‘ส.ว. สมชาย’ เผยเงื่อนไข ไม่จำเป็นต้องโหวตเลือก พรรคอันดับ 1 เป็นนายกฯ หากมีประเด็นล่อแหลม

29.05.23 | 13:14 น.

‘ส.ว.สมชาย’ เผยเงื่อนไข ไม่จำเป็นต้องโหวตเลือก พรรคอันดับ 1 เป็นนายกฯ หากมีประเด็นล่อแหลม ชี้ ‘พิธา’ ยังไม่ใช่ตัวจริง ถึงวันจริง ส.ว.ต้องตัดสินใจ

เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 29 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นายสมชาย เสียงหลาย ส.ว. กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาล ของพรรคก้าวไกล ที่ขณะนี้ยังมีข้อขัดแย้งว่า โดยหลักแล้วตนคิดว่าในการดำเนินการเรื่องการเมืองเราถือธงตามรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ในวันที่เราดำรงตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหารหรือฝ่ายตุลาการก็ตาม ดังนั้นหลังผ่านการเลือกตั้งตัวเลขของ ส.ส.เป็นส่วนหนึ่ง แต่ต้องไม่ลืมเรื่องหลักเกณฑ์จะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ฝ่ายที่ศึกษาการเมือง ซึ่งไม่ได้มองว่าเป็น ส.ว. หรือสภาผู้แทนราษฎร ทุกคนปรารถนา อยากเห็นการเมืองดำเนินการไปด้วยความคืบหน้าและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ตนมองว่าจนถึงวันนี้ ยังเป็นกระบวนการในการรับรองของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดังนั้นกระบวนการที่จะนำไปสู่การตั้งรัฐบาล ฝ่ายผู้แทนราษฎร ซึ่งรวมเสียงกันได้มาก จะต้องแสดงท่าทีว่า ในวันนี้ เขามีแนวทางดำเนินการเพื่อจัดตั้งรัฐบาลอย่างไร เราจะดูท่าทีของเขาในเรื่องดังกล่าวด้วยว่า การดำเนินการของเขาเป็นไปโดยชอบหรือไม่ชอบตามกฎหมาย ถ้าเป็นไปโดยชอบตามกฎหมาย ต้องพิจารณาในเนื้อหาของบทบัญญัติที่มีอยู่ ว่าในขั้นตอนควรดำเนินการต่อไปอย่างไร ซึ่งในส่วนของ ส.ว.โดยข้างมาก ศึกษาขั้นตอนเหล่านี้ไว้ ส่วนที่เห็นแตกต่างก็เป็นความคิดเห็นของแต่ละคนที่มีความแตกต่างกันออกไป

“วันนี้เราสนับสนุนให้เกิดการจัดตั้งรัฐบาลที่ถูกต้องและเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย และคิดว่าจะต้องดูเรื่องอื่นๆ ประกอบด้วย ทั้งเรื่องคุณสมบัติและเรื่องต่างๆ ก็ว่าไปตามหลักเกณฑ์ รวมถึงเรื่องที่ต้องตรวจสอบความชอบหรือไม่ชอบของบุคคลที่จะเสนอดำรงตำแหน่ง เป็นอีกประเด็นที่ต้องนำมาประกอบควบคู่กันไป ดังนั้นในส่วนของ ส.ว. ผมพูดแทนทุกคนไม่ได้ แต่ภาพรวมในความเห็นของผมส่วนตัวคิดว่า อยากให้ดำเนินการไปในทางที่เหมาะสมภายใต้บทบัญญัติที่กฎหมายให้อำนาจแต่ละฝ่ายไว้ และเมื่อมีข้อมูลเพียงพอวันที่ตัดสินใจ ผมไม่คิดว่า ส.ว.จะไม่ตัดสินใจ ส่วนตัดสินใจอย่างไรแต่ละคนต้องพิจารณาด้วยความเคารพ เพราะเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคนตามกฎหมาย ที่อาจมีเหตุผลใดๆ ก็ได้ เป็นการใช้สิทธิตามหลักสิทธิเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญกำหนดไม่ใช่เรื่องขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ” นายสมชายกล่าว

นายสมชายกล่าวต่อว่า ตนพยายามดูว่าแทนที่จะสร้างบรรยากาศที่จะทำให้เกิดการแตกแยกระหว่างฝ่าย ซึ่งอาจเห็นแตกต่างกันก็ไม่ควรดำเนินการลักษณะนั้น ถ้าทุกคนยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้งเราจะต้องหาทางทำให้ผลประโยชน์ของประชาชนโดยรวมได้รับการรับรอง และต้องยอมรับความจริงว่า จำนวนของคะแนนเสียง ไม่สามารถตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ คะแนนเลือกตั้งเป็นการฟ้องให้เห็นโดยชัดเจน เมื่อเป็นเช่นนั้นต้องเคารพประเด็นที่แต่ละพรรคการเมืองนำเสนอต่อสาธารณะ ว่ามีเรื่องใดที่ต้องเห็นเป็นข้างมาก สมมุติพรรคที่ชนะการเลือกตั้ง ได้คะแนนเสียง 14.4 ล้านเสียง กับอีกประเด็นหนึ่งที่มีประเด็นล่อแหลม พรรคอื่นๆ อาจจะได้คะแนนรวมกัน 27 ล้านเสียง ดังนั้นต้องนำ 2 อย่างมาชั่ง แนวทางนี้ไปปรากฏในเอ็มโอูที่แต่ละพรรคการเมืองเห็นร่วมกัน แสดงให้เห็นถึงแนวทางประชาธิปไตย ดังนั้นในขั้นตอนต่อไป ต้องเป็นขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามถึงในการจัดตั้งรัฐบาล ที่นำตำแหน่งประธานสภาเข้ามาเกี่ยวข้อง นายสมชายกล่าวว่า ยังไม่ได้พิจารณาจนกว่าจะเห็นข้อเสนอที่เป็นธรรม ถ้ามีรูปธรรม ต้องตัดสินใจและขอให้รอดูว่าวันตัดสินใจ ไม่มีใครไม่กล้าตัดสินใจ ส่วนเรื่องของการโหวตนายกฯ ส.ว.ไม่ได้พูดคุยกัน เนื่องจากเป็นเอกสิทธิ์ที่ทุกคนที่ต้องดูภาพวันจริงว่าใครเป็นแคนดิเดตให้เลือกเป็นนายกฯ เพราะตอนนี้ยังไม่รู้ เป็นเรื่องของจินตนาการที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอ

Advertisement

ต่อข้อถามว่า คนที่ประกาศตัวเป็นนายกฯอย่างนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยังไม่ใช่ตัวจริงใช่หรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า เป็นแค่ข้อเสนอของนายพิธา ที่ identify ตัวเองว่าได้คะแนนเสียงเป็นอันดับหนึ่ง แต่ข้อเท็จจริง ซึ่งเหมือนกับเมื่อวาน (28 พ.ค.) ที่เอฟซีพรรคเพื่อไทย ยื่นข้อเสนอให้พรรคเพื่อไทยถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล ดังนั้นไม่รู้ข้อสรุปว่าข้อเท็จจริงจะออกมาในรูปแบบไหน