แท็กซี่สุวรรณภูมิ ร้องพรรคอธิปไตยฯ โอด ทอท. ห้ามแขวนพระ-พกน้ำดื่ม อีกฝ่ายแจง เหตุเครื่องเซ่นเยอะเกิน

19 ธันวาคม 2559 ดร.ณพลเดช มณีลังกา โฆษกพรรคอธิปไตยปวงชนชาวไทย (อปท.) แถลงว่า นายวิภพพล พรหมวาส คณะทำงานดูแลความเรียบร้อยของแท็กซี่สนามบินสุวรรณภูมิ เป็นตัวแทนสมาชิกกว่า 7,000 คัน ได้ร้องเรียนต่อ น.อ.(พิเศษ) คัมภีร์ คัมภีรญาณนนท์ เลขาธิการพรรคอธิปไตยปวงชนขาวไทย ขอให้ช่วยเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนโดยเฉพาะเรื่องสถานที่พักรอ การปรับปรุงห้องน้ำ และสิทธิที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม

นายวิภพพล กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มพี่น้องแท็กซี่สุวรรณภูมิ ได้รับความเดือดร้อน จากการย้ายออกจากอาคารที่จอดพักรอเดิม มาอยู่ที่ลานจอดรถระยะยาว ถึงแม้ทางสนามบินได้จัดเต๊นท์ร้านอาหารบริการไว้ให้ แต่มีความคับแคบ คนขับรถแท็กซี่ส่วนใหญ่ต้องพักรอในรถ ท่ามกลางแดดที่ร้อนจัด จนมีบางคนล่มป่วย ห้องน้ำที่มีไว้ให้บริการ ก็ชำรุดไม่ได้รับการแก้ไขทั้งที่แจ้งไปแล้วหลายครั้ง ปัญหาที่สำคัญอีกหนึ่งเรื่องคือ สิทธิที่ควรได้รับระหว่างรถใหญ่/รถเล็ก และรถใหม่/รถเก่า ปัจจุบันรถเล็กและรถใหญ่ได้รับสิทธิเท่ากัน รถเล็ก 5 ที่นั่งหากผู้โดยสารมา 5 คน ก็จะนั่งโดยไม่คำนึงถึงสัมภาระ ถ้าคนขับปฏิเสธก็ถูกร้องเรียน เหตุก็คืออาจทำให้ถูก Block Card ซึ่งหมายถึงต้องขาดรายได้ แต่ขณะเดียวกัน รถใหญ่ 7 ที่นั่ง เช่นรถ Innova เป็นรถเพื่อรองรับคนหลายคน ทางกลุ่มขอให้ปรับค่าโดยสารเพราะต้นทุนสูงกว่าก็ไม่สามารถปรับได้

แหล่งข่าวยังระบุว่า ที่เป็นปัญหามากได้แก่การกวดขันเกินเหตุในบางเรื่องกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคลและความปลอดภัย ขณะที่กลับหละหลวมในบางเรื่อง ทำให้เกิดการคอร์รัปชั่น ของแท็กซี่ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ในเบื้องต้นได้กล่าวถึง การที่สนามบินออกกฏเข้มงวดเกินไป เนื่องจากการเปลี่ยนผู้บริหาร ไม่อนุญาตให้แท็กซี่มีน้ำดื่มในรถไม่ให้มีเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนชุดในรถ ยางอะไหล่ สายพ่วงแบตเตอรี่ ถือว่าไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งเป็นการกำหนดจนเกินเหตุ เพราะน้ำในรถ จำเป็นต้องมีไว้สำหรับเติมแบตเตอรี่ ไว้สำหรับเดินทางไกลกรณีไปต่างจังหวัด

