หน้าแรก Election Slide ‘กิตติศักดิ์’...

‘กิตติศักดิ์’ กร้าว ไม่โหวตให้ ‘พิธา’ ล้านเปอร์เซ็นต์ ซัด เสนอแก้ ม.112 ในสภา ‘ไม่แก้ เดี๋ยวไม่มีกู’

23.05.23 | 10:05 น.

‘กิตติศักดิ์’ ลั่น ไม่โหวตให้ ‘พิธา’ ล้านเปอร์เซ็นต์ เชื่อ ไม่มีแก้ ม.112 ในเอ็มโอยูแต่เชื่อ ต้องผลักดันแก้ มิเช่นนั้น ‘ไม่แก้ เดี๋ยวไม่มีกู’

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 23 พฤษภาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา (ส.ว.) สมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน คือ 1.ให้ความเห็นชอบบุคคลได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 2.ให้ความเห็นชอบบุคคลได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน 3.ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ 4.ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช.

ทั้งนี้ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม โดยได้ย้ำจุดยืนการโหวตนายกรัฐมนตรีว่าคำไหนคำนั้น โดยเหตุผลที่ไม่เลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เพราะมีการแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งตรงนี้จะทำให้เกิดความขัดแย้ง และนำมาซึ่งการทะเลาะเบาะแว้ง และเข่นฆ่าคนไทยด้วยกัน จึงไม่เห็นสมควรที่จะให้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่าวันนี้มีกลุ่มผู้ชุมนุมมากดดันให้ ส.ว.โหวตนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีกังวลหรือไม่ นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า ทราบเบื้องต้นว่ากลุ่มที่มาชุมนุมวันนี้มาด้วยความมิตรไมตรี เจตนาเพื่อมาแจ้งให้ ส.ว.รับทราบว่าต้องการอะไร ตนเห็นว่าเป็นสีสันของประชาธิปไตยในการที่เห็นต่างหรือผู้ที่มาประท้วง ซึ่งไม่ใช่ปัญหา โดยตนเห็นว่าถ้าหากมีการพูดจากันดีๆ ก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าจะมาข่มขู่กดดันนั้นไม่มีผล

Advertisement

ส่วนที่พรรค ก.ก.พยายามชี้แจงเกี่ยวกับการแก้ไข ม.112 หลายช่องทางจะไม่เป็นผลในการตัดสินใจเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรีเลยหรือไม่ นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่า เป็นการชี้เจตนาที่นายพิธาและพรรค ก.ก.ไปยุ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นทูตอเมริกามายุ่งเกี่ยวก้าวก่าย หรือเร่งรัดการเลือกตั้งของไทย ซึ่งโดยกติกามารยาทระหว่างประเทศไม่ควรทำอย่างยิ่ง

เมื่อถามว่าเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 ที่ไม่ได้ใส่ลงไปในเอ็มโอยูก็ยังรับไม่ได้ใช่หรือไม่ นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า แล้วมีความจำเป็นอย่างไร ตนฟังในการแถลงเอ็มโอยูเมื่อวานนี้ (22 พฤษภาคม) นายพิธายืนยันแม้ไม่ได้อยู่ในเอ็มโอยูแต่จะยื่นเสนอเข้ามาในสภา ซึ่งตนเห็นว่าเป็นปัญหาของนายพิธาและพรรค ก.ก.เพราะไปหาเสียง ดังนั้น ไม่ทำก็ไม่ได้ ไม่แก้ก็ไม่ได้ ไม่แก้ เดี๋ยวไม่มีกู” ฉะนั้น สร้างปัญหาเองก็ต้องไปแก้ปัญหาเอง เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติก็ต้องกลั่นกรอง ฉะนั้น เราต้องพิจารณาคนที่มานำพวกเรา ส่วนตัวยืนยันล้านเปอร์เซ็นต์ กิตติศักดิ์ไม่โหวตให้นายพิธา

เมื่อถามว่า ม.112 ไม่ได้ระบุในเอ็มโอยูและอาจไม่ผ่านในสภาก็ได้ จะไม่นำมาพิจารณาในการตัดสินใจโหวตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า ตนมีหลักว่าการเมืองให้อยู่ในการเมือง

