8 ข้อเสนอ นักธุรกิจนิวเจน ชง‘พิธา’ปลุกเศรษฐกิจ
หมายเหตุ – สาระสำคัญข้อเสนอของตัวแทนสภาอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ (Young FTI) 8 ด้านต่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ระหว่างการพบปะหารือรับฟังปัญหาและข้อเสนอในการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม

เรื่องที่ 1 : เกาไม่ถูกจุด เกษตรกรรมไทยไม่ยั่งยืน (อุตสาหกรรมเกษตร)
เดิมรัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรโดยการประกันรายได้ข้าว การรับจำนำข้าว ซึ่งสามารถแก้ปัญหาได้เพียงระยะสั้น
ข้อเสนอ 1. แก้ไขตั้งแต่ต้นน้ำด้วยการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เช่น การสนับสนุนพันธุ์ข้าว ปุ๋ย เป็นต้น
2. ภาครัฐควรมีแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน เช่น กรมชลประทานมีแผนการปล่อยน้ำ แต่ในความเป็นจริงการปล่อยน้ำไม่ได้เป็นไปตามแผน ทำให้งานของเกษตรกรไม่เป็นไปตามแผน จึงควรมีการทำงานตามแผนที่ชัดเจน
3. น้ำมัน ราคาที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อเกษตรกร ดังนั้น รัฐสามารถเลือกช่วยเหลือชาวนาผ่านบัตรชาวนา หรือบัตรคนจนได้
เรื่องที่ 2 : ยานยนต์ศูนย์เหรียญ สหภาพไร้กฎเกณฑ์ ทางตันของ SMEs ไทย (อุตสาหกรรมยานยนต์)
อุตสาหกรรมยานยนต์คิดเป็น 1 ใน 5 ของสัดส่วน GDP โดยผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่กว่า 70% อยู่ใน Second and lower tier supplier (กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนที่รับช่วงการผลิตบางส่วนต่อจาก First-Tier Supplier) และการเปลี่ยนรถยนต์จาก ICE (รถยนต์สันดาปภายใน) เป็น BEV (รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่) มีบริษัทกว่า 1,000 บริษัท แรงงานกว่า 300,000 คน ได้รับผลกระทบ เนื่องจาก ICE ใช้ชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ 30,000 ชิ้นต่อคัน ในขณะที่ BEV มีชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ 3,000 ชิ้น ซึ่งน้อยลงถึง 10 เท่า
ข้อเสนอ 1. FTA ASEAN-China ควรยกเลิก CKDZ รถยนต์ที่ผลิตในประเทศ ทั้งประกอบจากอะไหล่นำเข้า หรืออะไหล่ที่ผลิตในประเทศ 0% เนื่องจากทำให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเสียความสามารถในการแข่งขัน ด้านจีนได้สิทธิประโยชน์ที่ได้จากไทย (ภาษี 0%) และส่งออกไปยัง ASEAN โดยไม่เสียภาษีอีกด้วย
2. สหภาพแรงงานในการเจรจาต่อรองควรอยู่ในกรอบของกฎหมาย การจัดตั้งและเจรจาควรจะต้องเป็นคนจากในบริษัทนั้นเป็นคนจัดตั้งและเจรจา ไม่ใช่เป็นตัวกลาง และหนึ่งสหภาพต่อหนึ่งบริษัท มิใช่หนึ่งสหภาพควบคุมหลายบริษัท
เรื่องที่ 3 : ไทยจะครองไทย (อุตสาหกรรมแกรนิตและหินอ่อน)
ภาคอุตสาหกรรมแกรนิตและหินอ่อนกำลังพบปัญหาในการขอสัมปทานเนื่องจากค่าใช้จ่ายที่สูง และมีระยะเวลาในการขอที่นาน ซึ่งผู้ประกอบการจาก 54 เหมือง ลดลงเหลือเพียง 15 เหมือง และมีแนวโน้มที่ผู้ประกอบการที่เหลือทั้งหมดจะไม่ขอต่อสัมปทาน รวมทั้งการหาแรงงานต่างด้าวทักษะต่ำที่ถูกต้องตามกฎหมายสำหรับงานหนักค่อนข้างหาได้ยาก เนื่องจากประสบปัญหาการขึ้นทะเบียนได้แค่ปีละ 1 ครั้ง
ข้อเสนอ 1.รัฐควรสนับสนุนการใช้วัสดุภายในประเทศ
2. การทำสัมปทานควรมีกรอบเวลาที่ชัดเจน รวมถึงมีความคุ้มค่าในการทำสัมปทานให้แก่ภาคเอกชน
3. การขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ควรให้มีการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวเสรี ซึ่งปัจจุบันมีการขึ้นทะเบียนแค่ปีละ 1 ครั้ง
เรื่องที่ 4 : ของปลอมระบาด ผู้ถือลิขสิทธิ์ตาย ประเทศขาดรายได้ (อุตสาหกรรมสิ่งทอ)
มีสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์จำนวนมาก ซึ่งสินค้าเหล่านี้มีราคาถูกลงครึ่งหนึ่งของราคาสินค้าลิขสิทธิ์ ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขัน และทำให้ผู้ประกอบการตัดสินใจเลิกกิจการ เนื่องจากผู้ประกอบการที่พบการละเมิดลิขสิทธิ์ได้แจ้งความ แต่รัฐยังคงไม่มีการช่วยเหลือ
ข้อเสนอ 1. รัฐควรปรับแก้กฎหมาย และมีการจัดการที่เห็นผลจริง
เรื่องที่ 5 : ศักยภาพข้าราชการไทยกับการจัดการมาตรฐานระหว่างประเทศ (อุตสาหกรรมเคมี)
บริษัทร่วมทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยพร้อมกับการมีข้อตกลง ทำให้เกิดกำแพงการค้า และบริษัทที่มาลงทุนไม่ได้ใช้วัตถุดิบในการผลิตสินค้าจากไทย ประกอบกับประสิทธิภาพการทำงานของรัฐที่ต่ำกว่าเกณฑ์ เช่น การขึ้นทะเบียนยาที่ใช้เวลานาน โดยพบว่ามีการทำงานแบบคอขวด มีนักวิชาการไม่เพียงพอต่อการทำงานและความต้องการในปัจจุบัน รวมไปถึงการพิจารณาเอกสารและสิทธิกับบริษัทต่างชาติง่ายกว่าบริษัทในประเทศ
ข้อเสนอ 1. ควรกำหนดนโยบายการลงทุนในไทย เช่น ต้องใช้วัตถุดิบจากไทยเป็นสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์หรือทั้งหมด
2. ควรมีการคัดสรรบุคลากร หรือเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเหมาะสม ร่วมด้วยการพัฒนาบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อขยายขีดความสามารถของบุคลากรเหล่านั้นสามารถให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น รวมถึงการทำ one stop service ที่ช่วยสร้างและส่งเสริมธุรกิจ SMEs เพื่อให้สามารถสู้บนเวทีโลกได้อย่างแท้จริง
เรื่องที่ 6 : ทอนไม่ถึง พึ่งไม่ได้ (อุตสาหกรรมเคมี)
ไทยมีปัญหาการคอร์รัปชั่นที่ค่อนข้างสูง จากรายได้ที่ต่ำ มีช่องว่างในการทุจริตสูง และมีบทลงโทษที่อ่อนแอ เช่น การขอขึ้นทะเบียนสินค้าเคมี หลังจากการขอ 3 เดือนได้มีการติดตามเรื่อง พบว่าเรื่องยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่าขอค่าดำเนินการพิเศษเพื่อเร่งการดำเนินเรื่อง
ข้อเสนอ 1. ควรมีบุคลากรที่มีความสามารถในงานนั้นอย่างแท้จริง (Smart people)
2. มีความโปร่งใส (Transparency System)
3. มีนโยบายเท่าที่จำเป็น (Clear-cut policy)
4. ประชาชนสามารถตรวจสอบการทำงานของราชการได้ ในงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง (Auditability)
เรื่องที่ 7 : นวัตกรรมดีแต่พี่ไม่เหลียวแล (อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์)
ไทยไม่มี Product Champion ในแต่ละ Segment การส่งเสริมบริษัทเอกชนติดข้อจำกัดมากมาย ซึ่งเกี่ยวข้องกันหลายภาคส่วน กรมกอง ดังนั้น รัฐควรมีนโยบายส่งเสริม เน้นสินค้าที่ผลิตจากคนไทย โดยเฉพาะการพัฒนาด้านเทคโนโลยีจนไปเป็นแบรนด์ให้ยั่งยืนแทนการมองแค่สินค้าโดยไม่เข้าใจแหล่งที่มาผ่านช่องว่างใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ซึ่งการเพิ่มคำจำกัดความของคำว่า product owner กับ brand owner จะช่วยให้แยกผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมการสร้างเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการในประเทศ กับผลิตภัณฑ์ที่เน้นการทำตลาด โดยจ่ายค่าแรงใช้ไทยเป็นทางผ่านเท่านั้น
ข้อเสนอ มาตรการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยได้ประโยชน์ การบูรณาการส่งเสริม one stop service ในด้าน R&D อุตสาหกรรมและการพาณิชย์ ให้การส่งเสริมง่ายและสอดคล้องกัน ตั้งกำแพงภาษี พร้อมมาตรการป้องกัน Nominee รวมถึงการทุ่มตลาดจากนายทุนไทยและต่างประเทศที่เข้ามาในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ
