กกต. เปิดสถิติผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง66 ‘ลำพูน’ ครองแชมป์มากสุด 2 ครั้งซ้อน ส่วนกทม. ไม่ติด 10 อันดับแรก
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ฝ่ายกิจการประธานกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่สถิติข้อมูลการใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม
โดย 10 อันดับแรก ของจังหวัดที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิมากสุด ประกอบด้วย อันดับ 1 จ.ลำพูน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 333,392 คน ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 287,556 คน ร้อยละ 86.25 อันดับ 2 จ.เพชรบุรี ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 388,760 คน ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 328,578 คน ร้อยละ 84.52 อันดับ 3 จ.พัทลุง ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 417,460 คน ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 352,577 คน ร้อยละ84.46 อันดับ 4 จ.นครปฐม ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 739,715 คน ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 617,774 คน ร้อยละ 83.52 อันดับ 5 จ.ฉะเชิงเทรา ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 575,796 คน ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 477,004 คน ร้อยละ 82.84 และ จ.ราชบุรี ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 682,471 คน ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 565,364 คน ร้อยละ 82.84
อันดับ 6 จ.นครนายก ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 209,959 คน ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 173,608 คน ร้อยละ 82.69 อันดับ 7 จ.สระบุรี ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 509,408 คน ผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 420,663 คน ร้อยละ 82.58 อันดับ 8 จ.กระบี่ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 357,264 คน ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 294,837 คน ร้อยละ 82.53 อันดับ 9 จ.อยุธยา ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 663,820 คน ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 546,348 คน ร้อยละ 82.30 อันดับ 10 จ.สงขลา ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1,096,442 คน ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 899,221 คน ร้อยละ 82.01
ขณะที่จังหวัดใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร ผู้มาใช้สิทธิร้อยละ 74.26 จ.เชียงใหม่ ร้อยละ 81.98 จ.นครราชสีมา ร้อยละ 76.29 และ จ.ภูเก็ต ร้อยละ 75.05
ทั้งนี้ จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.สูงสุด เมื่อเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 พบว่า การเลือกตั้ง 2566 จ.ลำพูน ยังสามารถยึดอันดับหนึ่งไว้ได้ แต่คนมาใช้สิทธิน้อยกว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 โดยการเลือกตั้งปี 2566 นี้ มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ร้อยละ 86.25 แต่การเลือกตั้งปี 2562 มีผู้มาใช้สิทธิ ร้อยละ 87.34
สำหรับผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พบว่า 39,514,973 คน คิดเป็นร้อยละ 75.71 บัตรดี แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 37,190,071 ใบ ร้อยละ 94.12 บัตรเสีย แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 1,457,899 ใบ ร้อยละ 3.69 และบัตรไม่เลือกผู้ใด แบบแบ่งเขตฯ 866,885 ใบ ร้อยละ 2.19


