หน้าแรก การเมือง นันทนา มาเป็น...

นันทนา มาเป็นฉาก วิเคราะห์ พท. จากเปิดตัว ดี ปัง โดน สู่ ‘โค้งสุดท้ายที่ไม่สวย’ ยันแพ้ตัวเอง ไม่ได้แพ้ใคร

22.05.23 | 20:46 น.

‘อ.นันทนา’ ชี้ มุกทักษิณกลับบ้านทำแป๊ก จากเปิดตัว ดี ปัง โดน ชี้ เพื่อไทยไม่ได้แพ้ใคร แต่แพ้ตัวเอง

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รศ.ดร.นันทนา นันทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง ม.เกริก ให้สัมภาษณ์ในรายการ เอื้อยTalk  ในตอน ‘ถอดบทเรียน ก้าวไกลvsเพื่อไทย เจาะลึกความสำเร็จ&ความล้มเหลว’ ทาง ‘มติชนทีวี’ เมื่อ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยในตอนหนึ่ง กล่าวถึงประเด็นที่ทำให้คะแนนเสียงของพรรคก้าวไกลแซงขึ้นมาชนะพรรคเพื่อไทย และถอดบทเรียนเพื่อฝากเพื่อไทยทำการบ้านในการเลือกตั้งครั้งหน้า

รศ.ดร. นันทนา กล่าวว่า สำหรับพรรคเพื่อไทยต้องบอกว่าแพ้ตัวเอง และไม่ได้แพ้เลือกตั้ง เพราะมาเป็นที่ 2 ทั้งยังเป็นที่ 2 ซึ่งได้คะแนนเสียงจำนวนมาก โดยตั้งแต่ปี 2544 เพื่อไทยชนะเป็นที่ 1 มาตลอด 22 ปี

“ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งเพื่อไทยมาเป็นที่ 1 เขาไม่ได้แพ้ใคร เขาแพ้ตัวเขาเอง แล้วจะเรียกว่าแพ้เลือกตั้งไม่ได้ เพราะว่าเขามาเป็นอันดับ 2 โดยเป็นอันดับ 2 ที่เยอะมากคือ 141 ถามว่าจุดพลาดของเพื่อไทยอยู่ตรงไหน นโยบายของเขาดีมากไม่มีใครสงสัย” รศ.ดร.นันทนา กล่าว

รศ.ดร.นันทนา กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยพลาดในเรื่อง ‘การสื่อสารทางการเมือง’ เพราะในตอนเปิดตัว อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร มีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก โพลทุกโพลตรงกันว่า อุ๊งอิ๊งเป็นที่หนึ่ง ประกาศชัยตั้งแต่ก้าวแรกที่เปิดตัว ตรงนี้ถือว่าสื่อสารได้ดี อีกทั้งอุ๊งอิ๊งในฐานะลูกของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ดีเอ็นเอของเขาสามารถทำให้คนเชื่อว่าจะมาบริหารประเทศได้เช่นเดียวกับพ่อของเขา และใช้คำขวัญว่า ‘คิดใหญ่ทำเป็น’ มันสามรถข่มขวัญคู่ต่อสู้ไปได้มากมาย ซึ่งถือว่าเป็นการสื่อสารที่ดี ที่ปัง ที่โดน

Advertisement

“จุดพลาดของพรรคเพื่อไทยเกิดขึ้นในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งเป็นช่วงที่การดีเบตกันอย่างเข้มข้น จัดกันทุกค่าย วัน ๆ หนึ่งบางที 2-3 เวที แล้วคำถาม คือ ‘อุ๊งอิ๊ง-เศรษฐา’ อยู่ที่ไหน ปรากฎว่าแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทยไม่ลงมาดีเบต ในขณะที่พรรคก้าวไกลส่ง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ตัวตึงของพรรค ประจำทุกเวที ไปที่ไหนก็เจอ นั่นสามารถทำให้คนรับรู้ได้ว่าหัวหน้าพรรคเขาไม่กลัวใคร เขาสามารถยืนดีเบตกับใครก็ได้ในเรื่องใด ๆ ก็ได้เพราะเขาชัดเจน ซึ่งตรงนี้เป็นจุดพลาดจุดหนึ่งที่เพื่อไทยเก็บตัวคุณอุ๊งอิ๊งและคุณเศรษฐาเอาไว้ไม่ไปปะทะ

เขาคิดว่าสมัย คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ต้องดีเบตก็ชนะ แต่มันมีตัวแปรหนึ่งที่แตกต่างจากปี 2554 คือ ปี 2554 ไม่มีพรรคก้าวไกล ซีกประชาธิปไตยก็อยู่แต่พรรคเพื่อไทย มันแตกต่างกันตรงนี้ เพราะฉะนั้นปี พ.ศ.นี้ การดีเบตมันไม่ใช่แค่โชว์นโยบายมันเป็นการโชว์ภาวะผู้นำของคน ๆ นั้นด้วย”

คุณสามารถที่จะบริหารเวลา เขาบอกสองนาทีคุณต้องพูดเรื่องนี้ให้จบ เพราะคุณบริหารได้ ไม่ใช่เพ้อเจ้อไป 2 ชม. แบบบางคนที่บอกว่ามีเรื่องพูดเยอะไม่สามารถพูดในสองนาทีได้ คุณบริหารเวลาเป็น คุณบริหารอารมณ์ได้ เวลาใครมาพาดพิง มาก้าวล่วงคุณไม่โกรธ คุณควบคุมอารมณ์ได้ แล้วคุณสามารถที่จะตอบโต้แบบมีไหวพริบ ปฏิภาณ ภาวะผู้นำมันโชว์กันบนเวทีดีเบตนั่นเอง เพราะฉะนั้นคนที่ไม่ไปถือว่าพลาด เพราะว่าคนที่ไปอย่างคุณพิธา ใครต่อใครในนามของพรรคก้าวไกลที่ไป เขาได้คะแนนเพิ่ม เพราะเขาโชว์ภาวะผู้นำอย่างโดดเด่น อันนี้ คือ จุดพลาดในเรื่องการสื่อสาร” รศ.ดร.นันทนา กล่าว

