เดินหน้าชน : เจรจา(อาจ)สะดุด

23.05.23 | 12:34 น.

เดินหน้าชน : เจรจา(อาจ)สะดุด

ใ นอดีตการเจรจาของพรรคต่างๆ เพื่อร่วมรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งจะปรากฏข่าวในหน้าสื่อมวลชนว่า จะแบ่งกระทรวงกันอย่างไร?

การพูดเรื่องนโยบายเอาไว้ทีหลัง!

กระทรวงเกรด A เกรด B เกรด C เกรด D พรรคหลัก พรรคใหญ่ที่มี ส.ส.จำนวนมากจะได้กระทรวงที่สำคัญไปครอง

ครั้งนี้ การหารือของพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลประกาศว่ายังไม่มีการพูดคุยหรือหารือกัน เรื่องแบ่งกระทรวง เพราะอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาวางกรอบนโยบายเพื่อบริหารประเทศ

Advertisement

โดยพรรคก้าวไกลส่งให้แต่ละพรรคนำไปพิจารณาแล้วเสนอความเห็นมาภายในวันที่ 21 พฤษภาคม

วันที่ 22 พฤษภาคม ผู้นำพรรคจะแถลงข่าวร่วมกันและลงนามในข้อตกลงร่วม ซึ่งเรียกว่า “MOU”!

ถือหลัก นโยบายมาก่อน กระทรวงค่อยแบ่งกันทีหลัง

แม้พรรคร่วมฝ่ายค้านเดิมจะหารือกันเป็นครั้งแรกที่ร้านอาหารย่านถนนสุโขทัยแถลงข่าว ยืนไขว้แขนจับมือว่า “จะไม่ทิ้งกัน”!

“พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เตรียมพร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 สร้างมิติใหม่ “ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม”

แต่ท่าทางจะมีความไม่ลงตัวง่ายๆ ว่า จะแบ่งกระทรวงกันอย่างไร?

ข่าวว่า พรรคก้าวไกลจะ “ฮุบ” กระทรวงสำคัญๆ ปล่อยให้พรรคเพื่อไทยได้กระทรวงเศรษฐกิจ

รวมทั้งเห็นต่างกันในเรื่องนโยบายที่ีพรรคก้าวไกลเสนอเป็นโครงร่างมา

เพียง “ฉากแรก” ที่ใครๆ คิดว่า การจัดตั้งรัฐบาลจะเรียบร้อยก็ส่อเค้าว่าต้องเจรจากันอีกหลายยก

เพราะพรรคก้าวไกลซึ่งได้ ส.ส.มากที่สุด 152 คน ทิ้งห่างพรรคเพื่อไทยที่ได้ ส.ส.รองลงมา 141 คน แค่ 11 คน การไม่กลมกลืนเรื่องข้อตกลงร่วม

ซึ่งบางเรื่องเป็น “ของร้อน” ที่จะสร้างปัญหาไม่ได้รับความเห็นชอบจาก ส.ว.และ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลรักษาการ

อีกทั้งพรรคก้าวไกลต้องการหยุดจำนวน ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลไว้ที่ 313 เสียง

อาจทำให้หนทางเดินต่อไปของ “พิธา” ในการฟอร์มรัฐบาลผสม “ขรุขระ” ไม่ราบรื่น

หากไม่มีการโอนอ่อนผ่อนปรน ไม่ประนีประนอม เจรจาตกลงกันไม่ได้ จนกระทบต่อการลงนามใน MOU

ประกอบกับยังมีเวลาอีกเกือบ 2 เดือน กว่า กกต.จะประกาศรับรอง ส.ส.

ณ นาทีนี้ ก็ต้อง “เผื่อใจ” กันไว้บ้างว่า

การฟอร์มรัฐบาลอาจจะพลิก!

ธรรมชาติของนักการเมืองช่วงฟอร์มรัฐบาล มีหลายพรรค หลายกลุ่ม หลายพวกที่อยู่ในพรรคต่างๆ ต้องการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล

ไม่เว้นแม้แต่ ส.ว.จำนวนหนึ่งล้วนมี “คอนเน็กชั่น” กับพรรคเพื่อไทย

สมการในการตอบโจทย์ด้วยตัวเลขจำนวน ส.ส.และ ส.ว. เพื่อทำให้พรรคหลักได้ไม่น้อยกว่า 376 เสียง คือจุด “ชี้ขาด”

ใครจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีพรรคไหนเข้าร่วม ใครจะได้เป็นนายกฯ จะแบ่งกระทรวงกันอย่างไรถึงจะเป็นธรรม ยอมรับกันได้

ที่บอกว่า เผื่อใจไว้บ้างแม้อาจจะเป็นไปได้น้อย ก็คือ

ระวัง “ส้มหล่น” ที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีความยืดหยุ่นในการเจรจากับฝ่ายต่างๆ และมีปัญหาในเรื่องนโยบายน้อยกว่าพรรคก้าวไกล

ไม่ว่ากลุ่ม ส.ส.จากพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์

และพรรคเล็กพรรคละ 1 เสียงอีก 4-5 เสียง ที่ยังเงียบอยู่

รวมทั้งกลุ่ม ส.ว.ที่ยังได้จำนวนไม่เพียงพอ

เซียนการเมืองไม่มีใครกล้ามั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าพรรคก้าวไกลจะ “ฉลุย” ในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

อย่าประมาทโอกาสที่ว่าน้อยเพียงแค่ 5 หรือ 10 เปอร์เซ็นต์ก็อาจ “พลิกเกม”!

พรรคก้าวไกลในฐานะพรรคใหม่ ยังไม่เคยมีประสบการณ์ ซึ่งยังมีปัญหาอยู่บ้างในการทำงานร่วมกัน ต้องเรียนรู้ธรรมชาติการเมืองในบทที่ว่าด้วย “การฟอร์มรัฐบาล”

จับตา 22 พฤษภาคม จะเซ็น MOU กันได้ง่ายหรือไม่!?!

เทวินทร์ นาคปานเสือ