การเมืองไทยช่วงนี้ยังวุ่นๆ กับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ที่ยังไม่รู้ว่าจะหมู่หรือจ่า ขณะที่มีการแสดงความเห็นต่างตอบโต้กันในโลกออนไลน์ หลายคนอินหนัก จนเกิดความเครียด สุขภาพจิตเสื่อมเสีย
หลายวันก่อน กรมสุขภาพจิตออกมาระบุว่า หลังการเลือกตั้ง มีการติดตามสถานการณ์ทางอารมณ์และสุขภาพจิตของประชาชน จากรายงานทางระบบ Mental Health Check In พบว่า ระดับความเครียดของประชาชนขยับตัวสูงขึ้นจาก ร้อยละ 2.17 ตั้งแต่ต้นปี 2566 เพิ่มขึ้นไปถึงร้อยละ 3.07 จึงแนะนำให้ติดตามข่าวสารอย่างมีสติ ปล่อยใจให้สงบ
ย้อนไปเมื่อ 3 ปีก่อนคนไทยก็เครียดหนักมาแล้ว จากวิกฤตโควิดที่ระบาดไปทั่วโลก มีผู้เสียชีวิตหลายล้านคน โลกทั้งใบเหมือนถูกถอดปลั๊ก ทุกสิ่งอย่างหยุดนิ่ง ส่งกระทบเป็นวงกว้างทั้งเศรษฐกิจและสังคม
ปัจจุบันแม้จะเริ่มกลับมาใช้ชีวิต และกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น แต่กระนั้น ความเครียดยังแฝงแผลเป็น ประทับในจิตใจของหลายๆ คน ที่อาจเกิดปะทุขึ้นมาได้ทุกเมื่อ
ถึงเชื้อโควิดจะซาลง แต่ใช่ว่าจะหมดไป ยังมีการกลายพันธุ์และระบาดอยู่ และไม่อาจไว้วางใจได้ว่าจะกลับมาเป็นวิกฤตเขย่าโลกอีกหรือไม่
ไม่ใช่เพียงผลจากวิกฤตโควิดเท่านั้น สังคมโลกในขณะนี้ยังมีแรงกระแทกจากเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีความก้าวหน้าในอัตราเร่งมากขึ้น ทำให้สังคมโลกเปลี่ยนไปเร็วรี่
วิถีชีวิตของผู้คนในโลกต้องปรับตัวทั้งในระดับปัจเจก สังคม และองค์กรต่างๆ เพราะไม่ใช่แค่เป็นความปกติใหม่ หรือ “นิว นอร์มอล” แต่เป็นยุค “เนเวอร์ นอร์มอล” หรือความปกติที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าไม่เคยมีความปกติ
ทั้งผลจากวิกฤตโควิด และความก้าวหน้าของเทคโนโลยี เป็นแรงส่งให้วิถีชีวิตของผู้คนทั้งโลกเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ดังนั้นต้องเรียนรู้ในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ ซึ่งเป็นความท้าทายใหม่ของโลก
สำหรับประเทศไทย หลังผ่านจากวิกฤตโควิดมา ขณะนี้ประชาชนและทุกภาคส่วน เริ่มกลับมามีพลังกายและใจ พร้อมความหวังลุกขึ้นสู้กับการเปลี่ยนไปของโลก
อาจยังมีข้อสงสัยถึงการดำเนินชีวิตในก้าวต่อไป ผนวกกับความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ในโลกหลังวิกฤตโควิดและโลกดิจิทัล แม้จะไม่มีคำตอบที่สมบูรณ์แบบ และไม่รู้ว่าจะเจอกับวิกฤตอีกเมื่อไร แต่ทุกคนต้องพร้อมเผชิญกับความท้าทายและเดินหน้าต่อไปด้วยความหวัง
หากไม่เรียนรู้การปรับตัวอยู่เสมอ ก็จะถูกดิสรัป หลุดพ้นจากวงจรโลกยุคใหม่ ยิ่งเกิดความเครียดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้ชีวิตย่ำแย่
หนทางหนึ่งในการรับมือกับความเครียดคือการเสพงานศิลปะแขนงต่างๆ ช่วยให้ชีวิตสมดุลทั้งจิตใจและร่างกาย นอกจากบำบัดความเครียดแล้ว ยังอาจเกิดจินตนาการในการต่อสู้กับโลกยุคใหม่
ขณะเดียวกัน จะต้องมีการส่งเสริมวงการศิลปกรรมของไทยให้เข้มแข็งด้วย
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งก้าวเข้าสู่ปีที่ 45 นอกจากจะพัฒนาธุรกิจพลังงานและขยายไปยังธุรกิจใหม่ต่างๆ อย่างต่อเนื่องแล้ว ยังให้การสนับสนุนแวดวงศิลปะมาอย่างยาวนาน ในปีนี้ร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร จัดประกวดศิลปกรรม ปตท. ครั้งที่ 38 ในหัวข้อ “จุดประกายความหวัง จุดพลังชีวิต”
เปิดให้ทุกวัย ทั้งเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ร่วมถ่ายทอดเล่าความรู้สึกและประสบการณ์ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา เสมือนเป็นจดหมายเหตุของประเทศผ่านงานศิลปะทุกประเภท ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ และงานสร้างสรรค์ด้านทัศนศิลป์อื่นๆ ร่วมส่งผลงานเข้าประกวดได้ตั้งแต่วันที่ 5-21 มิถุนายน
ช่วยยกระดับศิลปกรรมไทย และส่งเสริมให้คนได้เสพงานศิลปะมากขึ้น เพื่อเป็นพลังชีวิตในยุค “เนเวอร์ นอร์มอล”
สัญญา รัตนสร้อย

