หน้าแรก การเมือง กกต.แถลงใหญ่ผ...

กกต.แถลงใหญ่ผลงาน3ปี ชูมุ่งมั่น-เป็นกลางการเมือง พร้อมจัดเลือกตั้งปี’60 (คลิป)

20.12.16 | 13:54 น.

กกต.แถลงโชว์ผลงานรอบ 3 ปี “ศุภชัย”เผย 5 ยุทธศาสตร์ เตรียมพร้อมจัดเลือกตั้ง 60 “บุญส่ง”ขอบคุณ กรธ.เพิ่มอำนาจสืบสวนให้ กกต. จัดงบลับหาข่าว ส่วน“สมชัย”ยัน กกต.ทำงานเป็นทีม วาง 4 เป้าหมายสร้าง กกต.เป็นองค์กรต้นแบบ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 ธันวาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. พร้อมด้วยนายบุญส่ง น้อยโสภณ นายประวิช รัตนเพียร และนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการ กกต.ร่วมกันแถลงผลงานครบรอบ 3 ปีนับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง โดยนายศุภชัยกล่าวว่า กกต.เข้ามารับตำแหน่งและทำงานเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2556 โดยปีแรกของการทำงานเกิดวิกฤตการเมืองจนนำไปสู่การยุบสภา ทำให้ กกต.ต้องดำเนินการเลือกตั้งท่ามกลางความขัดแย้งในบ้านเมือง จน กกต.ไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยได้ แต่จากการทำงานที่มุ่งมั่น เป็นกลางทางการเมือง จึงนำไปสู่คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รองรับการทำหน้าที่ของ กกต.ให้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

นายศุภชัยกล่าวต่อว่า ต่อมาปีที่ 2 แม้ว่า กกต.จะไม่ได้ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง แต่ก็ได้วางรากฐานสร้างความรู้ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยให้ประชาชนมีความตื่นตัวเข้ามามีบทบาททางการเมืองมากขึ้น ขณะเดียวกันได้เร่งรัดสร้างทหารเสือ กกต.เผยแพร่ความรู้ให้ประชาชน และนำเทคโนโลยีมารองรับการเลือกตั้งเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน ส่วนปีที่ 3 กกต.ได้จัดให้มีการออกเสียงประชามติซึ่งเป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วน และดำเนินการยกร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง รวมทั้งพัฒนาศักยภาพพนักงานสืบสวนสอบสวนและดำเนินการปรับโครงสร้าง กกต.ให้สอดคล้องกับกฎหมาย

ประธาน กกต.กล่าวต่อว่า สำหรับปีที่ 4 กกต.เตรียมพร้อมจัดการเลือกตั้ง โดยกำหนดยุทธศาสตร์ 5 เรื่อง คือ 1.สร้างเครือข่ายป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง 2.พัฒนาศักยภาพนักจัดการเลือกตั้งมืออาชีพ 3.จัดตั้งหมู่บ้านปลอดการซื้อสิทธิขายเสียง 4.เพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยความสะดวกประชาชน และ 5.เพิ่มประสิทธิภาพสืบสวนสอบสวนวินิจฉัยและการดำเนินคดีในศาล โดยในปี 2560 กกต.จะเตรียมความพร้อมจัดการเลือกตั้งตามแผนการดำเนินงานของรัฐบาลซึ่งได้ยกร่างระเบียบคู่มือการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว.ควบคู่กันไป และจัดโครงสร้างการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.ทั้งในระดับหน่วยเลือกตั้งระดับอำเภอและระดับเขตเลือกตั้งให้รองรับการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. รวมทั้งเตรียมความพร้อมพัฒนาบุคลากรกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งให้มีความเป็นมืออาชีพ และนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน

ด้านนายบุญส่งกล่าวว่า กกต.ต้องขอบคุณ กรธ.ที่พิจารณาอำนาจ กกต.ตามร่างกฎหมายที่ กกต.เสนอไปแล้ว และยังมีการแถมเรื่องให้ กกต.รับเงินบริจาคได้ ทำให้มีงบประมาณในการทำงานด้านการสืบสวนสอบสวนโดยให้มีงบลับในการลงพื้นที่หาข่าว ซึ่งช่วยได้อย่างมาก เนื่องจากหากใช้งบประมาณปกติต้องมีการชี้แจงทำให้ข่าวรั่ว ส่วนการทำงานของ กกต.ในปีที่ 4 นั้น กกต.จะจัดเชื่อมโยงข้อมูลด้านการข่าวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ หน่วยงานด้านความมั่นคง กรมการปกครอง กรมการขนส่งทางบก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งกระบวนการเหล่านี้จะต้องสำเร็จก่อนการจัดการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น เมื่อสิ่งเหล่านี้ครบถ้วนก็จะทำให้การปราบปรามการทุจริตเลือกตั้งมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ได้นักการเมืองที่มีคุณภาพมาพัฒนาประเทศชาติตามรัฐธรรมนูญ

