หน้าแรก การเมือง จตุพร ไม่เชื่...

จตุพร ไม่เชื่อขบวนการยาหอม ถอดรหัสซีนหวาน ‘ชลน่าน-พิธา’ รักที่เป็นไปไม่ได้

1.06.23 | 10:23 น.

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน “ตีเนียน?”

นายจตุพรกล่าวในตอนหนึ่งว่า การประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาลเมื่อวานนี้ (30 พ.ค.) สิ่งน่าสังเกตคือ คนสำคัญระดับนำทางการเมืองไม่มาร่วมประชุม โดยอาจจะรู้ว่ารวมเสียง 312 ยากที่จะไปถึง 376 เสียงเพื่อหนุนให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้เป็นนายกฯ และไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้

นอกจากนี้ยังมีขบวนการยาหอมจากนักวิชาการและนักการเมืองพยายามออกข่าวว่า มีการจัดชุดไปเจรจาขอความสนับสนุนกับ ส.ว. อย่างไรก็ตาม ตนมั่นใจว่า ไม่น่าจะได้รับความสนับสนุนเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นผู้สั่งการ ส.ว. ได้เพียงคนเดียวอย่างชัดเจน

นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อนายทักษิณ ชินวัตร มาปักหลักที่สิงคโปร์นั้น แสดงถึงการตั้งรัฐบาลระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทยไม่มีทางเป็นไปได้เลย เพราะถ้าต้องการให้พรรคเพื่อไทยจับมือกับนายพิธา จริงแล้ว ก็ไม่ควรมาบัญชาการถึงสิงคโปร์ ดังนั้น คำพูดหวานของนายชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในวงประชุมเมื่อวานนี้ว่า ‘ไม่ว่าจะเกิดอะไร เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป’ ย่อมรับรู้สถานการณ์ต้องเปลี่ยนไปในวันข้างหน้า แต่วันนี้ 312 เสียงจำต้องตีเนียนกันไว้ก่อน

นายจตุพร กล่าวว่า การตั้งคณะกรรมการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล 7 คณะนั้น เพื่อไทยส่งนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคไปร่วมด้วย ซึ่งสะท้อนเจตนาไม่ให้ความสำคัญ หากจริงใจแล้วต้องส่งระดับ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานนโยบาย พรรคเพื่อไทย ไปร่วมก็จะได้ความน่าเชื่อถือและความจริงใจ

Advertisement

“ทั้งนายพิธา และนายแพทย์ชลน่าน ล้วนมีเส้นทางการเมืองที่น่าเห็นใจมากที่สุด โดยนายพิธา มีเส้นทางการเมืองที่ยากคือ ไม่ได้เสียง 376 จากที่ประชุมรัฐสภาเพื่อผ่านไปเป็นนายกฯ การประโคมข่าวว่า เจรจากันได้นั้น สิ่งน่าสนใจคือ ส.ว.มีความเป็นตัวของตัวเองหรือไม่ อีกทั้งถูกควบคุมหรือไม่ จำนวนเสียงที่ต้องการจาก ส.ว. 64 เสียงมาเติม 312 เสียงให้ครบ 376 เสียง หาความเป็นไปได้แทบไม่มี ดังนั้น เส้นทางนี้ของพรรคก้าวไกลไปไม่ถึงฝัน และนายพิธา ไม่ได้เป็นนายกฯ 100 %

อีกทั้งกรณีหุ้นไอทีวี ไม่ว่าจะเอาคำวินิจของศาล รธน.ใดก็ตามมาเทียบเคียง เพียงแค่ถือหุ้นก็ผิดแล้ว แต่การที่ไอทีวีจะออกอากาศหรือไม่คงไม่ใช่ประเด็น ดังนั้นนายพิธา รอดยากมาก แต่ถึงที่สุดแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คงต้องรับรองสถานภาพ ส.ส.ไปก่อน แล้วสอยที่หลัง ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จที่เคยทำกันมา” นายจตุพรกล่าว

นายจตุพรกล่าวว่า ขณะนี้ สถานการณ์การเมืองบ่งชี้ว่า เสียง 312 จับมือกันไม่แน่น มีบางพรรครอเวลาแยกวงข้ามฟากไปร่วมมือกับขั้วฝ่าย 188 เสียง อีกอย่างเมื่อเรื่องนายพิธา ยังไม่เสร็จสิ้น และถ้ายังมั่นคงเสียง 312 จับมือกันแน่นแล้ว ก็ไม่มีเหตุใดที่พรรคเพื่อไทยต้องรีบไปเอาตำแหน่งประธานสภามาไว้ที่พรรคตัวเอง แต่การเร่งชิงประธานสภานั้น ย่อมอธิบายถึงการข้ามห้วยทางการเมืองนั่นเอง

“เมื่อพรรคเพื่อไทยข้ามไปจับมือกับ 188 เสียงแล้ว แคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย อย่างอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร และนายเศรษฐา ทวีสิน คงไม่มาเป็นนายกฯ จึงมีคนเดียวคือคนก้าวข้ามความขัดแย้งชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มานั่งนายกฯ หากเกิดความวุ่นวาย พล.อ.ประยุทธ์ ก็นั่งรออยู่อย่างนิ่งๆ” นายจตุพรกล่าว