รศ.ดร.นันทนา กล่าวว่า ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่คนสงสัย และต่อเนื่องมาจนวันใกล้หย่อนบัตร คือ การที่พรรคก้าวไกลประกาศว่า ‘มีเราไม่มีลุง’ นักข่าวถาม บนเวทีดีเบตก็ถามกันว่า พรรคเพื่อไทยจะเอาลุงมาร่วมไหม ซึ่งลุงในที่นี้ที่ทอดสะพานมา คือ ‘ลุงป้อม’ หรือ ประวิตร วงษ์สุวรรณ แล้วลุงป้อมดันใช้คำขวัญว่า ‘ก้าวข้ามความขัดแย้ง’ ประหนึ่งว่าจะไปร่วมกับพรรคนู้นพรรคนี้ จะซีก/ฝ่ายประชาธิปไตยหรืออนุรักษ์ฉันร่วมได้หมด มันจึงทำให้เป็นที่สงสัยว่าพรรคเพื่อไทยจะร่วมไหม ซึ่งส่วนนี้พรรคเพื่อไทยไม่เคยประกาศอย่างชัดเจน

“คุณอุ๊งอิ๊ง ประกาศว่าดูหน้าอิ๊ง คนบอกแล้วมันตอบไหมว่า จะเข้ากับลุงป้อมหรือเปล่า นาทีสุดท้ายซึ่งทานกระแสไม่ได้ พรรคเพื่อไทยก็ออกมาประกาศว่าไม่ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ ชัด ๆ เลย คุณเศรษฐา คุณอุ๊งอิ๊ง ก็มาประกาศ แต่ว่าช่วงเวลามันช้าไปหรือเปล่า มันช้าไปไหม ในขณะที่พรรคก้าวไกลประกาศมาแต่ต้น อันนั้นก็เป็นจุดพลาดจุดหนึ่งอย่างที่บอกว่าความชัดเจนไม่ได้เกิดขึ้นตั้งแต่ต้น” รศ.ดร.นันทนา กล่าว

รศ.ดร.นันทนา กล่าวว่า โค้งสุดท้ายที่สุดท้ายจริง ๆ และเชื่อว่าเป็นไม้เด็ดของพรรคเพื่อไทย คือ การที่คุณทักษิณออกมาทวีต 3 รอบว่าจะกลับบ้าน ในเชิงของการสื่อสารทางการเมือง ต้องบอกว่าเป็นข้อผิดพลาดอย่างรุนแรง เพราะคนที่คนกำลังชั่งน้ำหนักว่า ถ้าเลือกเพื่อไทยแล้วแลนด์สไลด์ได้จัดตั้งรัฐบาล หรือว่าถ้าเลือกก้าวไกลแล้วอาจจะตกน้ำ เขากำลังในเลือกเชิงยุทธศาสตร์ แต่พอคุณทักษิณออกมาประกาศเช่นนั้น ผลคือ คุณทักษิณกระชับพื้นที่ว่ามามาเลือกกัน ให้แลนด์สไลด์แล้วเขาจะกลับบ้าน ทวีตสุดท้ายที่คุณทักษิณทวีตไว้ มันมีความหมายระหว่างบรรทัดอยู่ให้กลับไปอ่าน แล้วตรงนั้นเองถูกตีความสำหรับคนที่ไม่ชอบคุณทักษิณ ทำให้ถูกตีความไปในเชิงลบ นั่นทำให้คน ที่เขาอาจจะเลือกระหว่างเพื่อไทยกับก้าวไกลตัดสินใจหันไปหาก้าวไกลเต็มตัว

“ต้องบอกว่าเป็นโค้งสุดท้ายที่ไม่สวย เพราะว่าคุณทักษิณระเบิดตัวเองเพื่อที่จะให้ได้มากที่สุด แล้วอีกครั้งหนึ่งป้ายที่ไปติดบนป้ายแบนเนอร์หาเสียงผู้สมัครเพื่อไทย เราจะเห็นคำขวัญ ‘ลือกเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ ประเทศไทยเปลี่ยนทันที คุ้น ๆ ไหม ‘เปลี่ยนทันที’ มันคือจุดยืนของก้าวไกลไม่ใช่หรือ อย่างนี้เราเรียกว่าลอกข้อสอบแบบเห็น ๆ อันนี้แป๊ก ไม่ปัง เพราะถือว่ามันเป็นจุดยืนของคู่แข่ง

ในสนามนี้มันต้องแข่งกันทุกพรรคแล้วไปลอกข้อสอบเขา ทำเหมือนเขา ในขณะที่เขาทำมาตั้งแต่ต้น นี่ก็คือบทเรียนที่เพื่อไทยจะต้องกลับไปปรับในเรื่องการสื่อสารทางการเมืองเพราะนโยบายไม่มีปัญหา อันนี้ต้องบอกว่าเพื่อไยทำนโยบายดี และทุกคนเชื่อว่าเลือกเพื่อไทย เพื่อไทยก็ทำนโยบายนั้นออกมาเป็นจริง ผลงานมี แต่การสื่อสารแบบนี้แหละที่ทำให้ก้าวไกลแซงไป” รศ.ดร.นันทนา กล่าว