ศปปส. ดอดสถานทูตสหรัฐ จี้ไบเดน ‘เลิกแทรกแซงไทย’ มาทางไหนกลับไปทางนั้น – ‘สนธิญา’ ขู่ ถ้ารุกราน 3 สถาบันหลักชาติ ทัพเรือหางยาวพร้อมสู้ กองกำลังหนังสติ๊กรอยิงหัว
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) พร้อมด้วยกลุ่มกระทิงแดงไทยพิทักษ์ และกลุ่มนักรบเลือดสีน้ำเงิน เดินทางไปยื่นหนังสือเพื่อเรียกร้องให้สหรัฐอเมริกาหยุดแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทย นำโดยนายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษากรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร
นายสนธิญากล่าวว่า ตนมาในฐานะนักวิชาการ และเป็นกำลังใจให้พี่ๆ น้องๆ ที่รักชาติ ศาสนา สถาบันฯ เราไม่ต้องการให้ประเทศหนึ่งประเทศใดเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทยโดยเด็ดขาด ต้องแก้ปัญหาด้วยคนไทยด้วยกันผ่านระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
“สหรัฐอเมริกาไม่ขายเอฟ 35 เอ ให้กับประเทศไทย ไม่เป็นไร เราไม่ว่า และผมเห็นดีด้วยที่เราไม่มีเกณฑ์ทหาร”
“เราจะมาใช้เรือหางยาว สู้รบกับต่างประเทศ ใช้กองกำลังหนังสติ๊กไปอยู่รอบนอกชายแดน เมื่อไหร่ก็ตามที่ใครบุกรุกประเทศไทยเราก็เอาหนังสติ๊กยิงหัวมัน” นายสนธิญากล่าว

นายสนธิญาเผยว่า มีเอกอัครราชทูตท่านหนึ่งได้เรียกตัวแทนนักการเมือง 4-5 พรรค เกี่ยวกับเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล จริงเท็จอย่างไรตนไม่ทราบ แต่เป็นข่าว วันนี้จึงมายื่นหนังสือให้กับสถานทูตอเมริกา ให้ยุติการกระทำต่างๆ ที่จะเกิดในประเทศไทยเพราะรัฐบาลได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชนทั่วประเทศ นั่นคือตามระบอบประชาธิปไตย ประเทศไทยมีเอกราชนานเป็นพันๆ ปี ประเทศไทยเราเป็นเอกราช ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของใคร
จากนั้น นายสนธิญากล่าวต่อว่า มีการประเมินจากองค์การสหประชาชาติ (UN) ว่าอีก 30 ปี ยูเครนจะไม่สามารถฟื้นฟูประเทศให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม
“เพราะฝีมือคนต่างชาติที่จะยุแยงให้เกิดสงครามกับรัสเซีย ตามความเป็นจริงเขาสามารถตกลงกันได้แล้ว แต่สหรัฐอเมริกาคือคนที่ได้ประโยชน์จริงๆ พี่น้องครับผมมีหลายๆ อย่างที่เป็นส่วนลึกที่รับทราบ และวิงวอนไปถึงสถานทูตอเมริกา ไปจนถึงประธานาธิบดี โจ ไบเดน โปรดสั่งการว่าอย่ามายุ่งกับประเทศไทยอีกต่อไป ให้เราจัดการประเทศของเราเอง มาทางไหนกลับไปทางนั้น เราเคารพในสิทธิเสรีภาพของท่าน ขอให้ยุติ” นายสนธิญากล่าว
ทั้งนี้ นายสนธิญาเผยว่า วันนี้มาเพื่อจะปกป้องเสรีภาพ ภราดรภาพ สิทธิบนราชอาณาจักรของประเทศไทยให้ยืนยงต่อไป โดยไม่มีต่างประเทศแทรกแซง เราจะคงไว้ซึ่งชาติ ศาสนา สถาบันฯ และเราต้องรักษา 3 สถาบันนี้ไว้ด้วยชีวิต
จากนั้น ร่วมอ่านแถลงการณ์จากศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน กลุ่มกระทิงแดงไทยพิทักษ์ และกลุ่มนักรบเลือดสีน้ำเงิน เรื่อง แทรกแซงกิจกรรมภายในประเทศ บั่นทอน 3 สถาบันหลักของชาติ เนื้อหาความว่า

เรียน มิสเตอร์โรเบิร์ต เอฟ. โกเดค เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เนื่องด้วย เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ได้จัดการเลือกตั้งในราชอาณาจักรและนอกอาณาจักร โดยมีตัวแทนจากต่างประเทศเฝ้าร่วมสังเกตการณ์ด้วยมารยาทจะไม่มีการเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศนั้นๆ แต่เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกาเรียกร้องให้รัฐบาลทำตามข้อตกลง ในข้อตกลงมี 10 ข้อ 1 ใน 2 ข้อ มีการเรียกร้องในข้อ 5 เรียกร้องให้รัฐบาลไทยปล่อยตัวและยุติการดำเนินคดีทางการเมืองกับนักกิจกรรม เด็ก นักเรียน เว้นจากการข่มขู่ คุกคาม และข้อ 8 เรียกร้องให้รัฐบาลแก้มาตรา 112 และกฎหมายเกี่ยวกับการยุยงปลุกปั่น ไม่ว่าทางตรงทางอ้อม หากมีการแทรกแซงทางกองทัพหรือสถาบันฯ ทางสหรัฐอเมริกาจะไม่ช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ
ประเทศไทยมีเอกราชมายาวนาน และไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของประเทศใด จากร่างมติดังกล่าวเป็นการบิดเบือนสถาบันต่อต้านการปกครอง อีกทั้งผู้ชุมนุมถูกจับในมาตรา 112 ไม่ใช่คดีทางการเมือง แต่เป็นทางความมั่นคงความผิดต่อพระมหากษัตริย์ สหรัฐอเมริกาในฐานะเพื่อนและพันธมิตรที่ยาวนานของไทยตั้งตารอผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ซึ่งกฎหมายของไทยมี กกต.ไว้อยู่แล้ว สหรัฐอเมริกาต้องเคารพในกติกาและมารยาทของประเทศนั้นๆ ยิ่งไปกว่านั้นประเทศไทยเป็นราชอาณาจักร ไม่ได้เป็นเมืองขึ้นของประเทศใด นักการทูตไม่สามารถแทรกแซงกิจการนั้นๆ ได้ และไม่เป็นการละเมิดอนุสัญญาเวียนนา ดังนั้น จึงขอเป็นตัวแทนประชาชนไทย ยื่นหนังสือถึงเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อทบทวนบทบาท รวมถึงมารยาท ควรเคารพในความเป็นราชอาณาจักร “Kingdom of Thailand”


