“รมว.มั่นคงเวียดนาม” พบ “บิ๊กตู่” ผลักดันสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 19 ธันวาคม ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.อาวุโส โต เลิมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะเวียดนาม เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในโอกาสเดินทางเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงความมั่นคงสาธารณะเวียดนาม ระดับบริหาร ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 18-21 ธันวาคมนี้
ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะเวียดนามอย่างยิ่งที่ได้ร่วมแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชรวมทั้งการเยือนไทยของนายเหวียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนามและคณะผู้แทนระดับสูงของเวียดนามเพื่อถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และการเดินทางไปลงนามแสดงความอาลัยที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย ของนายเจิ่น ด่าย กวาง ประธานาธิบดีและผู้นำคนอื่น ๆ ของเวียดนาม
พล.ท.วีรชนกล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีได้ฝากคำชื่นชมไปยังนายเหวียน ซวน ฟุกที่สามารถพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าและเจริญรุ่งเรือง และส่งเสริมความร่วมมือไทยและเวียดนามจนมีพัฒนาการทางด้านความสัมพันธ์มาอย่างต่อเนื่องในทุกๆด้าน โดยเฉพาะด้านความมั่นคง ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ (Joint Cabinet Retreat – JCR) ครั้งที่ 3 ที่กรุงเทพฯ เมื่อปีที่ผ่านมา ความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และความร่วมมือทางด้านข่าวกรอง นายกรัฐมนตรีหวังว่า หน่วยงานความมั่นคงของทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดต่อไป ทางด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะเวียดนามกล่าวแสดงความเสียใจต่อรัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทยต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย พร้อมกล่าวว่า เวียดนามให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับสัมพันธไมตรีระหว่างไทยและเวียดนาม และเชื่อว่าความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามที่ใกล้ชิดจะส่งผลต่อพัฒนาการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอื่นๆในอาเซียนดีขึ้นตามไปด้วย สำหรับการเดินทางมาเยือนไทยครั้งนี้เพื่อกระชับความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามและหารือถึงความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงความมั่นคงสาธารณะเวียดนามทางด้านความมั่นคง
พล.ท.วีรชน กล่าวว่า ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะเวียดนามกล่าวต่อว่า ปัจจุบันหน่วยงานทางด้านความมั่นคงของทั้งสองฝ่ายต้องเผชิญกับอาชญากรรมข้ามชาติ การก่อการร้าย การค้ามนุษย์ อาชญากรรมต่อสัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม จึงขอให้นายกรัฐมนตรีเร่งผลักดันกลไกที่มีอยู่ อาทิ การประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมไทย-เวียดนาม คณะทำงานร่วมว่าด้วยความร่วมมือทางการเมืองและความมั่นคง และความร่วมมือระหว่างหน่วยข่าวกรองของทั้งสองประเทศ ผลักดันการลงนามกฎหมายต่างๆ อาทิ สนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน สนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญา เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับหน่วยงานด้านความมั่นคงของทั้งสองฝ่ายในการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงขอให้รัฐบาลไทยช่วยดูแลแรงงานและนักลงทุนชาวเวียดนามในไทยด้วย สำหรับความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาเรือประมงเวียดนามรุกล้ำน่านน้ำไทยและปัญหาการค้ามนุษย์ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า ไทยและเวียดนามจำเป็นต้องเพิ่มพูนความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเสนอให้ทั้งสองฝ่ายมีช่องการติดต่อกรณีฉุกเฉินเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาที่เกิดขึ้นลุกลามจนเกิดความรุนแรง
“ทั้งสองฝ่ายได้หารือเรื่องการเปิดการเดินเรือตามแนวชายฝั่งไทย – กัมพูชา – เวียดนาม นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเปิดการเดินเรือจะช่วยลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมการค้าขายระหว่างเรือและการท่องเที่ยวตามแนวชายฝั่งของทั้งสามประเทศ นายกรัฐมนตรีจึงหวังว่า ไทย เวียดนาม และกัมพูชา จะได้มีโอกาสหารือถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนาความร่วมมือนี้ในอนาคต” พล.ท.วีรชนกล่าว