ข้อเสนอ ให้ SME ฟื้นตัวจากโควิดให้ทันทุนใหญ่เข้ามาชิงความได้เปรียบตลาดที่กำลังฟื้น : 1. มาตรการทางการเงิน คืนทุน พยุงต้นทุน ฟื้นสภาพคล่อง ทั้งปลดล็อก เช่น ล้าง Credit bureau, ปรับดอกเบี้ยที่จ่ายไป 3 ปีเป็นจ่ายเงินต้น พร้อมออกเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือ 0% 2 ปี, การเปลี่ยนวงเงินจากระยะสั้น (PN/OD) เป็นระยะยาว และนำค่าแรงและค่าลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีมาลดหย่อนภาษี 300% 3 ปีหลังจากนี้
2. มาตรการส่งเสริมสินค้าไทย ทำบัญชีนวัตกรรมไทย สำหรับเอกชน ยิ่งใช้สินค้าไทยต้นทุนยิ่งต่ำ มีการป้องกันการทุ่มตลาด จากนายทุนทั้งในและต่างประเทศ ด้านอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น รถเมล์ 2,511 คัน ให้รัฐกระจายสั่งซื้อจากบริษัทไทย ได้เป็น demand ตั้งต้นในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า แทนที่แผนฟื้นฟูเดิม คือประมูลสัมปทานเดินรถ ซึ่งผู้ชนะสามารถไปนำเข้ารถจากต่างประเทศ ให้เสียโอกาสการสร้างอุตสาหกรรม พร้อมควรให้ทุนงานวิจัยที่ลงตลาดได้ กล้าสนับสนุนเงินให้เปล่า (Grant) สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่น กองทุนเพื่อความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness Fund)
เรื่องที่ 8 : ชิ้นส่วนเครื่องบินก้าวไกล ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม (อุตสาหกรรมอากาศยาน)
ไทยเสียเปรียบด้านความสามารถในการแข่งขัน ปัจจุบันรัฐให้สิทธิประโยชน์กับจีนในด้านเครื่องจักรและแรงงานฟรี สิงคโปร์ได้เปรียบจากการหานักลงทุนในอุตสาหกรรมอากาศยานเข้ามาลงทุนในประเทศ ทำให้มีความต้องการสูง
ข้อเสนอ 1. สนับสนุน Supply Chain ในประเทศ
2. กระบวนการขอ BOI ให้เฉพาะบริษัทแม่
3. Long Term Soft Loan เป็นเวลา 10 ปี เพื่อลดต้นทุนและเสริมความสามารถในการแข่งขัน
4. จัดให้มีศูนย์ทดสอบ โดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย
5. Bilateral agreement (ข้อตกลงทวิภาคี) ที่มีมาตรฐาน

‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ชู 3 F ปั๊มชีพจร
ข้อเสนอแนะทั้ง 8 เรื่อง ควรมีการปรับแก้ในรูปแบบบูรณาการ โดยยึดหลักการสร้างเศรษฐกิจโต ลดความเหลื่อมล้ำ เสริมความเข้มแข็งจากฐานราก ผ่านนโยบาย 3F ของพรรคก้าวไกล
นโยบาย 3F มีดังนี้
1) Fair Game ความเท่าเทียมในการแข่งขัน ระหว่างทุนใหญ่และทุนเล็ก
เกษตร : ต้องลดต้นทุน เพิ่มความสามารถในการผลิต โดยปัญหามาจากความเหลื่อมล้ำทางการถือครองที่ดิน ทำให้เกษตรกรไม่มีที่ดินและเข้าไม่ถึงระบบการกู้ยืมจากธนาคาร จากนั้นต้องแก้ไข Value Chain ตั้งแต่ต้นน้ำ (ก่อนเพาะปลูก) กลางน้ำ (ระหว่างเพาะปลูก) และปลายน้ำ (หลังเก็บเกี่ยว)
FTA : FTA ที่มีการเจรจาแล้วควรสร้างให้เกิดความได้เปรียบ หรือเกิดการแข่งขันที่ยุติธรรม และต้องเตรียมแผนรับมือกับการกีดกันทางการค้า เช่น CBAM (ภาษีที่มีขบวนการผลิตที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์)
ลิขสิทธิ์ : หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณเท่าที่ควร โดยปีที่ผ่านมาได้รับการจัดสรรงบเพียง 0.1% ของงบประมาณทั้งหมด รวมถึงต้องมีการปฏิรูปตำรวจด้วย
การทำงานระหว่างรัฐและเอกชน (People Process) : ใบอนุญาตที่ไม่จำเป็นต้องมีการปฏิรูป เพื่อให้มีระบบการทำงานที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น, Organize Structure ควรมีการกระจายอำนาจให้เจ้าหน้าที่ในแต่ละพื้นที่มีอำนาจในการตัดสินใจ เช่น การขึ้นทะเบียนอาหารควรให้มีผลการดำเนินการสิ้นสุด ณ พื้นที่ที่ดำเนินการยื่นเรื่อง รวมทั้งควรแยกมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ เช่น พ.ร.ก.อาหาร, พ.ร.ก.ยา เป็นต้น
