คอลัมน์หน้า 3 : สายธาร ความคิด จาก พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ถึง ธนาธร ทิม พิธา
เมื่ออยู่ในสถานการณ์เดือนตุลาคม 2516 ไม่ว่า พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ไม่ว่า จาตุรนต์ ฉายแสง ยังเป็น “นักเรียน”
เพิ่งเหยียบบาทก้าวเข้า “มหาวิทยาลัย”
กังวานแห่งกวีนิพนธ์ “กูเป็นนิสิต นักศึกษา / วาสนา สูงส่ง สโมสร” ของ สุจิตต์ วงษ์เทศ ยังก้องกังวาน
พร้อมกับบทบาทของ “หนุ่มหน่ายคัมภีร์”
ประสานเข้ากับกังวานแห่งกวีนิพนธ์ “ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง ฉันจึง มาหา ความหมาย” ของ วิทยากร เชียงกูล
“อ่อนเยาว์” ยิ่งแต่เปี่ยมด้วย “ความหวัง”
เมื่อ พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช สำแดงบทบาทใน “มหิดล” เมื่อจาตุรนต์ ฉายแสง สำแดงบทบาทใน “มอชอ”
ล้วนดำรงอยู่อย่างต้องการ “ความหมาย”
ณ วันนี้ พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ดำรงอยู่ในจุดอันเป็นผู้จัดทำ “นโยบาย” ให้กับพรรคเพื่อไทย
ขณะที่ จาตุรนต์ ฉายแสง อยู่ในทีม “ยุทธศาสตร์”
คำถามก็คือ เมื่อทอดสายตาไปยัง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อทอดสายตาไปยัง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มองอย่างไร
มองเห็น “ภาพ” ของตนใน “อดีต”
หรือมองเหมือนกับ บรรดา“ลุงลุง” แห่งพรรครวมไทยสร้างชาติ หรือมองเหมือนกับบรรดา “ลุงลุง”แห่งพรรคประชาธิปัตย์
อ่อนหัด ไร้เดียงสา ไม่มีประสบการณ์
มองข้ามบทบาทของตนเมื่อเผชิญกับสถานการณ์เดือนตุลาคม 2516 มองข้ามบทบาทของตนเมื่อเผชิญกับสถานการณ์เดือนตุลาคม 2519
เยาว์ เธอคืออาทิตย์อุทัย โลกนี้เป็นของเธอ
ไม่ว่าเยาวชนรุ่น ปรีดี พนมยงค์ ไม่ว่าเยาวชนรุ่น กุหลาบ สายประดิษฐ์ ไม่ว่าเยาวชนรุ่น จิตร
ภูมิศักดิ์
ล้วนมี “ความฝัน” ล้วนมีความ “ใฝ่ฝัน”
ไฉนในยุคของ พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช จึงยอดเยี่ยม ไฉนในยุคของ จาตุรนต์ ฉายแสง จึงยอดเยี่ยม
เปี่ยมด้วย “ความใฝ่ฝัน” อยู่เหนือ “ความเพ้อฝัน”
ไฉนในยุคของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จึงน่าเป็นห่วง ไฉนในยุคของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จึงมิอาจสร้างความเชื่อมั่น
ทั้งๆ ที่ในยุค “ธนาธร” ได้มากว่า 6.3 ล้านคะแนน
ทั้งๆ ที่ในยุค “ทิม พิธา” ได้ทะยานไปสู่ชัยชนะเป็นพรรคครองอันดับ 1 เหนือบรรดาพรรค “ลุงลุง”
ไม่ว่า “รวมไทยสร้างชาติ” ไม่ว่า “ประชาธิปัตย์”
สถานการณ์การเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 จึงเป็น “บทเรียน” สถานการณ์การเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคม 2566 จึงเป็น “บทเรียน”
ทาง “ความคิด” ทาง “การเมือง”และเป็นบทเรียนอย่างมีนัยสำคัญจากคนอย่าง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จากคนอย่าง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
นี่คือ “ความจริง” และคือความจริง “แท้”

