‘เศรษฐา’ สรุปบทเรียนเลือกตั้ง ชี้เพื่อไทยต้องทรานส์ฟอร์ม
นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย เปิดเผยภายในงาน เอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์ทอล์ก JOURNEY TO TRANSFORM ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 47 หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ เมื่อคืนวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถึงสาเหตุที่พรรคเพื่อไทยแพ้พรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งที่ผ่านมาว่า ตอนที่ปิดหีบบัตรเลือกตั้งก็คุยกันในพรรคเพื่อไทย แม้ไม่ได้ชะล่าใจแต่ก็ไม่สบายใจว่าอีก 4 ปีข้างหน้าจะสู้อย่างไร เริ่มเห็นสัญญาณว่าต้องปรับตัว แต่ก็ยังไม่กังวลเพราะขณะนั้นคะแนนยังนำอยู่ แต่หลังจากนั้นประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง สถานการณ์เปลี่ยนแปลงเร็วมาก แบบไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
“การปรับโครงสร้างไม่ใช่เรื่องของเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว เอาเงินดิจิทัล 10,000 บาทใส่กระเป๋า เอาค่าแรง 450-600 บาท เป็นเรื่องที่ทุกคนรู้ว่าพรรคเพื่อไทยสามารถทำได้ แต่เรื่องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเป็นเรื่องสำคัญ คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พูดไว้อย่างชัดเจนสัมภาษณ์กับ CNN เป็นอะไรที่ได้ใจความ การให้ประเทศไทยปลอดอิทธิพลทหาร ยุติการผูกขาด และมุ่งกระจายอำนาจ ซึ่งบอกแค่ 3 อย่างก็ตบมือเฮและเข้าใจหมด บางทีเรื่องบางเรื่องไม่ใช่เรื่องเงินในกระเป๋าอย่างเดียว”
นายเศรษฐากล่าวว่า อยากบอกว่าเรื่องเศรษฐกิจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเมือง แต่มีเรื่องของจิตใจ เรื่องของโครงสร้าง เป็นเรื่องสิทธิการประกอบอาชีพ สิทธิการเลือกเพศสภาพ และเรื่องทั่วๆ ไป มีการพูดคุยกันกับผู้ใหญ่ในพรรคว่า พรรคก้าวไกลเป็นแค่กระแสเท่านั้น แต่วันที่ 14 พฤษภาคม ก็เป็นคำตอบ ดังนั้นต้องยกตัวอย่างให้ชัดเจนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร ปัญหาคืออะไร
“พรรคเพื่อไทยมีครบสมบูรณ์แบบทุกอย่าง มีวิธีการจัดการเหมือนบริษัทใหญ่ๆ ทั่วไป แต่เกิดเหตุใหญ่เมื่อ 14 พฤษภาคม หากไม่ทรานส์ฟอร์ม ครั้งถัดไปอาจจะได้แค่ 100 หรือต่ำกว่านั้นอีก เพราะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้น ซึ่งก็มีหลายอย่างถึงวิธีการพรรคอื่นทำอย่างไร วันนี้ก็ขอโทษ ส.ส.หลายคนที่อยู่ในพรรคว่ามาช้าไป แต่ทำเต็มที่แล้ว เพราะผมก็อายุ 61 แล้ว ไม่ได้อายุ 42 เพราะทุกวันนี้ช่วงหาเสียงก็หมดสภาพ ที่จริงมีอีกหลายจังหวัดที่อยากไป มีหลายคนที่อยากคุยด้วย อีกหลายวงที่อยากสนทนา มีอีกหลายอุตสาหกรรมที่อยากพูดคุยด้วย” นายเศรษฐากล่าว