แทกซี่02

ยิ่งกว่านี้ ยังห้ามไม่มีองค์พระตั้งไว้หน้ารถ หรือ ห้ามแขวนพระเครื่องไว้หน้ารถ ซึ่งถือว่าเป็นการห้ามเกินกว่าเหตุ เพราะการตั้งพระบูชาภายในรถถือเป็นเครื่องเคารพของคนขับรถแท็กซี่ ตามความเชื่อของคนไทย หากต้องเดินทางไม่ไปไหน คนไทยถือว่าจะต้องมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง เช่น เดินทางน้ำ จำต้องมีการไหว้แม่ย่านาง ทางบกก็ต้องมีพระเครื่องเพื่อความมั่นใจ ปลอดภัยทางใจ และให้พระคุ้มครอง ไม่ประมาทในการขับรถ ขณะที่เรื่องที่ควรจะกวดขันดูแลกลับไม่ทำ เช่น เรื่องสวัสดิการ ห้องน้ำ ไม่สะอาดมาก โถปัสสาวะรั่วทุกโถ ปัสสาวะตรงนั้นก็กองตรงนั้น ห้องน้ำใช้ไม่ได้ ที่จอดรอรถต้องจอดลานกว้าง ห้ามรถติดเครื่องยนต์ บางครั้งต้องจอดรอกว่า 3 ชม. กลางแดดจ้า พร้อมพี่น้อง แท็กซี่กว่า 800 คัน รถห้ามติดฟิล์ม ห้ามจอดพักข้างทาง จนมีคำพูดว่า “หน้าร้อนพอทน แต่หน้าฝนทนไม่ได้”

แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า การที่จะเข้าไปขับรถในสนามบินได้จะต้องมีบัตรสแกน ต้องมีการจ่ายใต้โต๊ะ เพื่อให้ได้สิทธิ์ไปขับในสนามบิน ราคา 6,000 – 15,000 บาท เจอคนดีได้ 6,000 เจอคนร้ายจ่าย 15,000 ว่าอย่างนั้น เป็นเหตุให้คนขับแท็กซี่ต้องโกงเงิน เพื่อให้ได้เงินที่เสียไปกลับคืนมา โดยเฉพาะการโกงค่าโดยสารจากผู้โดยสาร

กลุ่มที่หลอกง่ายที่สุดคือกลุ่ม First เป็นที่รู้จักกัน ในที่นี้ ไม่ใช่ผู้โดยสาร First Class แต่เป็นผู้โดยสาร First Time คือ มาเมืองไทยครั้งแรก หากได้คำพูดจากนักท่องเที่ยวว่ามา First Time กลุ่มนี้จะถูกเพิ่มราคาโดยสาร หรือแท๊กซี่บางคน ใช้วิธีโกงมิเตอร์ แปลว่าทำให้มิเตอร์วิ่งเร็วขึ้น ทำให้ราคาเกินจริง ถามว่าทำได้จริงไหม? คำตอบคือ “จะให้ผมทำให้ดูไหม ตอนนี้เลยก็ได้” คนที่ขับแท็กซี่ในสนามบินจะเหมือน “ปลาในอ่างทองคำ” เพราะรายได้ดี เพราะผู้โดยสารต้องเดินทางไกลเข้าเมือง หรือบางคนต้องไปไกลถึงพัทยา หัวหิน เป็นต้น ด้วยรายได้ที่ดี จึงมีกระบวนการออกบัตรผี ทั้งเจ้าหน้าที่ออกให้ ทั้งสวมบัตรกันเอง บางคนเสียชีวิตไปแล้ว แต่ก็ยังสามารถขับได้ หากมีปัญหา คนขับที่ถือบัตรผีก็ลอยนวล การทำใบขับขี่แท็กซี่ ก็ทำง่าย แค่นำใบขับขี่ปกติ ไปอบรม 3 วันก็ขับได้แล้ว ไปเช่ารถที่อู่แท็กซี่ที่ไหน เจ้าของแท็กซี่ล้วนยินดีให้ขับ

แทกซี่03

อีกด้านหนึ่ง คือปัญหาการร้องเรียนจากผู้โดยสาร บางคนโทรมาเพื่อบอกว่า มาถึงบ้านช้ากว่าปกติ แต่ต้องถูก Block Card การ Block Card หรือ บล๊อครหัส จะเป็นอะไรที่ร้ายแรงสำหรับผู้ขับแท๊กซี่ เพราะบัตรจะไม่สามารถเข้าไปรับผู้โดยสารในอาคารผู้โดยสาร บางรายถูก Block 7 วัน 15 วัน 30 วัน โดยไม่ถามเหตุผลหรืออุทธรณ์ได้เลย เป็นการรับข่าวสารแบบ oneway หรือรับทางเดียวควรมีหน่วยงานที่มาดูแลด้านนี้ด้วย เพื่อช่วยเหลือผู้ขับแท็กซี่อีกแรง นอกจากนั้น กลุ่มผู้ขับรถแท็กซี่ ยังพูดถึงกระบวนการคอร์รัปชั่นของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นกลุ่มกระบวนการสำหรับเจ้าหน้าที่กดบัตร กลุ่มนี้จะถามผู้โดยสารก่อนว่าจะไปไหน หากไป พัทยา หัวหิน หรือ ไปไกลๆ ก็จะเอาให้พวกเดียวกัน แล้วหักให้คนกดบัตรคิว 200 บาท เจ้าหน้าที่บางท่านถูกจับได้ ก็ไม่ได้ให้ออก แต่ใช้วีธีย้ายไปฝ่ายอื่น อีก 6 เดือนก็กลับมาเหมือนเดิม เหมือนเป็นกระบวนการที่ไม่มีทางจบ เรื่องทั้งหมดนี้ เป็นกระบวนการภายในของแท็กซี่ที่ว่ากันไม่ได้ ที่ใช้คำพูดว่า “หยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ”

