‘นายกฯ’ โต้ พิธา ถามข้าราชการแล้ว บอกไม่ได้ขอพบให้ข้อมูล ลั่นสู้ต่อภายใต้ รทสช.

31.05.23 | 18:01 น.

‘นายกฯ’ โต้ พิธา ถามข้าราชการแล้ว บอกไม่ได้ขอพบให้ข้อมูล ย้ำอยากได้รัฐบาลที่ดี ลั่นสู้ต่อภายใต้ รทสช. ส่วนโผทหารบอกยังไม่ถึงเวลาคุย

เมื่อเวลา 16.10 น. วันที่ 31 พฤษภาคม ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ 5/2566 ว่าไม่ได้มีการสั่งให้ดูแลอะไรเป็นพิเศษ เพราะเขามีหน้าที่ตามกฎหมายอยู่แล้ว ทั้งทหารและตำรวจในการดูแลตามหน้าที่ ไม่ต้องกำชับอะไร ทุกอย่างพัฒนาไปตามสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ในวงการประชุมสภากลาโหมไม่ได้มีการพูดถึงสถานการณ์หลังการเลือกตั้ง เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกัน เพียงแต่ได้มีการหารือกันในเรื่องการป้องกันประเทศ และแผนพัฒนากองทัพ รวมถึงสถานการณ์ในภูมิภาค ผลงานของทุกเหล่าทัพ แผนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้สอดคล้อง เพราะในอนาคตจะต้องใช้เทคโนโลยีมากขึ้น เพื่อป้องกันประเทศและเรื่องการฝึกร่วม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ในส่วนของการปฏิรูปกองทัพก็มีแผนอยู่แล้ว ซึ่งการที่จะปรับจะต้องดูบริบทของประเทศไทยด้วย เพราะประเทศไทยไม่เหมือนชาติอื่นจะไปยึดแบบประเทศไหนมาใช้ก็อาจจะไม่เหมาะสม เราจะใช้วิธีการผสมผสาน เพราะแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน ในส่วนของเราก็ต้องเป็นเรา ภายใต้ทรัพยากรที่เรามีอยู่

เมื่อถามถึงกรณีที่ยังนั่งเป็นรักษาการนายกรัฐมนตรี แต่ 8 พรรคร่วมรัฐบาลมีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อเปลี่ยนผ่านมองอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่มีความคิดเห็นเรื่องนี้ ถือว่าเป็นสิทธิที่ท่านจะทำ ส่วนจะทำได้หรือไม่ได้นั้น เป็นสิทธิที่ท่านจะทำ ทำแล้วไม่กระทบกับหน่วยงานราชการก็ไม่มีปัญหา แต่มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทุกคนเลยมองว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจอะไรทำนองนี้ แต่ก็ทำไป

Advertisement

เมื่อถามว่า จะทำให้ข้าราชการอึดอัดใจหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คงไม่ เพราะเราเองก็เชื่อมการทำงานของเราอยู่ ตามกฎระเบียบ อะไรก็ตามที่ทำนอกกรอบวินัยของข้าราชการก็มีความผิด และตน ถ้าตรวจสอบแล้ว ยังไม่มีใครไปพบอะไรกับใคร ส่วนกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลระบุว่าข้าราชการติดต่อไปเองนั้น นายกฯกล่าวว่า “ก็ไม่รู้ ผมถามข้าราชการว่าเขาขอมาหรือไม่ เขาก็บอกว่าไม่มี ผมก็ต้องถามคนของผม ใครจะพูดอะไรก็ตามอย่าเชื่อทั้งหมด ต้องหาข้อมูลข้อเท็จจริง” นายกฯกล่าว

เมื่อถามต่อไปว่า จะกระทบกับสิ่งที่นายกฯได้สั่งข้าราชการว่าให้เตรียมข้อมูล เพื่อส่งมอบงานให้รัฐบาลชุดต่อไปหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มันก็เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว เราต้องสรุปงานทั้งหมด เพื่อส่งมอบให้รัฐบาลชุดต่อไป ว่า 4 ปีที่ผ่านมาทำอะไรไปบ้าง ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ คืออะไร เพราะทุกวันมีความคืบหน้าเพียงแต่ว่าอุปสรรคไม่ได้แก้กันง่ายๆ บางอย่างมีข้อกฎหมาย รวมถึงสัญญาต่างๆ จะต้องมีการแก้ไขจะต้องไปดูว่าจะแก้ไขกันอย่างไร ซึ่งตนอยากจะทำเรื่องเหล่านี้ แต่ทำได้ยาก เพราะหลายอย่างมันทำไปแล้ว มีทั้งสัญญาเดิมและสัญญาเก่า ถ้าหากเขาทำได้ก็ทำ

เมื่อถามว่า จะให้กำลังใจคนที่จัดตั้งรัฐบาลอย่างไร นายกฯกล่าวว่า คาดหวังว่าประเทศไทยจะมีรัฐบาลที่ดีได้ เราผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว เพียงแต่ว่ามันยังมีอีกหลายขั้นตอน เพราะขณะนี้ยังไม่ได้มีการรับรอง ตนเข้าไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้ตรงนี้ แต่ถ้าเขาผ่านการตรวจสอบและได้รับการรับรอง ถึงจะจัดตั้งรัฐบาลได้ไม่ใช่หรือ ทุกอย่างเป็นไปตามกลไก

เมื่อถามต่อว่า ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ถ้าใครมาแก้มาตรา 112 จะขวางใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า แน่นอนอยู่แล้ว ไม่ถามก็ต้องเป็นอย่างนั้น เพราะมันอยู่ในหัวใจของทหารตำรวจและข้าราชการทุกคน และประชาชนอีกจำนวนมาก เขาก็ไม่เห็นด้วยตรงนี้ก็แค่นั้น แล้วถามว่าทำทำไม

เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้และพรรคเพื่อไทยมาจัดตั้งรัฐบาลพรรค รทสช. ร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ตนไม่ทราบ

เมื่อถามว่า ในการประชุมสภากลาโหมในวันเดียวกันนี้ได้มีการพูดคุยถึงการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลประจำปี นายกฯกล่าวว่า “ยังไม่ถึงเวลามั้ง”

เมื่อถามถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะฝ่ายกฎหมาย ระบุว่า นายพิธาถูกดำเนินคดีเรื่องการถือหุ้นสื่ออาจจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เรื่องกฎหมาย ให้ไปถามนายวิษณุ

เมื่อถามย้ำว่า พรรค รทสช.และ พล.อ.ประยุทธ์ จะสู้ต่อหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า พรรคก็ยังอยู่ ส่วนหวังอะไรกับรัฐบาลใหม่มากที่สุด ที่กำลังจะเข้ามาไม่ว่าใครก็ตาม นายกฯกล่าวว่า อยากให้บ้านเมืองสงบ ปลอดภัย มีการพัฒนาที่ยั่งยืน

เมื่อถามอีกว่า หวังหรือไม่ว่า สิ่งที่ทำมา 8 ปีจะไม่เสียหายตอนนี้ นายกฯกล่าวว่า ก็ต้องอย่างนั้นแหละ