‘นิพิฏฐ์’ วอนก้าวไกล ห้ามกองเชียร์ที อย่าปล่อยให้เหตุการณ์บานปลาย ไม่งั้นอาจมี ‘มีทิม ไม่มีกู มีกู ไม่มีทิม’

22.05.23 | 14:03 น.

‘นิพิฏฐ์’ วอนก้าวไกล ห้ามกองเชียร์ที อย่าปล่อยให้เหตุการณ์บานปลาย ไม่งั้นอาจจะมี ‘มีทิม ไม่มีกู มีกู ไม่มีทิม’ บ้านเมืองก็ไปไม่ได้

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง และแกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับเรื่อง “นิรโทษกรรม คดีการเมือง” โดยมีรายละเอียดว่า

ผมอ่านคร่าวๆ ทำนองว่า MOU จะมีเรื่อง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีการเมืองด้วย เรื่องนิรโทษกรรม เคยมีการตั้งกรรมการขึ้นมาพิจารณา ทั้งในและนอกสภาหลายครั้ง แต่ไม่มีข้อยุติ จนเมื่อมีการนำเสนอ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าสู่สภา ก็กลายเป็น “นิรโทษกรรมสุดซอย” จึงมีการชุมนุมใหญ่ เป็นเหตุให้มีการยึดอำนาจ

ในวินาทีที่มีการยึดอำนาจ ผมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ใครพูดอะไร ในขณะนั้น ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องที่ผมนี่แหละนำมาเขียนในเฟซบุ๊ก

เรื่อง นิรโทษกรรม ไม่ง่ายครับ ปัญหาที่พบ คือ

Advertisement

1.คดีการเมือง คือ อะไร มันไม่มีการบัญญัติไว้ในกฎหมายว่า คดีใด คือ “คดีการเมือง” อาจจะอนุมานได้ว่า คดีกบฏ หรือคดีล้มล้างการปกครอง คือ คดีการเมือง แต่การชุมนุมครั้งนั้น ไม่มีใครโดนข้อหาเหล่านี้ การนิรโทษกรรมจึงไม่มีใครได้ประโยชน์

2.คดีเผาสถานที่ราชการ หรือสถานที่ของเอกชน ที่มีบางคนกล่าวว่า “เผาไปเลยครับพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง” คดีเหล่านี้ ก็เคยถกเถียงกันว่า ไม่ใช่คดีการเมือง ประกอบทั้งผู้กระทำผิดก็พ้นโทษหมดแล้ว การนิรโทษกรรมจึงไม่มีประโยชน์

3.ที่มีปัญหามาก คือ “คดีทุจริต” ในบางรัฐบาล มีนักการเมือง รัฐมนตรี และข้าราชการ โดนจำคุกในคดีทุจริตมากที่สุด คดีเหล่านี้ ไม่ถือเป็นคดีการเมือง หากนิรโทษเกิดการชุมนุมรอบใหม่แน่ ผมไม่ได้ “ชักใบให้เรือเสีย” แต่พอเริ่มทำ MOU ก็จะมีปัญหาตามมาว่า “คดีการเมือง” คืออะไร อย่าลืมนะครับ ในการชุมนุมก็มีทหาร ตำรวจ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ เสียชีวิตเยอะเหมือนกัน

4.ผมจำได้ว่า ตอนผมเป็นกรรมการพิจารณาเรื่องนิรโทษกรรม เรามีข้อสรุปว่า ในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง เราต้องเริ่มต้นจากหลักว่า 1.ค้นหาความจริง 2.เปิดเผยความจริง 3.จัดการกับความจริง 4.ลืม

5.บางเรื่องมันต้องให้เวลาแก้ปัญหา อย่างอื่นมันนำมาใช้แก้ปัญหาไม่ได้ “เวลา” คือยาสมานแผลที่ดีที่สุด การ “ลืม” นี่เป็นหลักสากลทั่วโลกในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ที่รัฐบาลหลายประเทศเขาทำสำเร็จแล้ว ความขัดแย้ง มันจะเริ่มตั้งแต่การค้นหาความจริง แต่หลายคนไม่อยากให้ค้นหาความจริง ยิ่งค้นหา แล้วนำความจริงมาเปิดเผยด้วย ก็เหมือนเอาบางคนมาแก้ผ้าล่ะครับ เชื่อเถอะไม่มีใครยอมหรอก

ยิ่งหากท่านว่าที่นายกรัฐมนตรี จะพ่วงคดี ม.112 เป็นคดีการเมืองด้วย เหมือนเติมฟืนเข้าในกองไฟเลยครับ อย่าทำเป็นโลกสวยไปนะครับ

6.สิ่งที่ยากที่สุดตอนนี้ คือ การบริหารอารมณ์ของกองเชียร์ครับ มันยากกว่าการพูดและโบกมือบนหลังคารถมาก ประเภท “มีกรณ์ ไม่มีกู มีกู ไม่มีกรณ์” หรือ “ฉันเกิดในรัฐบาล 9 ไกล” อย่าให้กองเชียร์ทำเลยครับ ไม่งั้นอาจจะมี “มีทิม ไม่มีกู มีกู ไม่มีทิม” บ้านเมืองก็ไปไม่ได้

เมื่อเรียกตัวเองว่า เป็นคนรุ่นใหม่ อย่าสร้างประเทศนี้ ด้วยความโกรธแค้น ชิงชัง เลยครับ ห้ามกองเชียร์หน่อย