Advertisement

ขณะที่นายประวิชกล่าวว่า การทำงานของ กกต.ที่ผ่านมาเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายเรื่อง โดยเฉพาะการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งในช่วงที่ไม่มีรัฐธรรมนูญ ประเทศไม่มีทิศทางที่แน่นอน กกต.ได้ตกลงว่าจะสร้างเครือข่ายให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น จากศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยทั่วประเทศซึ่งมีสมาชิกกว่า 7 หมื่นคน เพราะเห็นว่าประชาชนคือหัวใจของประชาธิปไตย ก้าวต่อไปคือเรื่องของคณะกรรมการประจำหน่วยที่ยังมีช่องว่างอยู่ จึงต้องมีการอบรมและมีคู่มือในการปฏิบัติหน้าที่จัดการเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ซึ่งจะมีผู้จัดการประจำหน่วยเสมือนเครือข่าย กกต.ที่จะนำมาซึ่งความสุจริตเที่ยงธรรมในหน่วยเลือกตั้ง โดยต้องอบรมคนประมาณหนึ่งแสนคน

ด้านนายสมชัยกล่าวว่า 3 ปีที่ผ่านมา กกต.มีความเห็นเป็นหนึ่งเดียวกัน ดังนั้นใครที่บอกว่า กกต.ต่างคนต่างทำนั้นเป็นการเข้าใจผิด เพราะเราทำงานเป็นทีม โดยสิ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมี 4 จุดสำคัญ คือ 1.ความเป็นองค์กรอิสระที่แท้จริง ทำงานภายใต้เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและกรอบกฎหมายโดยไม่เอนเอียงเข้ากับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง 2.ทำหน้าที่เป็นองค์กรรักษากฎหมายอย่างตรงไปตรงมา มีการดำเนินคดีอย่างจริงจัง ยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม ในการทำงาน ทำให้การทำประชามติเป็นไปด้วยความราบรื่น 3.การให้บุคลากรของ กกต.มีการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและการทำงาน คิดนอกกรอบ และ 4.นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นใน กกต.ชุดก่อน โดยมีเป้าหมายว่าในการเลือกตั้งปี 2560 ต้องให้ประชาชนเข้าถึง มีความสะดวกรวดเร็ว ให้มีการใช้สิทธิออกเสียงมากที่สุด ทำให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม ทำให้การซื้อสิทธิขายเสียงลดลงให้เหลือน้อยที่สุด

นายสมชัยกล่าวด้วยว่า ระยะยาวนั้น กกต.ตั้งเป้าให้สำนักงาน กกต.เป็นองค์กรต้นแบบใน 4 เรื่อง คือ 1.เป็นองค์กรต้นแบบด้านประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้เกิดความสำเร็จ ลดต้นทุนค่าใช้จ่าย สร้างความน่าเชื่อถือให้กับประชาชน วัดความสำเร็จได้ 2.เป็นองค์กรต้นแบบด้านความโปร่งใส ยึดหลักธรรมาภิบาล โดยจะเป็นองค์กรอิสระองค์กรแรกที่จะเข้าสู่โครงการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ 3.ทำงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายประชาชน ภาคราชการ เอกชน เพื่อให้งานเกิดความสำเร็จ และ 4.ทำหน้าที่เป็นองค์กรต้นแบบในการยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม ทำงานโดยปราศจากอคติ นำไปสู่การเลือกตั้งที่ซื่อสัตย์มีคุณภาพได้บุคลากรทางการเมืองที่ดีมาพัฒนาชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงผลงาน กกต.ได้ทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาระบบบริการข้อมูลเปิดผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์กับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่เลขาธิการ กกต. รองเลขาธิการ กกต. และผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ได้ลงนามบันทึกคำรับรองตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายการประเมินผลการปฏิบัติงานด้วย