บทสรุป การเมือง ของ จาตุรนต์ ณัฐวุฒิ เพื่อไทย ก้าวไกล

30.05.23 | 13:20 น.

บทสรุป การเมือง ของ จาตุรนต์ ณัฐวุฒิ เพื่อไทย ก้าวไกล

ในที่สุด สถานการณ์ในทางการเมืองก็ผลักและดันให้ นายจาตุรนต์ ฉายแสง มายืนอยู่ในมุมเดียวกันกับ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

ท่ามกลาง “ข่าวลือ” คึกคักด้วย “ข่าวปล่อย”

ข่าวปล่อยในลักษณะที่ว่าพรรคเพื่อไทยกำลัง “เท” และ “แยกตัว” ออกจากการเป็นพันธมิตรกับพรรคก้าวไกล

แม้จะเพิ่งผ่านการลงนามใน “MOU” มาหมาดๆ

Advertisement

ข่าวลือที่ว่ามีการ “ดีล” ระหว่างคนของพรรคพลังประชารัฐกับคนของพรรคเพื่อไทยดำเนินการตามแผน 1 แผน 2

ท่ามกลางการแย่งยึดตำแหน่ง “ประธานสภา”

เมื่อทั้ง นายจาตุรนต์ ฉายแสง และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ต่างยืนยันด้วยน้ำเสียงและทิศทางเดียวกัน พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล ต้องเดินไปด้วยกัน

“ถ้าปล่อยมือกัน เท่ากับปล่อยมือจากประชาชน”

ต้องยอมรับว่า การสำแดงออกของทั้ง นายจาตุรนต์ ฉายแสง และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สร้างความแตกต่าง
ต่างจาก “หลายคน” ของ “เพื่อไทย”

ทั้งยังชวนให้เข้าใจว่า มีความเอนเอียงไปทางพรรคก้าวไกล ค่อนข้างเห็นอกเห็นใจต่อพรรคก้าวไกล

หวาดเสียวอย่างยิ่งที่จะถูกมองว่าเป็น “ส้ม”

“หากจะขัดใจกองเชียร์ไปบ้าง ก็ขอให้เชื่อว่า ผมเป็นคนหนึ่งที่ทุ่มเททำทุกอย่างสุดความสามารถ”

เป็น “สำเหนียก” อันเต็มเปี่ยมจาก “พี่เต้น”

บรรดาแฟนานุแฟนหากทอดตามองไปยัง นายจาตุรนต์ ฉายแสง ก็เห็น ยิ่งหากมองไปยัง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ยิ่งประจักษ์

ไม่มีเกมอื่น ไม่มีทางเดินอื่น สองพรรคต้องเดินไปด้วยกัน

ความโน้มเอียงที่ฉายสะท้อนออกมาจาก “ติ่งแดง” จำนวนหนึ่ง คือ ความโน้มเอียงที่จะตัดพรรค
ก้าวไกลออกไปจากสมการ

แต่คำถามอันตามมาคือ แล้วจะ “ร่วม” กับใคร

ในเมื่อสมการที่เสนอเข้ามา คือ พรรคภูมิใจไทย คือพรรคชาติไทยพัฒนา คือพรรคประชาธิปัตย์

และรวมถึง พรรคพลังประชารัฐ

เนื่องจากพรรคพลังประชารัฐมีหลักประกันว่าจะสามารถดึงภายใน 250 ส.ว.มาโหวตให้ได้ถึง 376

สร้างความชอบธรรมตาม “รัฐธรรมนูญ”

เส้นทางสายนี้เย้าเร้าใจอย่างยิ่งยวด เพียงแต่เงื่อนไขหนึ่งที่เสนอเข้ามาก็คือ การต้องตัดพรรคก้าวไกลออกไปจากวงจร

นี่ย่อมเห็นหนทาง “เสี่ยง” ของพรรคเพื่อไทย

เด่นชัดยิ่งว่าบทสรุปทางการเมือง ไม่ว่าจะของ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ไม่ว่าจะของ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ตรงกัน

ยืนยันให้ “สองพรรคต้องเดินไปด้วยกัน”

ยืนยันในแนวทาง “สิ่งที่เห็นต่าง” ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล “ต้องให้ไปจบในวงเจรจา”

เพราะ “ถ้าปล่อยมือกัน เท่ากับปล่อยมือจากประชาชน”