อดีตเลขาประธานชวน ยืนยัน อดีตประธานชวนเป็นประธานทำงานได้ดีไร้ที่ติ ขณะที่พรรคอันดับหนึ่งอันดับสองก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะได้เป็นประธานสภา
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล อดีตเลขาประธานรัฐสภา นายชวน หลีกภัย กล่าวว่า การเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้นเป็นตำแหน่งสูงสุดของฝ่ายนิติบัญญัติ จำเป็นต้องเอาคนที่สามารถควบคุมสภาได้ ก็ต้องประกอบด้วยความรู้ ประสบการณ์ของการทำงานทำงานในสภามาพอสมควร
ยกตัวอย่างการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ปี 2562 ที่ประชุมมีมติเลือกท่านชวน หลีกภัย มาเป็นประธานสภา ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้นไม่ได้มีเสียงจำนวน ส.ส.สูงสุดในสภา แต่ในสภาก็เลือกให้ท่านชวนเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร
ในการทำงานของท่านในสภาช่วงที่ผ่านมา สามารถปฏิบัติหน้าที่จนครบวาระ สาเหตุหนึ่งตนเชื่อว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของท่านชวนสามารถทำงานได้ครบวาระ ซึ่งอันที่จริงทางกฎหมายไม่ได้บังคับ อยู่ที่สภาผู้แทนราษฎรจะเลือกใครมาดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่จำเป็นต้องเป็นพรรคการเมืองที่มี ส.ส.มากที่สุด ทั้งนี้ ความอาวุโสเป็นองค์ประกอบหนึ่ง เพราะในสภาเป็นที่ที่มี 500 ความคิด 500 คน ทำอย่างไรให้การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อยู่ที่การควบคุมของประธานรัฐสภา
ซึ่งตนขอยกตัวอย่าง ประธานสภานายชวนหลีกภัย ท่านเป็น ส.ส.มา 16 สมัย ประสบการณ์ในการทำงานในสภาผู้แทนราษฎรท่านเห็นมาตลอด เป็นคนที่ใช้รัฐธรรมนูญมากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร มีประสบการณ์อยู่แล้วในการเอามาใช้ปฏิบัติหน้าที่ การเตรียมตัว ก่อนการจะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะต้องมีการเตรียมตัว เรียกทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน มาพูดคุยหาแนวทางร่วมกันในการประชุมที่ให้เกิดความขัดแย้ง
ซึ่งจากการที่ตนเองทำงานเป็นเลขาประธานสภาท่านชวน หลีกภัย ในช่วง 4 ปี ที่ผ่านมา เห็นว่าท่านชวนเป็นคนเถรตรงมาก ระเบียบวาระเรื่องใด กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง มีข้อบังคับอะไรที่จะต้องเอามาใช้กับวาระตรงนี้ ท่านเตรียมพร้อมมาก ท่านเชิญฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายการเมือง บางครั้งเชิญหัวหน้าพรรคทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลทางวุฒิสภามาพูดคุยประชุมหารือกัน
นี่คือประสมการณ์และความจำเป็นของคนที่จะมาทำงานดำรงตำแหน่งนี้ เพราะประธานสภาผู้แทนราษฎรมันไปเกี่ยวข้องกับการประชุมรัฐสภาด้วย รวมต้องดูแลกิจการของสภา ความสำคัญระหว่างประเทศ ความสำคัญระหว่างรัฐสภา ภารกิจในการต้อนรับแขกสำคัญรวมถึงการแก้ปัญหานอกสภา ไม่ว่าจะเป็นพวกเดินขบวน เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยที่ส่งสัญญาณมายังสภา
ทั้งนี้ มองว่าหาก ท่านชวน หลีกภัย กลับมานั่งเป็นประธานสภานั้นตนมองว่าก็เป็นไปได้ ด้วยคุณสมบัติของการเป็นประธานสภาต้องเป็น ส.ส. เมื่อเป็นหนึ่งใน 500 ในสภา ท่านก็มีโอกาสที่จะเป็นประธานสภาได้ทุกท่าน ส่วนจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลตนมองว่าไม่จำเป็น ตนเชื่อว่าในระบบรัฐสภา ในการทำงานของระบบรัฐสภาผู้แทนราษฎรก็จำเป็นต้องอยู่ฝ่ายเสียงข้างมาก ถามว่าในประวัติศาสตร์มีหรือไม่ ตอบว่ามีแต่เป็นเสียงข้างน้อย
หากมีการเปรียบเทียบกัน ในฐานะที่ตนทำงานกับท่านชวน หลีกภัย กว่าที่ทุกคนจะให้การยอมรับก็ต้องผ่านงานหนักมาพอสมควร ยอมรับว่าท่านชวนเป็นประธานสภาที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่ง ด้วยประสบการณ์ ด้วยการเตรียมตัว ด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน ว่าเป็นมาตรฐานที่สูงมาก
ถ้าถามว่าในอนาคตจะมีใครปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างนี้ตนมองว่ามี เนื่องจากมันมีแบบอย่างให้เห็นแล้วว่า ประธานสภาทำอย่างไรให้เป็นกลางมากที่สุด เพื่อให้ ส.ส.ทั้งหลาย ให้ความนับถือ เมื่อท่านเป็นแบบอย่างเป็นมาตรฐานตนเชื่อว่าทุกคนก็สามารถเรียนรู้ ตามแบบอย่างที่ท่านเคยปฏิบัติมาก็ได้

