หน้าแรก การเมือง คนเพชรฯ ทวงลง...

คนเพชรฯ ทวงลงนามยุคบิ๊กตู่ ให้ ‘ชาวบางกลอย’ กลับบ้านยัง? คาใจระบบ สธ.ได้มาตรฐาน ปม ‘กิ๊ป ต้นน้ำเพชร’

31.05.23 | 15:34 น.

คนเพชรเพื่อมนุษยธรรม ทวงลงนาม? ยุคบิ๊กตู่ ห่วงชะตากรรม ‘ชาวบางกลอย’ ถูกผลักไสไม่ให้กลับใจแผ่นดิน คาใจระบบ สธ.ได้มาตรฐาน ปม ‘กิ๊ป ต้นน้ำเพชร’

สืบเนื่องกรณี การเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกของ น.ส.กิ๊ป ต้นน้ำเพชร ผู้นำสตรีชาวกะเหรี่ยงบางกลอย จ.เพชรบุรี เมื่อ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา จากการปฏิบัติงานที่บกพร่องของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแก่งกระจาน สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงระบบการจัดการด้านสาธารณสุข ในการรับการรักษาพยาบาลกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย โดยเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม เครือข่ายประชาชนพิทักษ์สิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรม เดินทางไปยื่นข้อเรียกร้อง ให้กระทรวงสาธารณสุข รับผิดชอบ โดยมองว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจากอคติที่เห็นคนไม่เท่ากัน เหยียดกลุ่มชาติพันธุ์นั้น

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม กลุ่มคนเพชรเพื่อมนุษยธรรม นำโดย นายสัมฤทธิ์ ชิณวงษ์ ผู้ประสานงานกลุ่ม เผยแพร่แถลงการณ์ กรณีพี่น้องชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอย เนื้อหาความว่า

สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ระบุว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดยึดถือหรือครอบครองที่ดิน รวมถึงการก่อสร้าง แผ้วถาง ถางป่า …” ต่อมาในปี 2524 ได้มีการประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานขึ้น เป็นครั้งแรกโดยการประกาศครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาให้กับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอย เนื่องจากการกำหนดเขตอุทยานฯ ประกาศทับที่อยู่อาศัยของชาวกะเหรี่ยงบางกลอยซึ่งอยู่อาศัยมาก่อน เป็นผลให้พี่น้องกะเหรี่ยงบางกลอยที่อยู่อาศัย ณ บางกลอยบน (ตามหลักฐานของกรมการปกครอง คือ หมู่ 7 ต.สองพี่น้อง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ในปี 2514 ซึ่งการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จัดทำขึ้นภายหลังในปี 2524) โดยถูกแยกออกจาก ต.สองพี่น้อง อ.ท่ายาง มาอยู่ในเขต กิ่ง อ.แก่งกระจาน ในปี 2536 ส่วนบ้านใจแผ่นดิน บ้านของปู่คออี้ อยู่ห่างขึ้นไป โดยมีหลักฐานคือภาพถ่ายทางอากาศปี 2515 การประกาศจัดตั้งเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ในปี 2524 จึงเป็นสาเหตุแห่งการผลักไสให้พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์กลายเป็นผู้บุกรุกป่าตามกฎหมายอุทยานฯไปโดยปริยาย

ในปี 2539 เจ้าหน้าที่อุทยานจึงเริ่มมีการเจรจาให้พี่น้องกะเหรี่ยงบางกลอยลงมาอยู่ ณ บริเวณหมู่บ้านบางกลอยล่าง ฝั่งซ้ายของแม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งปัจจุบันคือ หมู่ 2 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และรัฐจัดสรรที่ทำกินให้ แต่การดำเนินงานจากรัฐไม่เป็นไปตามข้อเสนอ พื้นที่จัดสรรไม่เพียงพอและผืนดินไม่สามารถเพาะปลูกได้ ทำให้พี่น้องบางกลอยบางส่วนต่างทยอยกลับขึ้นไปสู่บ้านเกิดคือบางกลอยบนอีกครั้ง

Advertisement

ปี 2554 เจ้าหน้าที่อุทยานๆปฏิบัติการยุทธการตะนาวศรี จับกุมและเผาบ้านที่อยู่อาศัย ผลักดันให้กลับลงมาอยู่ที่บ้านบางกลอยล่าง ดังที่เป็นข่าวรับรู้ทั่วไป แต่ในเวลาต่อมาพี่น้องชาวบางกลอยบางส่วนที่ไม่สามารถทำมาหากินในพื้นที่ได้จึงทยอยกลับขึ้นไปยังบางกลอยบนเช่นเดิม