“คุณจะด่าใคร ด่าลุงด่าป้าด่าน้าด่าอา ผมไม่ว่า แต่ถ้าเลยขอบเขตไปแตะเบื้องสูง กิตติศักดิ์ไม่ยอมครับ” นายกิตติศักดิ์กล่าว

เมื่อถามว่ามี ส.ว.หลายคนหรือไม่ที่คิดแบบนี้ นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า ตอนนี้ ส.ว.แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ สนับสนุนนายพิธา ตามระบอบกลไกของประชาธิปไตย อีกกลุ่มคืองดออกเสียง ซึ่งทั้งสองกลุ่มวัดได้ว่างดออกเสียงมากกว่า

เมื่อถามว่ากลุ่มที่งดออกเสียงเกิน 150 เสียงหรือไม่ นายกิตติศักดิ์ระบุว่า ไม่บอกตัวเลขดีกว่า

เมื่อถามว่ากลุ่มที่ไม่โหวตให้กับนายพิธามีจำนวนเท่าไหร่ นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า ไม่มี เมื่อก่อนนี้จะมีเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และงดออกเสียง แต่ปัจจุบันเหลือแค่สนับสนุนนายพิธา และงดออกเสียง

เมื่อถามว่าแสดงว่านายกิตติศักดิ์จะอยู่ในกลุ่มงดออกเสียงใช่หรือไม่ นายกิตติศักดิ์ปฏิเสธว่าไม่ เพราะยืนยันแล้วว่าไม่สนับสนุน ฉะนั้น ก็คือไม่เห็นชอบเพียงคนเดียว ส่วนจะมีคนอื่นตามหรือไม่ ไม่ทราบ

เมื่อถามว่าไม่กลัวสังคมกดดันใช่หรือไม่ นายกิตติศักดิ์ระบุว่าสักวันหนึ่งนายกิตติศักดิ์จากโลกนี้ไปแล้ว ลูกหลานอาจจะนึกถึงก็ได้ ว่านายกิตติศักดิ์ตัดสินใจถูก

เมื่อถามว่าแล้วกลุ่มชาวนาเห็นด้วยกับนายกิตติศักดิ์หรือไม่ นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า ไม่บังอาจไปคิด แต่คนที่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่เอาด้วยอย่างแน่นอน จะเห็นว่า การสนับสนุนให้กำลังใจตนมาจากทั่วประเทศ แต่ตนบอกว่าเราคนไทยด้วยกันไม่ควรทะเลาะฆ่ากันเอง เพราะฉะนั้นตนไม่สนับสนุนให้มีม็อบ

เมื่อถามว่าพรรค ก.ก.ได้ส่งคณะเจรจามาพูดคุยกับนายกิตติศักดิ์หรือไม่ นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า ส่วนตัวไม่มีใครมาพูดคุยเจรจากับตนเอง อาจจะเป็นเพราะตนเป็น ส.ว.ตัวเล็กๆ คนหนึ่ง แต่จะคุยกับ ส.ว.ผู้ใหญ่หรือไม่ก็ไม่ทราบ และในวันนี้ก็ไม่ได้มีการพูดคุยกันนอกกรอบในกลุ่มของ ส.ว.แต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศที่อาคารรัฐสภา มาตรการรักษาความปลอดภัยค่อนข้างเข้มงวด บุคคลที่เข้า-ออกภายในอาคารฝั่งวุฒิสภาจะต้องมีบัตรประจำตัวบุคลากรของรัฐสภา ขณะที่การทำงานของสื่อมวลชนในวันนี้ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของวุฒิสภาแจ้งให้ทราบถึงแนวทางปฏิบัติในการติดตามการทำข่าวการประชุมวุฒิสภาในวันนี้ (23 พฤษภาคม) ว่าให้ใช้พื้นที่บริเวณชั้น 1 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) เท่านั้น ซึ่งการสัมภาษณ์ หรือทำข่าวต่างๆ สามารถเข้าเก็บภาพ หรือทำข่าวในห้องประชุมวุฒิสภา ณ ห้องทำข่าวสื่อมวลชน ชั้น 3 ได้ตามปกติ แต่ไม่อนุญาตให้เข้าบริเวณชั้น 2 อาคารรัฐสภา (ฝั่ง ส.ว.) โดยเด็ดขาด ทั้งนี้ มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาประจำการที่อาคารรัฐสภาในช่วงบ่าย จำนวน 4 กองร้อย