อย่างไรก็ตาม ทางพรรคอธิปไตยฯ ได้สอบถามข้อมูลปัญหาจากหน่วยงานรับผิดชอบ คือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. โดย นางบุศรินทร์ มีประดิษฐ์ เจ้าหน้าที่ออกรถ ทอท. ได้ชี้แจงในบางประเด็นที่สามารถตอบได้ เช่นเรื่องห้องน้ำ มีผู้บริษัทดูแล แต่กลุ่มคนขับแท็กซี่เข้าห้องน้ำแล้วไม่ราด มีการขโมยของในห้องน้ำเกิดขึ้น สำหรับเรื่องระเบียบความเรียบร้อยภายในรถแท็กซี่นั้น ทอท. มี คำสั่ง 36/51 ใช้เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว ส่วนว่าเรื่องน้ำดื่มให้มีให้พอดีไม่ได้บังคับไม่ให้ห้ามมีน้ำดื่มในรถ แต่แท๊กซี่บางคันมีน้ำดื่มเยอะเกินไป จากการแถมของปั๊มน้ำมันทำให้กลิ้งระเกะระกะจึงให้เอาออกบ้าง ส่วนเรื่องพระเยอะเกินไป บางคนมีของเซ่นไหว้เยอะเกินไป ห้อยพระเยอะเกินไป สายพ่วงแบต ยางอะไหล่ให้วางได้แต่อย่าเกะกะ รก ไม่ปลอดภัย
สำหรับสาเหตุที่ไม่อนุญาตให้รถแท็กซี่ติดเครื่องยนต์ในลานจอดเพราะใกล้กับ Runway และรถส่วนใหญ่ติดตั้งแก๊ส จึงไม่ปลอดภัย ขอชี้แจงว่า ทอท. พยายามให้ความเป็นธรรมกับผู้ขับรถแท็กซี่ทุกคัน

แทกซี่04

ทั้งนี้ ในเบื้องต้น น.อ.(พิเศษ) คัมภีร์ ได้มอบหมายให้ นายสมพร มูสิกะ รองเลขาธิการพรรคฯ ดูแลติดตามปัญหาดังกล่าว โดยขอให้ประสานไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเร่งแก้ไขปัญหา การจัดสร้างหรือจัดหาอาคารที่พักรอของกลุ่มพี่น้องคนขับรถแท็กซี่ในสนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากมีพี่น้องป่วยและเสียชีวิตไปหลายราย รวมทั้ง พิจารณาหาแนวทางการปรับราคาและสิทธิที่พึงได้รับที่เหมาะสม ระหว่างรถใหญ่/รถเล็ก และรถใหม่/รถเก่า เพื่อสร้างความเป็นธรรม ให้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาขนทุกคน สำหรับเรื่องคุณธรรมและศีลธรรมของคนขับแท็กซี่ และเจ้าหน้าที่รัฐบางคนนั้น เป็นปัญหาสะสมสำคัญของประเทศ นอกจากจะต้องมีมาตรการตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายบนพื้นฐานของหลักนิติธรรมแล้ว จะต้องมีการปลูกฝังเรื่องคุณธรรมศีลธรรมให้เกิดขึ้นตั้งแต่เด็ก จนเติบใหญ่ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องในหลายมิติและเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐจะต้องเข้ามาบริหารจัดการอย่างเร่งด่วนต่อไป

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘กองทุนสัตว์ป่าโลก’เผยนักวิทย์ค้นพบ163สปีชีส์ใหม่แถบภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
บทความถัดไปกอภ.เดินหน้ารื้อถอนรีสอร์ทภูทับเบิกชุด 2 อีก 19 แห่ง