หน้าแรก การเมือง จตุพร ชี้เอ็ม...

จตุพร ชี้เอ็มโอยู จุดพลาดใหญ่ของ ก.ก. แนะพรรคร่วมฯ ดูหนัง 13 หมูป่า เสียสละ-เป็นผู้ให้ พารอดทั้งทีม

25.05.23 | 18:59 น.

‘จตุพร’ ยกเคส 13 หมูป่า ต้องเสียสละ เป็นผู้ให้ พารอดทั้งคณะ


เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ได้กล่าวผ่านการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กในรายการ ‘ประเทศไทยต้องมาก่อน ตอนพังก่อน ?’ ร่วมกับ นายนิติธร ล้ำเหลือ โดยกล่าวถึงประเด็นความเป็นไปได้ในการจัดตั้งรัฐบาล

ในตอนหนึ่งนายจตุพรระบุว่า เรื่อง MOU เป็นจุดผิดพลาดใหญ่ของพรรคก้าวไกลในฐานะที่เป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะเอาเรื่องสุดท้าย กลายมาเป็นเรื่องแรก

เนื้อหาที่ลงใน MOU ก็คือเนื้อหาในการบริหารประเทศ เสมือนหนึ่งว่าเป็นนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา แต่เรื่องการจัดสรรตำแหน่งกลับถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นเรื่องแรก ทั้งที่ควรจะจับมือร่วมกันว่าจะดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ ซึ่งบัดนี้นโยบายของแต่ละพรรคยังคงไม่มีการพูดถึง และยังไม่มีการแบ่งว่าใครจะดำรงตำแหน่งใด รู้อยู่เพียงตำแหน่งเดียว คือ นายกรัฐมนตรี

Advertisement

“ที่เหลือยังไม่มีการพูดคุยจนกว่า กกต.จะรับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นที่เรียบร้อย ถ้าเป็นเช่นนี้เรื่องของตำแหน่งประธานสภาก็จะไม่มีปัญหา เรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี รวมถึงนโยบายก็จะไม่มีปัญหา” นายจตุพรกล่าว

นายจตุพรเผยว่า การจัดตั้งรัฐบาลนั้นหากมองข้อตกลงระหว่างพรรคร่วมจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีเรื่องที่สามารถเป็นไปได้อยู่เพียงตำแหน่งเดียว คือ ตำแหน่งประธานสภา ส่วนตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำกระทรวงต่างๆ เป็นเพียงตำแหน่งทิพย์

“เพราะฉะนั้น ในบรรดาเหล่านักการเมืองไม่ว่าจะเป็นพรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย หรือพรรคร่วมต่างๆ แม้กระทั่งฝั่งเสียงข้างน้อย จากคะแนนเสียง 187 เป็น 188 จาก 313 เหลือ 312 ไม่มีใครอ่านกระดานการเมืองได้ เพราะฉะนั้น ทฤษฎีทางการเมืองต้องจับจุดในสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นจริงเสียก่อน เหตุผล องค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประเพณี เรื่องกินรวบ ไม่กินแบ่ง เป็นเหตุผลประกอบทั้งสิ้น” นายจตุพรกล่าว

นายจตุพรกล่าวว่า ความเป็นไปได้ของการจัดตั้งรัฐบาลนั้นเป็นศูนย์ จากเหตุการณ์ 13 หมูป่า ซึ่งทั้งโลกให้ความสนใจ พรรคร่วมรัฐบาลควรไปอ่าน หรือไปดูภาพยนตร์เรื่อง 13 หมูป่า ที่ติดถ้ำและรอดออกมาได้อย่างไร

“หมูป่าอาจจะมีโค้ชเอกที่เป็นคนไม่เห็นแก่ตัว มีความเสียสละ ส่งผลให้มีคนเสียสละตาม มีการสวดมนต์ ซึ่งทั้งหมดตั้งอยู่บนฐานของสติ กระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถนำทุกคนออกมาได้ แม้ว่าจ่าแซมจะต้องสละชีวิตตัวเองก็ตาม เหตุการณ์นี้ชี้ชัดว่าการที่สามารถเอาตัวรอดมาได้ คือไม่มีความเห็นแก่ตัว มีสติ และที่สำคัญคือ ผู้นำ โค้ชเอกเริ่มต้นด้วยการเป็นผู้ให้ แต่กรณีของการเมืองประธานสภาจะต้องมีหน้าที่บรรจุระเบียบวาระ หากก้าวไกลไม่ได้ตำแหน่งนี้ก็จะไม่มีการบรรจุวาระการแก้ไขมาตรา 112

ส่วนพรรคเพื่อไทยที่เป็นพรรคคะแนนเสียงมากอันดับสอง ก็ควรจะทำหน้าที่ประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่เรื่องราวทั้งหมดนั้นก็เป็นเหตุผลประกอบเพื่อสร้างความชอบธรรม โลกแห่งความเป็นจริงคือ ตำแหน่งประธานสภาคือสิ่งเดียวที่จะเกิดขึ้นจริง และมีรองประธานสภาอีก 2 ตำแหน่ง ที่เหลือไม่มีทางเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ นักการเมืองเป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษ ซึ่งจะหาแก่นแท้ หรือสาระจากนักการเมืองไม่ได้” นายจตุพรกล่าว

นายจตุพรกล่าวต่อไปถึงประเด็นตำแหน่งประธานสภาว่า มีการพูดคุยกัน ให้ไปโหวตในสภา หากเพื่อไทยและก้าวไกลเสนอตัวแทนทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ต้องเป็นพรรคเพื่อไทยที่มีโอกาสในตำแหน่งนี้มากกว่า เป็นการย้ายขั้ว สลับข้างอย่างคลาสสิกที่สุดโดยหยิบยกตำแหน่งประธานสภาเป็นตัวตั้ง โหวตอย่างไรก็ตามก็จะเป็นพรรคเพื่อไทย จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าบรรดาการเคลื่อนไหวในโซเชียลของพรรคเพื่อไทยจะพูดเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล และการจัดตั้งรัฐบาลแข่งนั้นจะเป็นเรื่องที่ทุกคนสงสัยมาตั้งแต่ต้น คือจะต้องมาจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ และพรรคอื่นๆ ในฝั่ง 188 เสียง

“นายกฯทักษิณก็มาเล่นกับเขาด้วย เพื่อชี้ให้เห็นว่าแก่นลึกๆ แล้วไม่สามารถปล่อยพรรคก้าวไกลไปได้ เพราะจะมาแทนที่ทุกอย่าง จะไม่เหลืออะไรเลย การทำคอนเทนต์หรือทำอะไรต่างๆ จะเหนือกว่าพรรคการเมืองอื่นทั้งหมด จะทำได้หรือไม่ได้ไม่ทราบ หากใครคิดว่า พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้นั้นก็บ้าเต็มทีแล้ว” นายจตุพรกล่าว