หมายเหตุ – น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) แถลงและตอบคำถามถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลของพรรค ก.ก.และพรรคร่วม 7 พรรค ตลอดจนประเด็นข้อขัดแย้งในการเสนอบุคคลให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่พรรค ก.ก.และพรรคเพื่อไทย (พท.) ยังมีความเห็นขัดแย้งกัน ที่พรรค ก.ก.เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม
⦁หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเร็ว จะส่งผลทำให้การจัดตั้งรัฐบาลเร็วขึ้นด้วยหรือไม่และจะใช้ระยะเวลาในการเจรจากับพรรคร่วมนานเท่าใด
แน่นอน การที่ กกต.รับรองผลเร็ว จะทำให้เราเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วขึ้น หากใช้เวลาไม่ถึงตามที่คาดการณ์ คือ 45-60 วัน ก็จะทำให้กระบวนการทุกอย่างเร็วขึ้น คาดว่าจะสามารถเจรจากับพรรคร่วมจบภายใน 2 สัปดาห์ หากไม่มีปัญหาอื่นมาแทรก ขณะที่การเจรจากับพรรคร่วม การสรรหาคณะรัฐมนตรี (ครม.) และการหารือนโยบายที่ยังเห็นต่างกัน เช่น การขึ้นค่าแรง 450 บาท พรรค พท.ให้สัญญาณทางบวก ระบุว่า ไม่ขัดข้อง แต่สำหรับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ของพรรค พท. และนโยบายอื่นๆ นั้น ยังต้องอาศัยการพูดคุยกับพรรคร่วมเพื่อหาข้อสรุปก่อนจัดทำนโยบายร่วมเสนอต่อรัฐสภา
ส่วนการนับคะแนนผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่พบว่า จำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตของพรรค ก.ก. ลดลง 1 คน ใน จ.ปราจีนบุรี ทำให้เหลือ ส.ส.เขต 112 ที่นั่ง พรรคได้เห็นข้อผิดพลาด และได้ยืนยันจำนวนตัวเลขดังกล่าวแล้ว อยู่ในคาดการณ์ จำนวน ส.ส.ขณะนี้ของพรรค ก.ก.อยู่ที่ 151 เสียง ไม่กระทบกับการจัดตั้งรัฐบาล
⦁ความกังวลจากกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยื่นคำร้องต่อ กกต.ให้ตรวจสอบการลงนามในเอ็มโอยูของทั้ง 8 พรรคร่วม ซึ่งอาจนำไปสู่การยุบพรรคได้หรือไม่
ไม่มีความกังวลแต่อย่างใด เราคิดว่าการลงนามในเอ็มโอยูไม่มีผลผูกพันในทางกฎหมายใดๆ อยู่แล้ว และการตีความว่า พ.ร.ป.พรรคการเมือง เป็นกฎหมายที่หากไม่ได้เขียนไว้ จะทำไม่ได้เลย มันถูกต้องแล้วหรือยัง
⦁ความกังวลในส่วนที่มีความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล จะกระทบต่อความสัมพันธ์ในพรรคร่วมหรือไม่ และจะมีการพูดคุยเพื่อเคลียร์ใจกันหรือไม่
ความเห็นต่างเป็นเรื่องธรรมชาติ ในเรื่องของการร่วมกันทำงาน ไม่มีใครที่จะเห็นด้วย 100% ดังนั้น การเจรจาพูดคุยกัน จะต้องเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้ความกังวลใจ หรือความเข้าใจผิดคลี่คลายได้ในที่สุด และไม่มีความกังวลว่าจะนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงแต่อย่างใด
⦁การที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค พท. เคยระบุว่า อยากให้พรรค ก.ก.ในฐานะที่เป็นพรรคแกนนำ เป็นตัวกลางในการเคลียร์ใจ จากกรณีที่มีความขัดแย้งกับ น.ต.ศิธา ทิวารี แคนดิเดต นายกรัฐมนตรีพรรคไทยสร้างไทย ได้มีการพูดคุยกันหรือยัง
ถ้า นพ.ชลน่านอยากให้พรรคก้าวไกลทำบทบาทนี้ เราก็ยินดี
⦁มองตัวเองไว้ในตำแหน่งไหนอย่างไรในคณะรัฐมนตรี และพร้อมที่จะรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตามที่หลายฝ่ายได้มีการคาดการณ์ไว้หรือไม่
ต้องให้เป็นมติพรรค ในการจัดสรรตำแหน่งต่างๆ ไม่มีการวางตัวเองไว้อย่างไร ซึ่งหากพรรคมอบหมายตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ก็ยินดีที่จะรับ
⦁การเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมที่ออกมากดดันสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ทางพรรคมีอะไรบอกกล่าวกับทางผู้ชุมนุมหรือไม่ เพราะการกระทำดังกล่าวอาจส่งผลลบต่อการตัดสินใจในการเลือกนายกฯของ ส.ว.
