สถานีคิดเลขที่ 12 : เลือกตั้งยังไม่จบ

25.05.23 | 10:30 น.

สถานีคิดเลขที่ 12 : เลือกตั้งยังไม่จบ

เลือกตั้งเสร็จไปแล้ว แต่กระบวนการบังคับให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนยังไม่จบ และน่าจะใช้เวลาอีกพอสมควร

ตามไทม์ไลน์ของหน่วยงานสภา อ้างอิงจากกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ต้องใช้เวลาอีก 2 หรือ 3 เดือน จะถึงขั้นตอนเลือกนายกฯ โดยที่ประชุมรัฐสภา

หลังจาก กกต.รับรองและประกาศผลเลือกตั้ง ซึ่งมีเวลา 60 วันหลังเลือกตั้ง ต่อด้วยการเรียกประชุมรัฐสภานัดแรกใน 15 วันหลังจากนั้น ประมาณปลายเดือน ก.ค.

ถ้าเป็นไปตามจังหวะเวลาดังกล่าว ระหว่าง 26 ก.ค.-4 ส.ค. หรือภายใน 10 วันหลังประชุมรัฐสภานัดแรก จะต้องเรียกประชุมสภาผู้แทนฯ นัดแรก

Advertisement

เป็นการประชุมสำคัญ เพราะจะมีการเลือกประธานและรองประธานสภา เมื่อได้ชื่อแล้วนำขึ้นทูลเกล้าฯ

เมื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานสภาแล้ว ประธานสภาผู้แทนฯ ซึ่งจะเป็นประธานรัฐสภาด้วย จะเรียกประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาเห็นชอบบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี

การประชุมรัฐสภา คาดว่าจะเกิดขึ้นประมาณกลางเดือน ส.ค.แต่อาจจะเร็วกว่านั้นได้ ถ้าในแต่ละขั้นตอนใช้เวลาน้อยลง

โดยขั้นตอน ใช้เวลาค่อนข้างมากอยู่แล้ว ขณะที่การจัดตั้งรัฐบาล เมื่อเป็นรัฐบาลผสม มีประเด็นต้องปรับจูนกัน ซึ่งน่าจะใช้เวลาอีกพอสมควรเช่นกัน

ตามประเพณีของระบอบประชาธิปไตย พรรคชนะเลือกตั้งลำดับต้นๆ จะรับภาระจัดตั้งรัฐบาล

ขณะนี้ พรรคก้าวไกลทำหน้าที่นั้นอยู่ ร่วมกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นลำดับสอง และพรรคเล็กอีกจำนวนหนึ่ง รวม 313 เสียง

มีการจัดทำเอ็มโอยู หรือบันทึกความเข้าใจ ว่ารัฐบาลผสมจะทำอะไรหรือไม่ทำอะไร

ในระหว่างนี้ เริ่มมีข่าวกระทบกระทั่งกันออกมา จากแกนนำหรือตัวแทนเจรจาของแต่ละพรรค

โดยเนื้อหาของการกระทบกระทั่งไม่มีอะไรมาก แต่สะท้อนถึงความหวาดระแวงที่มีต่อกัน

ครม.ที่มีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำ ส่อเค้าว่าจะมีปัญหา จากการที่สภาสูงไม่เห็นชอบกับแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคลำดับ 1

หากกลุ่มพรรคจัดตั้งรัฐบาล หาเสียงจากสภาผู้แทนฯ มาเติมให้ครบ 376 เสียงไม่ได้ และผ่านด่าน ส.ว.ไปไม่ได้ คงจะไปต่อลำบาก

การหาเสียงมาเติมไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพรรคแกนนำรัฐบาลทั้งก้าวไกลและเพื่อไทย ได้ประกาศบนเวทีหาเสียงว่า จะไม่ร่วมงานจากบางพรรค ซึ่งหลังเลือกตั้ง ได้ ส.ส.เป็นกลุ่มก้อน

เป็นสัญญาประชาคมที่ผูกมัด เมื่อพูดแล้วต้องทำ จะกลับลำกันง่ายๆ แบบเมื่อก่อน ทุกพรรครู้ดีว่าทำไม่ได้

เลือกตั้ง 2566 ครั้งนี้ แตกต่างจากในอดีต ประชาชนจับตาเกาะติดและแสดงท่าทีต่อการจัดตั้งรัฐบาล ไม่ใช่แค่ไปเลือกตั้งแล้วจบกันอย่างสมัยก่อนๆ

การตั้งรัฐบาลครั้งนี้ จึงเป็นคณิตศาสตร์ตามอำเภอใจของใครไม่ได้ แต่ต้องเป็นไปตามที่ได้แถลงหรือประกาศต่อประชาชนเอาไว้

เป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้