หน้าแรก การเมือง จุรินทร์ ชี้ว...

จุรินทร์ ชี้วิวาทะจัดตั้งรบ. เป็นเรื่องปกติ แค่ยังไม่ลงตัว มั่นใจกกต.รับรอง ชัดเจนแน่

1.06.23 | 14:25 น.

“จุรินทร์” ชี้ กกต.รับรอง ส.ส.เมื่อไรทุกอย่างชัดเจนขึ้น เชื่อตำแหน่งประธานสภายังไม่ลงตัวสะท้อน พท.-ก.ก.ตกลงกันไม่ได้ ชี้ ประธานสภาต้องเป็นกลาง

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์​ กล่าวถึงการเมืองในขณะนี้ว่า อยู่ในขั้นตอนการจัดตั้งรัฐบาล ถือว่าเป็นสถานการณ์ปกติ แต่ประเด็นสำคัญดูเหมือนพรรคที่ไปร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลยังมีความไม่ลงตัวในบางเรื่อง สังคมเลยให้ความสนใจ เช่น เรื่องประธานสภา เป็นต้น เพราะผลจากการแถลงล่าสุดสะท้อนว่า ยังไม่มีข้อยุติ ถ้ามีข้อยุติคงแถลงไปแล้ว

เมื่อถามว่า ประเมินว่าการเจรจาของพรรคร่วมยังไม่ลงตัว นายจุรินทร์กล่าวว่า ตนไม่ประเมินอย่างนั้น แต่อย่างน้อยมีประเด็นที่ทำให้ประชาชนที่สนใจเรื่องประธานสภาลงตัวหรือยัง สะท้อนว่ายังไม่น่าจะลงตัว แต่การเจรจาทางการเมืองก็ต้องเจรจากันไป ซึ่งตนเห็นว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา และครั้งนี้ที่ตำแหน่งประธานสภาถูกพูดถึงมาก อาจจะเป็นเพราะสองพรรคมีความเห็นในลักษณะที่ขัดแย้งกันก็ได้ แต่ประธานสภาก็ต้องเลือกกันในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

ส่วนที่กังวลว่าจะต้องเป็นของพรรคโน้นพรรคนี้ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถขับเคลื่อนนโยบายพรรคได้ ตนคิดว่าอาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะประธานสภาต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลาง จะไปช่วยขับเคลื่อนนโยบายพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งนั้นทำไม่ได้อยู่แล้ว และรัฐธรรมนูญก็จำกัดขอบเขตอำนาจหน้าที่ประธานสภา ข้อบังคับการประชุมก็กำหนดไว้ชัดเจน การที่จะปฏิบัติหน้าที่ การทำหน้าที่ในการบรรจุระเบียบวาระการประชุม ทุกอย่างมีกฎเกณฑ์ มีระบบระเบียบทั้งหมดอยู่แล้ว ดังนั้นก็ไม่ต้องไปกังวลว่าจะสามารถที่จะทำอะไรนอกเหนือกฎเกณฑ์ได้

เมื่อถามว่า การที่พรรคเพื่อไทยเสนอว่าจะต้องได้ตำแหน่งประธานสภานั้น เหมาะสมหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่สะท้อนให้เห็นว่าในพรรคการเมืองที่ไปรวมกันจัดตั้งรัฐบาลขณะนี้ก็ยังมีความไม่ลงตัวกันอยู่ในเรื่องประธานสภา และตำแหน่งประธานสภาก็ไม่น่าจะมีผลต่อการได้มาซึ่งตัวนายกรัฐมนตรี เพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามระเบียบกฎเกณฑ์ และตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน คนจะเป็นนายกฯต้องได้รับการโหวตในที่ประชุมร่วมรัฐสภา เพราะฉะนั้นก็จะขึ้นอยู่กับผลการลงคะแนน ส่วนประธานสภามีหน้าที่นำชื่อจากผลการลงคะแนนในที่ประชุมร่วมรัฐสภาขึ้นทูลเกล้าฯ จะไปทำเป็นอย่างอื่นก็ไม่ได้ จะเปลี่ยนชื่อก็ไม่ได้ ต้องเป็นไปตามนั้นอยู่แล้ว

Advertisement

ส่วนคุณสมบัติของผู้จะดำรงตำแหน่งประธานสภานั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า ต้องเป็น ส.ส.ถ้าไม่เป็น ส.ส.ก็เป็นประธานสภาไม่ได้ แล้วก็ไปดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญไม่ได้ เพราะฉะนั้นเบื้องต้นก็ต้องเป็น ส.ส. ส่วนจะมีคุณสมบัติอย่างไร กฎหมายได้กำหนดไว้ชัดอยู่แล้วว่าคนที่จะมาเป็นประธานสภาต้องมีคุณสมบัติอย่างไร แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการปฏิบัติหน้าที่มากกว่า และขึ้นอยู่กับว่าที่ประชุมเลือกใคร ซึ่งตนไม่มีเงื่อนไขอะไรพิเศษ เพราะมีระบบ ระเบียบได้กำหนดบังคับไว้ชัดอยู่แล้ว ถ้าปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นกลางเมื่อไหร่ สมาชิก็ทักท้วง แล้วสังคมก็จะกดดันเองว่า ประธานสภาคนนี้ทำไมถึงไม่ทำหน้าที่เป็นกลางอาจจะมีการร้องต่อไปในอนาคตได้ด้วย เพราะประเทศเราการตรวจสอบก็เข้มข้นขึ้น

สำหรับไทม์ไลน์ทางการเมือง ที่จะมีการรับรอง ส.ส. และคาดว่าจะมีการเปิดประชุมสภาเดือนกรกฎาคม นั้นถือเป็นไทม์ไลน์ปกติหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ตรงนี้คือสิ่งที่จะทำให้ทุกอย่างอาจจะชัดเจนและนิ่งขึ้น ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลการเลือกตั้ง ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงที่ยังไม่มีการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