ในปี 2561 แม้ว่าศาลปกครองสูงสุดพิพากษาและยอมรับว่าบ้านบางกลอยบนและบ้านใจแผ่นดินถือเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (ปกากะญอ) ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน แต่ศาลปกครองสูงสุดก็ไม่อาจจะพิพากษาให้ชาวกะเหรี่ยงดั้งเดิมกลับไปอยู่บ้านบางกลอยบนและบ้านใจแผ่นดินได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านกฎหมาย เพราะพื้นที่พิพาทดังกล่าวถูกประกาศให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานไปแล้ว

ช่วงวันที่ 22-24 ก.พ. เจ้าหน้าที่รัฐเปิดปฏิบัติการ ยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร ผลักดันชาวบางกลอยลงมาจากบางกลอยบนอีกครั้ง และจับกุมดำเนินคดีชาวบางกลอย จำนวน 29 ราย 7 ข้อหาเกี่ยวกับการบุกรุกป่าตาม 3 กฎหมายคุ้มครองป่าอนุรักษ์ ได้แก่ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2562 พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประกันตัวสู้คดี

ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน กำหนดไว้ว่ามนุษย์ทุกคนย่อมมีอิสระและเสมอภาคกันในศักดิ์ศรีและพึงปฏิบัติต่อกันด้วยจิตวิญญาณแห่งภราดรภาพ มีสิทธิและอิสรภาพโดยปราศจากการแบ่งแยก เชื้อชาติ ผิว เพศ ภาษา ศาสนาและพื้นเพทางชาติหรือสังคม… อันเป็นแนวทางสากลของนานาอารยประเทศ สอดคล้องกับแนวทางการปฏิบัติต่อพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอย ดังมติ ครม.เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2553 ว่าด้วยแนวนโยบายและหลักปฏิบัติในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง และหลักสิทธิชุมชนในการมีส่วนร่วมจัดการและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการลงนามเห็นชอบตามข้อเสนอแนวทางแก้ไข เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2566 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้กลุ่มชาวบ้านบางกลอยที่ประสงค์จะกลับไปดำรงวิถีชีวิตด้วยระบบเกษตรแบบไร่หมุนเวียนในพื้นที่บางกลอยบน (พื้นที่ดั้งเดิมที่อยู่อาศัย) จำนวน 150 คน โดยใช้แนวทางพัฒนาพื้นที่ตันแบบส่งเสริมเกษตรแบบไร่หมุนเวียนตามหลักการคุ้มครองสิทธิทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ ผ่านการจัดโครงการศึกษาเชิงทดลองแบบมีส่วนร่วม

ดังนั้น กลุ่มคนเพชรเพื่อมนุษยธรรมเป็นกลุ่มคนในพื้นราบของจังหวัดเพชรบุรี ห่วงใยในชะตากรรมและการถูกผลักไสพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์บางกลอยให้ละทิ้งบ้านเกิด ถูกกระทำเหมือนไม่ใช่มนุษย์ ทั้งจากกลไกของรัฐและมายาคติมากมายในสังคมอันส่งผลต่อความเกลียดชัง เหยียดหยาม จึงขอประกาศท่าทีและสนับสนุนแนวทางแห่งมนุษยธรรม ดังนี้

1.สนับสนุนการตัดสินใจของรัฐทางนโยบาย ผ่านการลงนามเมื่อวันที่ 21 เม.ย.2566 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยให้กลุ่มชาวบ้านบางกลอยกลับไปดำรงวิถีชีวิตด้วยระบบเกษตรแบบไร่หมุนเวียนในพื้นที่บางกลอยบน อันเป็นพื้นที่ดั้งเดิมของตนตามประสงค์ จำนวน 150 คน ผ่านกลไกจากตัวแทน 3 ฝ่าย

2.ขอตั้งข้อสังเกตถึงระบบการจัดการด้านสาธารณสุข ในการรับการรักษาพยาบาลชาวกะเหรี่ยงบางกลอย “กิ๊ป ต้นน้ำเพชร” ในระหว่างวันที่ 21-22 พ.ค.ที่ผ่านมา ณ รพ.แก่งกระจาน จ.เพรรบุรี ว่าดำเนินไปตามมาตรฐาน ด้านสาธารณสุขหรือไม่ อย่างไร

ด้วยความห่วงใยแห่งมนุษยธรรม

นายสัมฤทธิ์ ชิณวงษ์ ผู้ประสานงานกลุ่มคนเพชรเพื่อมนุษยธรรม
วันพุธ ที่ 31 พฤษภาคม 2566