คําสัตย์และคํามั่นกับประชาชนในพื้นที่ปาตานี ซึ่งรวมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ปัตตานี จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส และรวมถึง 4 อําเภอของ จ.สงขลาด้วย คือการสร้างสันติภาพในพื้นที่ให้เกิดขึ้น เพราะตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยยังไม่สามารถนํากรอบกระบวนการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนได้ โดยเราจะนำกรอบการสร้างสันติภาพเชื่อมโยงกับเวทีระหว่างประเทศ ยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติให้ได้ต่อไป” เลขาธิการพรรคเป็นธรรมกล่าว

Advertisement

ส่วนเป้าหมายสิ่งที่จะทำภายใน 100 วันแรก หลังจากที่รัฐบาลสำเร็จนั้น “กัณวีร์” ระบุว่า เรื่องนี้ชัดเจน เพราะว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ก็บอกชัดเจนว่าการที่เชิญพรรคเป็นธรรมเข้ามาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพราะอยากจะสร้างสันติภาพ พรรคเป็นธรรมจะช่วยกระบวนการสร้างสันติภาพได้ เพราะไม่เชื่อเกี่ยวกับการสร้างสันติภาพด้วยปลายกระบอกปืน แต่จะสร้างสันติภาพโดยภาคสังคม นําเรื่องสิทธิมนุษยชนและงานมนุษยธรรมมาปรับใช้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่สอดรับกับนโยบายของพรรคเป็นธรรม ดังนั้น เราก็จะเร่งผลักดันกระบวนการสร้างสันติภาพด้วยการยกเป็นวาระแห่งชาติ ทำให้เป็นเรื่องสากลให้ได้ รวมถึงเรื่องการกระจายอำนาจที่เราได้เสนอนโยบาย “จังหวัดจัดการตัวเอง” ซึ่งนำรูปแบบของกรุงเทพมหานครมาปรับใช้กับจังหวัดชายแดนทั้งหมด 31 จังหวัด บวกกับ 23 จังหวัดชายฝั่งทะเลและเกาะแก่ง

นอกจากนี้พรรคเป็นธรรมยังเสนอให้ยกเลิกกฎหมายพิเศษ 3 ฉบับที่เป็นปัญหาทำให้สันติภาพไม่เกิดขึ้น ได้แก่ พ.ร.บ.ความมั่นคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกฎอัยการศึก รวมถึงการยุบกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นความเห็นที่ตรงกับพรรคก้าวไกล เพราะเป็นกลไกด้านความมั่นคงที่ทำให้เกิดปัญหาในประเทศไทยทั้งหมด ไม่ใช่แค่พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่เร่งผลักดันใน 100 วันแรก