บทนำ : อุปสรรคเที่ยวไทย
ตัวเลขข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ท่องเที่ยว จากนายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ระบุว่า ในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทยประมาณ 11 ล้านคน แบ่งเป็นกรุ๊ปทัวร์ที่เข้ามาเที่ยวผ่านแอตต้า อยู่ที่ 6 แสนคน หรือ 60% ของจำนวนเฉลี่ย 1 ล้านคนต่อเดือน เทียบกับ 5 เดือนแรกปี 2566 ที่มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทยสะสมอยู่ประมาณ 1 ล้านคนกว่าๆ คิดเป็นกรุ๊ปทัวร์ที่เข้ามาผ่านแอตต้าเพียง 1 แสนคน หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% เท่านั้น
เลขาธิการแอตต้าระบุว่า ความกังวลภาพการท่องเที่ยวในช่วง 7 เดือนที่เหลือของปีนี้ อยู่ที่ตลาดจีน ที่ต้องดึงดูดให้เข้ามาเที่ยวไทยอีก 4 ล้านคน เพื่อให้สิ้นปีนี้มีนักท่องเที่ยวจีนมาไทยถึงเป้าหมาย 5 ล้านคน ซึ่งอยากให้กรมการกงสุลอำนวยความสะดวกเรื่องระบบอีวีซ่า ใช้เวลาพิจารณาและอนุมัติเร็วขึ้นในช่วง 3 วันทำการเหมือนช่วงก่อนหน้านี้ ตอนนี้หากระบบการพิจารณาวีซ่าเข้าไทย ใช้เวลาในการอนุมัติวีซ่านาน จะส่งผลกระทบต่อโอกาสการทำตลาดนักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์ โดยเฉพาะซีรีส์ทัวร์ รวมถึงกรุ๊ปขนาดใหญ่
อาทิ กลุ่มเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (อินเซนทีฟกรุ๊ป) ที่จะเดินทางเข้าไทยเป็นจำนวนมากในไตรมาส 3/2566 นี้ ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของการเดินทางในรูปแบบดังกล่าว ล่าสุดได้รับรายงานมาว่า อินเซนทีฟกรุ๊ปขนาดใหญ่ประมาณ 1 หมื่นคน หลุดไปแล้ว 1 กรุ๊ป เนื่องจากตัดสินใจไปเที่ยวประเทศอื่นแทนไทย
ประเทศไทยฝากความหวังการฟื้นฟูเศรษฐกิจไว้ที่การท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากประเทศจีน แต่ยังมีปัญหาที่ระบบภายในของประเทศไม่เอื้ออำนวยเท่าที่ควร และเริ่มส่งผลทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจไปประเทศอื่น ที่มีความพร้อมรองรับมากกว่าประเทศไทย รัฐบาลที่รักษาการอยู่ จะต้องรับผิดชอบ เร่งแก้ไขปัญหา ไปพร้อมๆ กับเรื่องอื่นที่มีผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวประเทศไทย อาทิ กรณีแท็กซี่พยายามเรียกเงินค่าโดยสารจากนักท่องเที่ยวเกินอัตราปกติหลายเท่าตัว ดังที่เกิดที่เมืองทองธานีเมื่อเร็วๆ นี้

