หน้าแรก Election Slide ‘พิธา&#...

‘พิธา’ หารือหอการค้า ยอมขยับถกขึ้นค่าแรง 450 ชี้ร่วมปรับตัวเลขด้วยกัน

1.06.23 | 06:20 น.

‘พิธา’ หารือหอการค้า ยอมขยับถกขึ้นค่าแรง 450 ชี้ร่วมปรับตัวเลขด้วยกัน เผยคิว 5 มิ.ย.ดวลคุย ‘ชัชชาติ’

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงการได้ร่วมหารือกับนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และคณะผู้เกี่ยวข้อง ว่า ในการหารือกันครั้งนี้มี 13 ประเด็นหลัก อาทิ คอร์รัปชั่น เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) การบริหารเศรษฐกิจบีซีจี หรือเศรษฐกิจชายแดน รวมถึงการอัพเดตความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลนำโดยพรรคก้าวไกล ว่าไปถึงไหนแล้ว รวมถึงหน้าที่คณะกรรมการเปลี่ยนผ่าน มีการจัดตั้งทีมประสานงานเพื่อนัดหารือร่วมกันอีกในครั้งถัดไปด้วย

นายพิธากล่าวว่า ประเด็นการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาทต่อวัน ภายใน 100 วันหลังจัดตั้งรัฐบาลตามที่หาเสียงไว้นั้น จากการหารือกับหอการค้าไทย การขึ้นค่าแรงน่าจะมีกรอบระยะเวลาที่ใกล้เคียงกับระยะเวลาเดิม หรือขยับออกไป ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องหารือตัวเลขค่าแรงที่เหมาะสมก่อน โดยความกังวลถึงการปรับขึ้นค่าแรง จะมีการปรับราคาสินค้าขึ้นรอไปก่อนนั้น พบว่า จากผลการศึกษาไม่จำเป็นเสมอไปที่ราคาสินค้าจะขึ้นจากปรับค่าแรง และการปรับขึ้นค่าแรงเปรียบเสมือนเหรียญสองด้าน ด้านหนึ่งจะทำให้ประชาชนมีชีวิตที่ดี รายได้เพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาก็มีการขึ้นค่าแรงไปก่อนหน้านี้ 350 บาทต่อวัน เป็นการขึ้นค่าแรงเพียง 5% ขณะที่เงินเฟ้อขึ้น 8% ในช่วงที่ผ่านมา

นายพิธากล่าวว่า ความกังวลในการจัดตั้งรัฐบาลขึ้นอยู่กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการรับรองส.ส. หากไม่มีความชัดเจนเวลาก็ถูกเลื่อนไปอีกเรื่อยๆ อาทิ เดือนสิงหาคม หรือกันยายน จึงต้องทำตามกระบวนการให้เร็วที่สุด เกิดสุญญากาศสั้นที่สุด และมีความเที่ยงตรงในการทำงาน เพื่อเริ่มทำงานในรัฐบาลชุดใหม่ อาทิ จัดการเกี่ยวกับงบประมาณและกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยงบประมาณประจำปี 2567 มีเรื่องที่ต้องคำนึงถึงคือ เวลาในการทำงาน และการใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนอย่างคุ้มค่า ซึ่งจะมีคณะกรรมการในด้านเศรษฐกิจหารือโจทย์ในการบริหารจัดการใช้งบประมาณอีกครั้ง ว่ามีอะไรที่ต้องตัดสินใจเป็นสำคัญ และมีงบประมาณเพียงพอหรือไม่

ทั้งนี้ พรรคก้าวไกล มีแผนหารือร่วมกับอีกหลายหน่วยงาน อาทิ ในวันจันทร์ที่ 5 มิถุนายน 2566 จะนำทีมไปพบนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อีกทั้งยังจะมีไปหารือแลกเปลี่ยนกับภาคเอกชน อาทิ สมาคมธนาคารไทย สมาคมตลาดทุนไทย สมาคมท่องเที่ยวภูเก็ต และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

Advertisement