คอลัมน์หน้า 3 : ท่าที ต่อชัยชนะ อนาคตใหม่ ก้าวไกล ใน ภาพ ‘ลวงตา’
มาถึง ณ วันนี้ พรรคก้าวไกล ยังถูกมองด้วยสายตาเดียวกันกับที่เคยมองต่อ พรรคอนาคตใหม่ หรือไม่
นั่นก็คือ “อ่อนหัด” และ “ไร้เดียงสา”
หากฟังจาก “น้ำเสียง” ภายในพรรครวมไทยสร้างชาติ ประสานเข้ากับ “น้ำเสียง” อันมาจากภายในพรรคพลังประชารัฐ
ต้องยอมรับว่า ยังเป็นเช่นนั้น
แม้ว่าจะมี “บทเรียน” อย่างเป็นรูปธรรมจากชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 และในเดือนพฤษภาคม 2566 มาเป็นเครื่องยืนยัน
แต่เมื่อมองผ่านสถานการณ์ “ข้อตกลงร่วม” ก็แทบไม่แปรเปลี่ยน
ยิ่งเห็นท่วงทำนองการ “ขี่” ของพรรคเพื่อไทยต่อแต่ละก้าวย่างของพรรคก้าวไกล ก็ยิ่งประจักษ์ในลักษณะอันเป็น “รอง”
ยังเห็นว่า “อ่อนหัด” และ“ไร้เดียงสา” เหมือนเดิม
บทสรุปอันเป็นเงาสะท้อนในทางความคิดอันเท่ากับเป็น “การตกผลึก” อย่างเด่นชัดคือบทสรุปจากกรณี “ประธานสภา”
ไม่ว่าจะมาจาก “นักการเมือง” ไม่ว่าจะมาจาก “ส.ว.”
ส.ว.ที่ส้มหล่นจากผลพวงแห่งรัฐประหารตั้งแต่เมื่อเดือนกันยายน 2549 ตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
ยอมรับว่า ไม่อาจเรียก “ประธานที่เคารพ” ได้
ตัวอย่างที่ยกขึ้นมาก็คือ คนเหล่านั้นล้วนเป็น “ละอ่อน” ขาด “ประสบการณ์” ไร้ “ความจัดเจน” บนถนนการเมือง
เท่ากับประเมิน “ชัยชนะ” ที่ได้มาว่า “ต่ำ” อย่างยิ่ง
ไม่ว่าจะเป็นจำนวน 6.3 ล้านคะแนน ไม่ว่าจะเป็น 14 ล้านคะแนน ล้วนไม่มี “ความหมาย” อะไร
แม้จะมากกว่า 10 ล้าน แม้จะมากกว่า 4 ล้าน
สายตาของ “พรรคการเมือง” สายตาของ “นักการเมือง” ไม่ว่าจะเรียกตนเองว่าเป็นฝ่าย “ประชาธิปไตย” หรือไม่
ก็ยังเป็น “สายตา” เดิม ผ่าน “แว่น” เดิม
เหมือนกับที่เคยมองการเคลื่อนไหวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2563 ของ “เยาวชนปลดแอก” และของ “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม”
ด้วยสายตาเดียวกันกับที่มอง “แบม” มอง “ตะวัน”
เหมือนกับที่มีการเผยแพร่ “ข่าวสาร” ในทำนองว่าได้ชัยชนะจากพลังของ CIA เพื่อต้องการมาตั้ง “ฐานทัพ” ในไทย
เป็นสายตาของ “ผู้อาวุโส” เป็นสายตาของ “ผู้จัดเจน”
ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงชัยชนะของ “อนาคตใหม่” คือการส่งสัญญาณ และชัยชนะของ “ก้าวไกล” คือการเตือน
เตือนให้รู้ถึง “สายลม” แห่ง“การเปลี่ยนแปลง”
จากนี้จึงเด่นชัดว่า แม้จะเห็นชัยชนะเมื่อเดือนมีนาคม 2562 แม้จะเห็นชัยชนะในเดือนพฤษภาคม 2566
แต่ก็เห็นเพียง “ปรากฏการณ์”
ยังไม่เข้าใจใน “แก่นแท้” ยังไม่ยอมรับใน “ความเป็นจริง” ในทางสังคมซึ่งดำเนินไปตาม “เจตจำนง”
อันเป็นตัวแทนแห่งยุคสมัย
ภาพที่เห็นจึงยัง “อ่อนหัด” จึงยัง “ไร้เดียงสา”

