วิษณุ ชี้ ‘พิธา’ เจอร้องปมหุ้นสื่อ เทียบเคสคุณหญิงกาบัตรปี’49 ตั้งคูหาผิดด้าน เลือกตั้งโมฆะทั้งประเทศ
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสข่าวว่า อาจมีการเลือกตั้งใหม่ หากนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) และเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ก.ก. ถูกศาลวินิจฉัยเรื่องขาดคุณสมบัติจากกรณีถือครองหุ้นไอทีวี ทำให้ขัดกับคุณสมบัติการเป็น ส.ส. จะกระทบกับการเป็นนายกรัฐมนตรี รวมถึงการรับรองผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ก.ก.ที่ผ่านมาหรือไม่ ว่า ตนตอบไม่ถูก เรื่องนี้อยู่ที่ผู้ร้องว่าร้องในประเด็นใด
ถ้าร้องในประเด็นว่าขาดจากการเป็น ส.ส. นายพิธาก็สามารถเป็นนายกฯได้ เพราะนายกฯ ไม่ต้องเป็น ส.ส.ก็ได้ หรือถ้าร้องว่าขาดจากความเป็นนายกฯ ก็สามารถเป็น ส.ส.ได้ แต่ถ้าคนร้อง ร้องทั้ง 2 เรื่อง ศาลก็จะวินิจฉัยทั้ง 2 เรื่อง
หรืออาจจะกระทบไปอีกประเด็น คือการรับรองสมาชิกพรรค ฉะนั้นอยู่ที่คำร้องว่าจะร้องอย่างไร จะร้องทั้ง 3 ประเด็นเลยหรือไม่ แต่อย่าเพิ่งคิดไปไกลขนาดนั้น เอาทีละประเด็น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ได้ทําอะไรเลย อย่าเพิ่งคิดแง่ร้ายไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม การที่พูดแบบนี้ ไม่ใช่มาแนะนำว่าจะต้องร้องอย่างไร อยู่ที่ผู้ร้อง ร้องประเด็นไหนศาลก็วินิจฉัยประเด็นนั้น ถ้าร้อง 3 ประเด็นศาลก็วินิจฉัยทั้ง 3 ประเด็น
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการร้องในประเด็นเรื่องสมาชิกพรรค จะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ทั้งหมดหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ต้องเลือกตั้งซ่อมใหม่ทั้งหมด อย่างในอดีตที่คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยาของนายทักษิณ ชินวัตร ไปกาลงคะแนน และมีคนไปถ่ายไว้ ซึ่งเกิดเหตุเพียงคูหาเดียว เมื่อการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2549 ทำให้การเลือกตั้งครั้งนั้นโมฆะทั้งประเทศ ฉะนั้นกรณีนี้ก็เช่นเดียวกัน หากมีการเลือกตั้งซ่อมก็ต้องเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ
ต่อมา นายวิษณุให้สัมภาษณ์ต่อว่า คูหาดังกล่าวหันหลังผิดด้าน จนทำให้สื่อมวลชนสามารถบันทึกภาพขณะลงคะแนนได้ ทั้งที่ปกติ ผู้กาบัตรลงคะแนน จะต้องเข้าไปอยู่ในคูหาเลือกตั้ง โดยผู้ลงคะแนนเสียงจะต้องหันหน้าออกหน้าหน่วย และสื่อมวลชนไม่สามารถถ่ายภาพเห็นการกาบัตรลงคะแนน แต่ในครั้งนั้น เป็นการตั้งคูหาผิด ทำให้สามารถส่องกล้องเข้าไปแล้วเห็นขณะที่กาบัตรได้ว่าลงคะแนนให้ใคร การเลือกตั้งครั้งนั้น ไม่เป็นความลับ ถ้าทำเช่นนั้นในหน่วยหนึ่งได้ ก็จะทำได้ในอีกทุกหน่วย
“ผมไม่แน่ใจว่าเป็นภาพข่าวของคุณหญิงพจมานหรือไม่ แต่ในภาพข่าวนั้นเป็นคุณหญิงท่านใดท่านหนึ่ง ทำให้ผู้สื่อข่าวเกิดความสนใจไปถ่ายภาพ ทั้งที่คนอื่นก็เข้าไปกาบัตร แต่สื่อมวลชนก็ไม่ได้สนใจ แต่บังเอิญบุคคลนั้นเป็นคุณหญิง ผู้สื่อข่าวจึงสนใจ และผู้สื่อข่าวก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะไปจับภาพ แต่บังเอิญการจัดคูหาเช่นนั้นทำให้มองเห็นได้ จึงเกิดข้อสังเกตว่าถ้าทำอย่างนี้ได้หน่วยหนึ่ง ก็จะทำได้ทุกหน่วย ในคราวนั้นจึงทำให้ต้องมีการเลือกตั้งใหม่กันทั้งประเทศ” นายวิษณุกล่าว