อยากสื่อสารผ่านสาธารณะไปยังผู้ชุมนุม แต่อย่างไรก็ตาม การที่ประชาชนร่วมชุมนุมก็เป็นเสรีภาพอยู่แล้ว เราคงไม่มีการไปยับยั้งอะไร เป็นเรื่องที่เราต้องพิจารณาว่าสุดท้ายจะกระทบต่อเสียงของ ส.ว.ต่อการโหวตนายกฯหรือไม่ เนื่องจากเวลาที่มีการพูดคุยกับ ส.ว.ก็มีข้อกังวลใจอยู่เหมือนกัน ไม่ใช่เรื่องของการชุมนุม แต่เป็นการทำงานของเรา 4 ปีที่ผ่านมา ยืนยันว่าเวลาพรรคก้าวไกลอภิปรายถึง ส.ว. เป็นการอภิปรายในเชิงหลักการ ไม่ใช่การโจมตีในเชิงบุคคล บทบาทของ ส.ว.ก็มาจากรัฐธรรมนูญปี 2560
⦁กระแสข่าวการมีดีลลับเพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่ฮ่องกงมองอย่างไร
ยังคงเชื่อว่าน่าจะเป็นข่าวลือ ถึงแม้ว่าจะมีการพูดคุยกันจริง แต่ไม่เชื่อว่าเป็นการพูดคุยกันเพื่อเจรจาจัดเรื่องตั้งรัฐบาล เชื่อมั่นในพรรคร่วมรัฐบาลของเราจะสามารถร่วมมือกันเพื่อจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ให้สำเร็จ ไม่ว่าจะมีข่าวลือต่างๆ ออกมาอย่างไรก็ตาม กระบวนการต่อไปที่พรรคจะดำเนินการต่อจะเป็นการเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาลในประเด็นต่างๆ รวมถึงการจัดสรรแบ่งกระทรวง ตำแหน่งรัฐมนตรี รวมถึงการหารือพูดคุยนโยบายที่ยังเห็นต่าง โดยยังมีนโยบายอื่นๆ ที่ยังเห็นต่างทั้งกระบวนการและวิธีการ จำเป็นที่จะต้องมีการหารือกันต่อไป อย่างเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาท ซึ่งพรรค พท.ส่งสัญญาณบวกว่า ไม่ขัดข้อง ถ้าพรรค ก.ก.จะดำเนินนโยบายนี้ แต่ยังมีอีกหลายนโยบายที่ต้องพูดคุย รวมไปถึงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตของพรรค พท.ว่าสรุปแล้วจะมีการดำเนินนโยบายนี้หรือไม่ เป็นต้น ซึ่งหากพรรคใดพรรคหนึ่งตัดสินใจทำแล้ว จะมีผลกระทบต่อนโยบายอื่นๆ ที่ต้องดำเนินการร่วมกัน จะเป็นแนวทางพูดคุย เพื่อสุดท้ายหาข้อสรุปเพื่อใช้เป็นนโยบายเพื่อแถลงต่อรัฐสภา
⦁เรื่องที่เป็นห่วงว่าความขัดแย้งเรื่องการตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎร จะทำให้พรรค พท.พิจารณาถอนตัวออกจากการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่
พรรค พท.น่าจะเล็งเห็นว่าความหวังที่พี่น้องประชาชนมอบให้ ในการจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จลุล่วงน่าจะมีความสำคัญ และเรื่องนี้น่าจะเป็นการที่จะได้พูดคุยเจรจากันภายหลังต่อไป ยังมั่นใจว่าพรรค พท.จะอยู่ร่วมรัฐบาลกับพรรค ก.ก.ไม่ว่าจะมีตำแหน่งประธานสภาหรือไม่ก็ตาม
⦁มีการแทงข้างหลังกันจริงหรือไม่
ไม่เป็นความจริง ดิฉันยังยืนยันข้อความที่ระบุไว้ในเอ็มโอยูว่า เราต้องซื่อสัตย์ จริงใจต่อกัน ดังนั้นปรากฏการณ์แทงข้างหลังจะไม่มีทางปรากฏขึ้นแน่นอนจากทางฝั่งพรรค ก.ก.
