‘จตุพร’ ชี้ พิธา ติดกระดุมผิด รอบนี้ ‘เพื่อไทยไม่ทน’ อ่านเกม ใครของจริง ใครตำแหน่งทิพย์? วิเคราะห์ท่าที ‘นิ่ง’ ของพลเอกประยุทธ์
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กประเทศไทยต้องมาก่อน ในหัวข้อ “ ประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน พังก่อน?” ดำเนินรายการโดย อรุโณทัย ศิริบุตร
นายจตุพรกล่าวในตอนหนึ่งว่า ถ้า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี กระทรวงที่อยู่ในเมืองพรรคก้าวไกล ผลประโยชน์ทับซ้อนส่วนตัวจะไม่เท่าพรรคการเมืองอื่น การสื่อสารต่างๆ จะเหนือกว่าพรรคการเมืองในระบบเดิมทั้งหมด ซึ่งเห็นได้จากการที่ ส.ส.พรรคก้าวไกลซ่อมสะพานไม่กี่แผ่นก็เป็นข่าวดังได้ แม้กระทั่งในกรณีของ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ออกมาขอโทษประชาชนที่เคยสนับสนุนการรัฐประหาร ทั้งที่คนในบ้านในเมืองไม่เคยรู้มาก่อน แสดงให้เห็นว่าการนำเสนอในโซเชียลมีเดียมีส่วนสำคัญ
จากนั้น นายจตุพรยังกล่าวถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ ‘อุ๊งอิ๊ง’ ว่า น.ส.แพทองธารเองก็พูดว่าสนับสนุนพรรคก้าวไกล ไม่รอส้มหล่น ไม่ได้รีบร้อน เพราะรู้กรณีของพิธา ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นการระดมมือจากหลายๆ ฝ่าย มีจิ๊กซอว์ที่สำคัญ หน้าฉากอาจมีชื่อผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่แต่หลังฉากมีตัวละครอื่นๆ ที่เดินเรื่องนี้ คุณเรืองไกร จะรู้ดีที่สุด เพียงแต่จะพูดหรือไม่พูดเท่านั้น การเมืองรอบนี้เป็นเรื่องไว้ใจไม่ได้ ต้องเดินถอยหลังเท่านั้น แทงข้างหลังกันไม่ได้
สรุปคือเราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ใครจะเป็นของจริงใน 312 ที่เหลืออยู่ คือ ตำแหน่งประธานสภา รองประธานสภาคือของแถม ส่วนที่เหลือเป็นตำแหน่งทิพย์ทั้งหมด ยังจับต้องไม่ได้ ถ้าไม่ตั้งหลักกันใหม่ มันจะพังกันหมด ถ้าพรรคเพื่อไทยได้ตำแหน่งประธานสภาแล้วจับมือกับอีกซีกหนึ่งที่ถูกกล่าวหามาตั้งแต่ต้น ทีนี้บรรดาด้อมส้มก็เอาจริง คำถามคือพรรคเพื่อไทยจะปราบพวกนี้อย่างไร
“ผมเชื่อว่าใครก็อ่านการเมืองแบบนี้ออก มันไม่ซับซ้อน เพราะฉะนั้นจะทะเลาะกันในตำแหน่งประธานสภาและเรื่องอื่นๆ มาเป็นประเด็นหมด พรรคที่เหลือก็ไม่ต้องคิดมากก็เทให้พรรคเพื่อไทย แล้วพรรคเพื่อไทยก็ได้รับเลือกท่ามกลางข้อกล่าวหา ทรยศเพื่อน เมื่อร่วมกันไม่ได้แล้ว ก็ไปจัดตั้งรัฐบาล ประเทศนี้ไม่มีอะไรทำให้ง่าย เมื่อประชาชนเห็นการทรยศ การยุบพรรคก็ตามมา เชื่อว่าวันนี้ ตำแหน่งประธานสภา 2 พรรคนี้ไม่มีใครได้เลย ถ้าจะอยู่ร่วมกันต้องเอาคนอื่นมา” นายจตุพรกล่าว
นายจตุพรกล่าวว่า ทุกคนประเมินว่าครั้งหน้าก้าวไกลจะแรงกว่าเดิม ไม่ว่าสูตรไหนก็ตาม พังหมด ปกติเราเห็นพรรคเพื่อไทยทนได้ในทุกสถานการณ์ แต่ตอนนี้ไม่ทน ตั้งใจทะเลาะเพื่อหาทางเลิก เรื่องเพื่อนถีบหน้า เรื่องเงินดิจิทัล เรื่องค่าแรง ดังนั้น งานนี้เห็นได้อย่างชัดว่าเป็นเกมจัดการพรรคก้าวไกล ต่อมาเป็นเรื่องของคุณสมบัติของนายพิธา ลงมือหลายคนเพื่อจัดการโดยเฉพาะ แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อจัดการพิธาแล้ว คนที่ร่วมในกระบวนการจัดการพิธาจะทางสะดวกหรือเปล่า
จากนั้น นายจตุพรยังวิเคราะห์ท่าทีของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อทั้ง 2 พรรคเกิดข้อพิพาทระหว่างกัน
นายจตุพรกล่าวว่า ส.ว. 250 ล้อม เสียงข้างน้อยล้อม ที่ประยุทธ์นิ่ง เพราะเห็นว่าจะทะเลาะกัน ยังไม่แสดงอาการเพราะจะเหมือนพวกนี้ที่สามัคคีตอนต้น ตอนแบ่งสมบัติทะเลาะกัน อนุรักษนิยมเขารู้วิธีการตั้งคำถาม การพูดจา ซึ่งนักการเมืองไม่มี เรื่องนี้เป็นบทเรียนราคาแสนแพง เห็นได้ชัดว่ามันไปไม่ได้แล้ว ไม่มีสัจจะในฝ่ายประชาธิปไตย
“คาดหวังว่าที่พูดมาทั้งหมด จะนำไปแก้ มันผิดมาตั้งแต่ต้น กระดุมในกระดานการเมืองของนายพิธานั้นติดกระดุมเม็ดแรกผิดตั้งแต่ต้น ทั้งที่เป็นเจ้าของลัทธิกระดุม” นายจตุพรกล่าว

