“ราเมศ” ยันเลือก หน.-กก.บห.ชุดใหม่ เป็นความหวังของทุกคน ลั่นวันหนึ่งเราจะกลับมา เตรียมถอดบทเรียน ปชป.แพ้ยับ เหตุซื้อเสียงหนัก ไม่ป้องคนประชาธิปัตย์หากซื้อเสียงดำเนินคดีเลย ซัด “วิโรจน์” สันดาน ชอบด้อยค่าคนแพ้
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม เวลา 11.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ เวลานี้ทุกคนกลับมาเข้าสู่กระบวนการสถาบันการเมือง เมื่อนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ลาออกจากหัวหน้าพรรค ก็ต้องเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ โดยจะมีการนัดประชุม กก.บห.ชุดรักษาการในวันที่ 24 พ.ค. เพื่อหารือแนวทางการเลือกหัวหน้าพรรคและ กก.บห.พรรคชุดใหม่ต่อไป ซึ่งการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคใหม่ครั้งนี้จะเป็นความหวังให้ทุกคนพร้อมใจกันจับมือให้พรรคเดินไปข้างหน้าได้ แล้ววันหนึ่งเราจะกลับมา อย่างไรก็ตามขณะนี้ทุกคนมีสิทธิจะนำเสนอว่ามีการบล็อกตัวใครเพื่อให้เป็นหัวหน้าพรรค ใครที่มีความรู้ความสามารถก็อาสาเข้ามาได้ แม้เราจะแพ้เลือกตั้งแต่ไม่ได้หมายความว่าต้องปิดพรรค เราอยู่มา 77 ปี มีศักดิ์ศรี นโยบายอาจไม่หวือหวาแต่ความยั่งยืนที่เกิดขึ้นจะเป็นคำตอบให้ประชาชนว่าที่ผ่านมาสิ่งดีๆ ที่พรรคทำมาไม่สามารถหยุดการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้
เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ นายราเมศกล่าวว่า แม้เราจะมี ส.ส.แค่ 24 คน แต่การทำหน้าที่ในสภา ทุกเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ทั้งเรื่องผลักดันนโยบายที่ประกาศและการออกกฎหมายต่างๆ ก็จะทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ที่สุด ส่วนการทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้านอื่นเป็นเรื่องของอนาคตแต่การทำหน้าที่ฝ่ายค้านไม่จำเป็นต้องรวมกลุ่มกัน เพราะพรรคที่เหลือจากการร่วมรัฐบาลก็ต้องมาเป็นฝ่ายค้านอยู่แล้ว
ต่อข้อถามว่ามีการประเมินผลการเลือกตั้งของพรรคที่ได้มาเพียง 24 เสียงอย่างไร โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กก.บห.ชุดใหม่จะมีการสรุปผลการเลือกตั้ง โดยต้องดูแต่ละพื้นที่ว่าความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมีมากน้อยขนาดไหน โดยเฉพาะภาคใต้เกือบทุกจังหวัดยังเห็นกระบวนการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ทั้งนี้ขอยืนยันว่า นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ล้วนเป็นสิ่งที่สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนมีมูลค่ามากกว่าเงินซื้อเสียง 500 บาท นอกจากนี้เราจะต้องมีการวิเคราะห์กันด้วยว่าการดำเนินการกิจกรรมในทางข้างหน้า เราจะทำอย่างไรในการต่อสู้กับสิ่งเหล่านี้
เมื่อถามว่ามั่นใจใช่หรือไม่ว่าผู้ที่ได้รับชัยชนะได้เป็น ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีการซื้อเสียงเลย นายราเมศกล่าวว่า มั่นใจและถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจพบว่ามีคนของพรรคประชาธิปัตย์ซื้อเสียงก็ขอให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย นักการเมืองที่ทุจริตถ้ามีหลักฐานยืนยัน ตนก็สนับสนุนว่าทำผิดต้องติดคุก เอาให้เต็มที่ คุกตะรางไม่ได้มีไว้ขังเฉพาะนาย ก. นาย ข.
นายราเมศกล่าวต่อว่า ในกรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล มีการพาดพิงถึงพรรคประชาธิปัตย์ว่า แพ้เลือกตั้งตลอดมีการเหยียดหยามด้อยค่าคนแพ้ หากย้อนไปตอนที่นายวิโรจน์แพ้เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เราไม่เคยไปทับถมด้อยค่าแม้แต่น้อย เพราะถือเป็นมติของประชาชน
“ผมเชื่อว่าพ่อ แม่ คุณวิโรจน์สั่งสอนมาดี แต่ด้วยคุณวิโรจน์มีลักษณะสันดานดิบ ชอบด้อยค่า ก้าวร้าวคนอื่น ปากอ้างประชาธิปไตย แต่พูดแต่ละคำมีแต่เสียดสี ผมไม่เรียกร้องให้ดัดนิสัย เพราะเขาพูดแบบนี้บ่อยครั้งอยู่แล้ว” นายราเมศกล่าว

