‘ก้าวไกล’ เผยแนวทาง ‘ปฏิวัติการศึกษา’ ต้องสร้างโรงเรียนปลอดภัย ไร้อำนาจนิยม
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ “พรรคก้าวไกล – Move Forward Party” โพสต์ข้อความระบุว่า
“[ แนวทางการสร้าง “โรงเรียนปลอดภัย ไร้อำนาจนิยม” โดยรัฐบาลก้าวไกล ]
ปัญหาเรื่องอำนาจนิยมและความรุนแรงในโรงเรียน เป็นปัญหาเรื้อรังของระบบการศึกษาไทย ซึ่งถูกพูดถึงในวงกว้างอีกครั้ง หลังปรากฎคลิปที่ถูกเผยแพร่โดย The Isaan Record เมื่อวานถึงเหตุการณ์ในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี ที่คุณครูมีการตบหน้านักเรียนโดยอ้างว่านักเรียนไม่ตั้งใจเรียน
ซึ่งผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคก้าวไกลในพื้นที่ วิศรุต สวัสดิ์วร -อ๊อฟ- Witsarut Sawatworn ได้เข้าไปสอบถามและรับฟังปัญหาเพิ่มเติม
พรรคก้าวไกลยืนยันว่าความปลอดภัยของนักเรียนเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของนักเรียนที่ต้องได้รับการคุ้มครองทุกคน และไม่มีเหตุผลหรือกรณีใดๆที่ทำให้ครูหรือบุคลากรทางการศึกษามีสิทธิที่จะละเมิดสิทธิของนักเรียน ไม่ว่าจะทำในนามของการสอนหรือการลงโทษก็ตาม
พรรคก้าวไกลต้องการกำจัดปัญหาความรุนแรงและอำนาจนิยมในโรงเรียน เพื่อทำให้โรงเรียนทุกแห่งเป็นพื้นที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด ด้วยการเสนอนโยบายเบื้องต้นดังต่อไปนี้
1. กฎระเบียบทุกโรงเรียนต้องไม่ขัดหลักสิทธิมนุษยชน และไม่เปิดช่องให้มีการละเมิดสิทธิ
– 1.1. ออกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ และกำชับไปยังหน่วยงานอื่นที่จัดการศึกษา เพื่อกำหนดหลักการว่ากฎระเบียบของทุกสถานศึกษาทุกสังกัดต้องไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนนักเรียน พร้อมระบุตัวอย่างของกฎระเบียบที่เป็นการละเมิดสิทธิ (เช่น การลงโทษด้วยวิธีรุนแรงทุกประเภท การบังคับให้เด็กบริจาคเงินหรือสิ่งของ การบังคับซื้อของ การบังคับเรื่องทรงผม)
– 1.2. แก้ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 (โดยเฉพาะข้อ 6) ให้ชัดเจนและรัดกุมขึ้นในการปิดทุกช่องโหว่ ที่เสี่ยงจะนำไปสู่การลงโทษด้วยวิธีรุนแรงโดยอ้างถึง “เจตนาที่จะแก้นิสัยและความประพฤติไม่ดีของนักเรียน” (เช่น การอ้างว่า “ตีเพื่อสั่งสอน”)
2. ครูละเมิดสิทธิ พักใบประกอบทันที
.
– 2.1. แก้ข้อบังคับคุรุสภา เพื่อเพิ่มเงื่อนไข กระบวนการ และกรอบเวลาที่ชัดเจน ในการพักใบประกอบวิชาชีพครูที่มีการละเมิดสิทธิเด็ก (เช่น การทำร้ายร่างกายเด็ก การล่วงละเมิดทางเพศ) แทนที่จะแก้ปัญหาด้วยการงดโทษหรือลงโทษเพียงแค่ย้ายโรงเรียน ซึ่งอาจนำไปสู่ความไม่ปลอดภัยของผู้เรียนในสถานศึกษาอื่น
3. ผู้ตรวจการนักเรียน (Student Ombudsman) ที่เป็นอิสระจากโรงเรียน-เขตพื้นที่
– 3.1. เพิ่มประสิทธิภาพของ ศูนย์ความปลอดภัยกระทรวงศึกษาธิการ (MOE Safety Center) ในการรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิในโรงเรียน โดยรับประกันกรอบเวลาในการดำเนินการสืบสวนสอบสวน และรับประกันความเป็นอิสระจริงจากโรงเรียน-เขตพื้นที่ โดยอาจพิจารณาให้เป็นกลไกที่ขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
4. เพิ่มทักษะครูและบุคลากรทางการศึกษา เรื่องสิทธิมนุษยชน
– 4.1. เพิ่มความรู้และทักษะให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา เกี่ยวกับความสำคัญของสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของเด็ก กฎหมายที่เกี่ยวข้อง (เช่น อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก / พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546) และแนวทางการรับมือสถานการณ์ต่างๆในห้องเรียนโดยปราศจากความรุนแรงและการทำร้ายร่างกายและจิตใจของผู้เรียน
– 4.2. เพิ่มการดูแลสุขภาพจิตของครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อลดภาวะทางความเครียดที่อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงในห้องเรียน
– 4.3. รณรงค์กับสังคมในวงกว้าง เพื่อส่งเสริมให้เด็กตระหนักถึงสิทธิของตนเอง และส่งเสริมให้ผู้ปกครองคุ้มครองสิทธิเด็ก
การทำให้โรงเรียนทุกแห่งเป็นพื้นที่ปลอดภัย เป็นหนึ่งในหลายวาระที่สำคัญของการ “ปฏิวัติการศึกษา” ภายใต้ #รัฐบาลก้าวไกล“

