หน้าแรก การเมือง ณัฐวุฒิ เอาใจ...

ณัฐวุฒิ เอาใจช่วยก้าวไกลตั้งรบ.ใหม่ เผย เห็นเค้าลางวิกฤต ห่วง การเมืองไทยอะไรก็เกิดได้

19.05.23 | 21:28 น.

‘ณัฐวุฒิ’ ชี้ การเมืองไทย ‘อะไรก็เกิดขึ้นได้’ เอาใจช่วยตั้งรบ.ใหม่ เห็นเงาทมิฬ กับดัก-เค้าลางอยู่รำไร ต้องรอบคอบ รีบ ‘ปิดประตูลอยนวลพ้นผิด’ แก้ พ.ร.ป. ป.ป.ช.

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่แยกราชประสงค์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 (คปช.53) ร่วมกับยูดีดีนิวส์ และคนเสื้อแดง นำโดย นางธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตรักษาการประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นพ.เหวง โตจิราการ อดีตแกนนำ นปช. และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ในฐานะอดีตแกนนำ นปช. ร่วมจัดงานรำลึก “13 ปี เมษาพฤษภา53” (อ่านข่าว ยิ่งค่ำยิ่งคึก รำลึก 13 ปีสลายชุมนุม ณัฐวุฒิ-หมอเหวง-ธิดา ปราศรัยเดือด ยื่นรบ.ใหม่ 8 ข้อ)

บรรยากาศเวลา 19.30 น. เข้าสู่ช่วงวางดอกไม้ จุดเทียน และดนตรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฐวุฒิ นางธิดา และ นพ.เหวง รับดอกกุหลาบแดง พร้อมจุดเทียน ไปวางรำลึกด้านหน้าภาพผู้วายชนม์ ที่เสียชีวิตจากการสลายชุมนุม เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ก่อนประชาชนและนักกิจกรรมทางการเมืองรุ่นใหม่ ทยอยจุดเทียนวางดอกไม้

จากนั้น นายณัฐวุฒิ อดีตแกนนำนปช. และผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ในตอนหนึ่งถึงประเด็น การแก้ไข พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. ที่พูดบนเวทีรำลึก ว่ากำลังจะผลักดันโดยใช้กลไกสภาฯ หลังจากนี้ผ่าน ส.ส.เพื่อไทย ให้มีการแก้ไข พ.ร.ป.ป.ป.ช.ฉบับนี้ ให้ผู้เสียหายในคดีที่ ป.ป.ช.ปัดตก สามารถฟ้องคดีโดยตรงต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ได้

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ตนได้เตรียมการเอาไว้อยู่พร้อมกับประสานงาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย 30 คน คิดว่าน่าจะคืบหน้าไปได้ด้วยดี เพราะสอดคล้องกับแนวนโยบายของพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล

Advertisement

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง 6 เดือนแรกในการปฏิบัติหน้าที่ของสภาและรัฐบาลชุดนี้ กฎหมายนี้ก็น่าจะมีผลบังคับใช้ นั่นทำให้ผู้เสียหาย ซึ่งหมายถึงญาติ ทายาทผู้เสียชีวิต สามารถที่จะยื่นฟ้องร้องผู้ต้องหาโดยตรงต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ทันที” นายณัฐวุฒิกล่าว

นายณัฐวุฒิกล่าวต่อไปว่า การแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ จะเป็นหลักประกันความปลอดภัยให้กับประชาชน ตลอดจนคนหนุ่มสาว ที่กำลังยืนหยัดต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอยู่ในปัจจุบัน โดยสาระสำคัญประการที่ 1 ในกรณีคดีความที่ผู้มีอำนาจทางการเมืองหรือบุคคลใดในกลไกรัฐถูกกล่าวหาว่า มีการกระทำผิด มีการยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ถ้า ป.ป.ช.ไม่นับให้ผู้เสียหายซึ่งผู้เสียหายตามกฎหมายนี้คือผู้เสียหายจามประมวลกฎหมายพิจารณารับรองอาญา ให้ผู้เสียหายมีสิทธิ์ ฟ้องศาลฎีกา แผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองโดยตรงได้เลย ในกรณีที่ยื่นไปแล้ว ป.ป.ช.รับเรื่องไว้พิจารณา แล้วยื่นคำร้องว่าไม่มีมูล ซึ่งเป็นคดีที่ตกไป เหมือนคดีของพี่น้องที่เสียชีวิตที่เจออยู่เวลานี้ จะมีการแก้เนื้อหาในมาตรา 38 ความว่า ถ้าป.ป.ช.ยกคำร้องให้ผู้เสียหายยื่นร้องต่ออัยการสูงสุดและให้อัยการสูงสุดแจ้ง ป.ป.ช. นำเอกสารข้อมูลทั้งหมดที่ยื่นไป ส่งมายังอัยการสูงสุดโดยเร็วในเวลาไม่เกิน 30 วันและให้อัยการสูงสุดพิจารณา

หากอัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้องก็ฟ้อง หากอัยการสูงสุดไม่สั่งฟ้อง ผู้เสียหาย มีสิทธิที่จะยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญา ผู้ดำรงตำแหน่งคดีทางการเมืองเช่นเดียวกัน และหากเป็นกรณีความผิดที่มีผู้เกี่ยวข้องทั้งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทหาร หรืออื่นๆ ให้ผู้เสียหาย สามารถฟ้องได้คราวเดียวในศาลเดียวกัน ยกตัวอย่าง หลายคดีที่เข้าสู่ ป.ป.ช. และไปศาลฎีกานักการเมือง มีการฟ้องทั้งรัฐมนตรี ข้าราชการ ฟ้องไปถึงเอกชนที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นเมื่อร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญมีเนื้อความอย่างนี้ผู้เสียหายย่อมมีสิทธิฟ้องในการฟ้องโดยตรงเป็นพวงเดียว เนื้อหาโดยสรุปเป็นแบบนี้

ในระหว่างที่รอสภาปฏิบัติหน้าที่ ถ้ามีผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญท่านใด มีข้อสังเกต ผมจะรีบไปพบท่านเอาความรู้มาเอามาปรับปรุงแก้ไขให้รอบคอบมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นจะไปประสานงานกับรัฐบาลรุ่นใหม่เข้าวาระ 100 วัน เข้าดำเนินการทันทีและให้คณะรัฐมนตรีเสนอร่างทิศทางเดียวกัน ถ้ากระบวนการดังกล่าวดำเนินการทันทีในกรอบ 100 วันก็คาดหวังว่ากฎหมายจะบังคับใช้ภายใน 6 เดือนและเราจะเห็นคดีนี้ขึ้นสู่ศาล โดยประชาชนที่เป็นผู้เสียหาย

เมื่อถามว่า กังวลต่อการจัดตั้งรัฐบาลใหม่หรือไม่?

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ถ้าทุกคนเคารพและยอมรับการตัดสินใจของประชาชน จะไม่มีข้อกังวลเกิดขึ้น แต่การเมืองไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้ ขอเอาใจช่วยให้เกิดรัฐบาลชุดใหม่ในเร็ววัน

“ส่วนตัวผมนอกเหนือจากความสวยงามของประชาธิปไตยที่เราจะมีรัฐบาลชุดใหม่ โดยมีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำเนื่องจากเป็นพรรคอันดับ 1 แล้ว ผมยังมองเห็นเงาทมิฬของความขัดแย้ง เห็นเค้าลางของวิกฤตปรากฏอยู่รำไร น่าเป็นห่วงสถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลคราวนี้ ขอเอาใจช่วย

แต่อีกมุมหนึ่งก็อาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แล้วถ้าหากมีใคร อำนาจใดก็ตาม จะใช้วิธีการนอกระบบ สกัดขัดขวางการตั้งรัฐบาล หรือใช้กำลังกับประชาชน ผู้ออกมาสนับสนุนรัฐบาลประชาธิปไตยก็จะใช้กฎหมายฉบับนี้เป็นหลักประกันว่า ไม่สามารถลอยนวลพ้นผิดได้ เหมือนหลาย 10 ปีที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

อยากฝากกำลังใจให้กับทุกคนขอให้เดินด้วยความสุขุมรอบคอบ และประเมินสถานการณ์ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง เพราะว่ากับดักต่างๆ อาจจะยังรอเราอยู่ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนถ่ายฝ่ายอำนาจ เราไม่สามารถจะไว้วางใจอะไรได้เลย” นายณัฐวุฒิกล่าว

ในช่วงท้ายของกิจกรรม นายณัฐวุฒิ ขับร้องบทเพลงกันและกันปิดท้ายงานปราศรัย ว่า

‘เหนื่อยไหมหัวใจดวงน้อย เฝ้าคอยประชาธิปไตย ฝันที่เคยวาดไว้ ยังหวังไหม คนสีเสื้อแดง ไม่เจอกะนมาตั้งนาน ใจฉันนัันยังเข้มแข็ง เก็บแรงรอวันสู้ใหม่ ไม่ท้อและยังไม่ถอย กอดคอกันอย่างตั้งใจ อ่อนล้าขออย่าหวั่นไหว จะส่งกำลังใจให้เธอ’