2) Firm ground ต้องมีระบบกฎเกณฑ์ในการทำธุรกิจ ซึ่งจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น
แรงงาน : นโยบายของพรรคก้าวไกลที่ต้องการผลักดันค่าแรงไปสู่ 450 บาท มีการวิเคราะห์จากปัจจัยอัตราค่าเงินเฟ้อ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ และ Labour Productivity ของ ธปท. ซึ่งพบว่าค่าแรงควรอยู่ที่ประมาณ 420-430 บาท ดังนั้น พรรคก้าวไกลจึงมีแผน/มาตรการช่วยเหลือและดูแล โดยประกันสังคมรัฐจ่ายให้ 6 เดือนแรก ส่วนเกินที่มีผลกระทบจากค่าแรงที่ขึ้นสามารถนำหักภาษีได้ 2 เท่า ในช่วง 2 ปีแรก โดย SMEs ลดภาษีจาก 20% เหลือ 15% หรือจาก 15% เหลือ 10% และมาตรการอื่นๆ ที่จะตามมาในภายหลัง ดังนั้น อยากให้มองว่าด้านหนึ่งเป็นการเพิ่ม Productivity และอีกด้านจะช่วยให้แรงงานมีแรงผลักดันในการทำงานมากขึ้น
แรงงานต่างด้าว : การทำสัญญาระหว่างรัฐกับรัฐ (G to G) ต้องกำหนดโควต้าแรงงานที่ชัดเจน โดยแบ่งตาม Sector ในแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อใช้ประโยชน์จาก FTA ASEAN ในการบริหาร Labour Migration
พ.ร.บ.เหมือง : การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment : EIA) ในปัจจุบันไม่ตรงไปตรงมา ไม่มีกฎหมายที่ชัดเจน ทำให้ประชาชนไม่ไว้วางใจ พรรคก้าวไกลจึงเสนอจัดตั้งกองทุน EIA เป็น Third Party เพื่อลดแรงต่อต้านในการทำเหมือง และเสริมฐานเศรษฐกิจไทยให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนและสาธารณสุขจะลดลงตามไปด้วย
3) Fast Growth Industries หาอุตสาหกรรมใหม่ๆ ใน Automotive industry
อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) : มีหลายอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานีชาร์จ, Battery ซึ่งยังไม่มีประเทศที่เป็นผู้นำในเรื่องนี้ ดังนั้น จึงเป็นโอกาสของไทยที่จะสร้างอุตสาหกรรมใหม่ในประเทศ เช่น การ Recycle Battery เพื่อลดต้นทุน และไม่เป็นปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม
อุตสาหกรรมชิป : ทั้งรถ EV และแผงโซลาร์เซลล์ ต้องการชิปที่สามารถกระจายความร้อนได้ดีคือ Silicon Carbide ที่ทั่วโลกยังมีเพียงญี่ปุ่นประเทศเดียวที่ทำ เพราะฉะนั้น เป็นโอกาสในการทำอุตสาหกรรมชิปในประเทศไทย
อุตสาหกรรมข้าว : ต้องมีการนำเข้าเครื่องจักรทางการเกษตร ดังนั้น อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยที่เป็น OEM (Original Equipment Manufacturer) สามารถนำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาใช้ในการผลิตเครื่องจักรทางการเกษตรได้หรือไม่
การบริหารนวัตกรรม : สร้างงานสร้างประเทศ โดยนำทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศมาสร้างโอกาส ด้วยการใช้ทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน เช่น รถเมล์ ค่าโดยสารราคาแพง และทำลายสิ่งแวดล้อม เมื่อครบ 7 ปี เปลี่ยนเป็นรถเมล์ไฟฟ้าทั้งหมด กำหนดบทบัญญัติให้ถูกต้อง ครอบคลุม และดีต่อสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสของอุตสาหกรรมรถเมล์ไฟฟ้าที่ผลิตในไทย รวมถึงในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น พลาสติก, กระจก ที่ใช้ในการผลิตจะได้รับประโยชน์ด้วย
อุตสาหกรรมอากาศยานและป้องกันประเทศ : Drone ในปัจจุบันยังมีปัญหาเรื่องความปลอดภัย หากไทยสามารถพัฒนา Drone โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ Passenger Drone และ Air Force Drone ได้จะสร้างโอกาสในการเป็นผู้นำ
ดังนั้น Key Massage คือ การสร้างโอกาส ผ่านวิกฤต

