มรสุม การเมือง ทดสอบ ‘พลัง’ ก้าวไกล ใน ความขัดแย้ง

26.05.23 | 12:59 น.

คอลัมน์หน้า 3 : มรสุม การเมือง ทดสอบ ‘พลัง’ ก้าวไกล ใน ความขัดแย้ง

ไม่ว่าวิวาทะระหว่าง “คุณหมอ” กับ “เสืออากาศ” ไม่ว่าวิวาทะในเรื่องความชอบธรรมในตำแหน่ง “ประธานสภา”

เหมือน “คนละเรื่อง” แต่กลายเป็น “เรื่องเดียวกัน”

กรณีการโต้ตอบของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว กับ น.ต.ศิธา ทิวารี อันมีจุดเริ่มมาจาก MOU advance

เหมือนเป็นเรื่อง “ไทยสร้างไทย” กับ “เพื่อไทย”

Advertisement

สะท้อนความหวาดระแวงอันเป็น “เชื้อมูลเก่า” อันเป็นจุดทำให้เกิดการแยกตัวออกจากพรรคเพื่อไทย

และดำรงอยู่กับพรรคไทยสร้างไทยเด่นชัด

แต่พลันที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว นำเอาคณิตศาสตร์การเมือง 141 มาเป็นเครื่องต่อรองกับ 6

เรื่องจึงอยู่ในมือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ขณะเดียวกัน ต่อประเด็นอันเกี่ยวกับตำแหน่ง “ประธานสภา” เป็นเรื่องระหว่างพรรคอันดับ 1 กับพรรคอันดับ 2 โดยตรง

นั่นคือ “ก้าวไกล” กับ “เพื่อไทย”

ด้านหนึ่ง พรรคก้าวไกลยืนยันความต้องการอย่างแจ้งชัดว่า ตำแหน่ง “ประธานสภา” ต้องเป็นของตน

ด้านหนึ่ง บางส่วนในพรรคเพื่อไทย ไม่เห็นด้วย

การออกโรงของ นายอดิศร เพียงเกษ และ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เพิ่มความร้อนแรงให้กับสถานการณ์

มองว่าน่าจะเป็นของ “เพื่อไทย” เพราะเหมาะสมมากกว่า

ยิ่งพรรคก้าวไกลยืนยัน ยิ่งก่อให้เกิดความไม่พอใจในพรรคเพื่อไทยและนำไปสู่ข้อเสนอให้มีการแยกตัวไปเป็นฝ่ายค้าน

นี่เท่ากับท้าทายโดยตรงต่อพรรคก้าวไกล

ในทางรูปแบบคล้ายกับว่า เมื่อมีการลงนามใน “ข้อตกลงร่วม” หรือ MOU ในวันที่ 22 พฤษภาคม น่าจะสร้างความมั่นใจ

แต่ภายใน “รายละเอียด” ของการ “ลงนาม” ก็มีเงื่อนมีแง่ง

เป็นแง่งที่บางพรรคการเมืองอาศัยช่วงเวลาก่อนถึง 16.30 น. มาเป็นเครื่องต่อรองอย่างเหลือทางเลือกน้อยนิด ริบหรี่ยิ่ง

สะท้อน “ความเขี้ยว” ในทาง “การเมือง”

สะท้อนให้เห็นความพยายามในการรุกและยึดครองพื้นที่ในทางการเมือง สร้างความจำเป็นที่จะต้องถอยให้กับพรรคก้าวไกล

กระทั่ง ต้องออกมายืนยันว่ามิอาจ “ถอย” ได้อีกแล้ว

การรุกของบางส่วนแห่งพรรคเพื่อไทยจึงทำให้พรรคก้าวไกลเหลือทางเลือกน้อยลงและตกอยู่ในภาวะตั้งรับ

แม้จะพยายามถอย “ทางยุทธศาสตร์” ก็ตาม

มีความต่างในกระบวนการทางการเมืองระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลอย่างแน่นอนและเด่นชัด

1 เขี้ยวเล็บแพรวพราว 1 อ่อนหัด ไร้ประสบการณ์

อาวุธของพรรคก้าวไกลมีเพียงความชอบธรรมอันได้มาจาก “การเลือกตั้ง” และความมุ่งมั่นในการสร้างการเมือง “ใหม่”

ถามว่า “ความชอบธรรม” นี้จะมี “พลานุภาพ” หรือไม่