อย่างไรก็ตาม มีความพยายามในการสื่อสารตรงไปตรงมา ส่วนไหนที่ยังคิดว่าเป็นข้อกังวลที่จะเป็นการไม่จริงใจต่อกันก็สามารถที่จะพูดคุยกันได้
⦁หากพรรค พท.ถอนตัว แนวทางของพรรค ก.ก.หลังจากนี้จะทำอย่างไร
เราไม่มีความเชื่อใดๆ ว่าพรรค พท.จะถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลในครั้งนี้ หลังจากที่ได้มีการพูดคุยกันหลายครั้ง ได้มีการแถลงข่าวการร่วมมือกัน ได้ลงนามเอ็มโอยู มั่นใจว่าพรรค พท.จะไม่ถอนตัว พรรค ก.ก.เน้นที่ตัววาระและนโยบายเป็นหลัก เรื่องการเจรจาต่อรองต้องไปพูดคุยกันในรายละเอียดว่า ใครได้บริหารกระทรวงไหน การที่พรรคที่ได้อันดับ 1 ขอตำแหน่งประมุขในสภาไม่ใช่เรื่องผิดแผกอะไร เนื่องจากมีวาระที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนในตำแหน่งประธานรัฐสภา
⦁มีการวางตัวตำแหน่งประธานสภาไว้แล้วว่าต้องเป็นใครหรือไม่ เนื่องจากหลายคนคาดการณ์ไปที่นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรค ก.ก.ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมาย
ยอมรับว่ามีการพูดคุยกัน แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเป็นใคร ในพรรคมีคนที่เหมาะสมหลายคน คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายชื่อในช่วงใกล้วันที่จะต้องโหวตประธานสภา ซึ่งตำแหน่งนี้ไม่ได้เพียงควบคุมการประชุมเท่านั้น แต่ยังมีประเด็นในการขับเคลื่อนฟื้นฟูประชาธิปไตย มั่นใจว่าคนของพรรค ก.ก.สามารถทำได้
พรรค ก.ก.ยืนยันต้องการตำแหน่งดังกล่าว เพราะมีความสำคัญต่อการผลักดันกฎหมายเร่งด่วนทั้ง 45 ฉบับ รวมถึงกฎหมายสำคัญอื่นๆ รวมถึงกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ลุล่วงผ่านการประชุมรัฐสภา จึงต้องการประธานสภาที่มีเจตจำนงแน่วแน่
อีกทั้งการผลักดันให้เกิดรัฐสภาที่โปร่งใสและประชาชนมีส่วนร่วม ที่ผ่านมาพยายามผลักดันให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมในระดับกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการด้วย แต่ไม่สำเร็จ ซึ่งในการนี้จะเร่งผลักดันต่อ เช่นเดียวกับนโยบายจัดตั้งสภาเยาวชนเพื่อรับฟังเสียงของเยาวชนผู้ยังไม่มีสิทธิเลือกตั้งได้มีที่ทางแสดงออก และจะขึ้นตรงกับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
⦁ในโผมีชื่อนายณัฐวุฒิอยู่แล้วใช่หรือไม่
ยกตัวอย่างโผคณะรัฐมนตรีที่เคยหลุดออกมา เป็นกรณีเดียวกัน คือ ยังไม่มีการสรุปชื่อใดๆ
⦁มั่นใจว่ามีความสามารถในการควบคุมสภาได้หรือไม่ เนื่องจากมีการมองว่า ส.ส.พรรค ก.ก.เป็น ส.ส.ใหม่ อายุไม่มาก
ในอดีตก็มีผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาที่มีอายุน้อย มองว่าเรื่องอายุไม่ใช่ประเด็น การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ยาก ถ้ามองเพียงประเด็นความอาวุโสและประสบการณ์มากเกินไป
⦁กรณีที่นายอดิศร เพียงเกษ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. ออกมาบอกว่าพรรค ก.ก.ได้ฝ่ายบริหารแล้ว ไม่ควรกินรวบ
ยืนยันว่า พรรค ก.ก.ยึดตัววาระและนโยบายเป็นหลัก ส่วนการเจรจาต่อรองคงต้องไปพูดคุยกันในรายละเอียดว่า ได้ฝ่ายบริหารไปแล้วคือใครได้กระทรวงไหน อย่างไร การที่พรรคที่มีจำนวน ส.ส.มากเป็นอันดับหนึ่ง จะขอตำแหน่งประธานสภาซึ่งเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติด้วยในเวลาเดียวกัน ไม่ใช่เรื่องผิดแปลก และพรรค ก.ก.ชัดเจนว่าจะขับเคลื่อนอย่างไรในการที่มีตำแหน่งประธานสภา ต้องพูดคุยกันว่าวาระเหล่านี้จะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร
⦁สาเหตุที่พรรค ก.ก.ต้องการตำแหน่งประธานสภา เพราะไม่ไว้ใจว่าพรรค พท.จะตั้งรัฐบาลแข่งหรือไม่
ยืนยันว่าไม่ได้กังวลเรื่องนี้ว่าจะมีการเสนอชื่อคนอื่นเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อแข่งกันตั้งรัฐบาล เพราะเชื่อใจพรรค พท.อย่างเต็มที่ว่าจะร่วมหัวจมท้ายไปกับพรรค ก.ก. พร้อมยืนยันว่าพรรค ก.ก.ไม่ได้ยึดติดเก้าอี้ แต่ยึดวาระที่ต้องการขับเคลื่อน ส่วนที่นายอดิศรเสนอว่าให้เปิดเป็นฟรีโหวตในการเลือกประธานสภานั้น ยังไม่ไปถึงขั้นนั้น คาดว่าน่าจะได้ข้อยุติกันก่อนที่จะไปถึงให้ฟรีโหวต

