พิธา นำคณะ หารือ 3 องค์กรท้องถิ่น ชูกระจายอำนาจ กระจายความเจริญใน 100 วัน ชงผู้บริหารท้องถิ่นนั่งวาระ 4 ปี
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะผู้บริหารพรรค อาทิ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค และคณะทำงานด้านนโยบายกระจายอำนาจ เช่น นายไกลก้อง ไวทยากร นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายวรภพ วิริยะโรจน์ นายสิริน สงวนสิน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นายถวิล ไพรสณฑ์ และ น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ รวมถึง นายชำนาญ จันทร์เรือง จากคณะก้าวหน้า เดินทางเข้าหารือนอกรอบกับ 3 นายกสมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ประกอบด้วย สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย เพื่อหารือและรับฟังข้อเสนอแนะถึงนโยบายเรื่องการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ในฐานะรองประธานสมาพันธ์องค์กรบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย ร่วมประชุมด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมกล่าวขอบคุณพรรคก้าวไกลที่เล็งเห็นความสำคัญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ขณะนี้มีหลายข่าว แต่เมื่อเสียงส่วนใหญ่เลือกพรรคก้าวไกลมาเป็นตัวแทน ซึ่งพรรคก้าวไกลก็มีนโยบายที่จะมารับฟังความคิดเห็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นับเป็นสิ่งที่ดี
นายกสมาคมระบุกับนายพิธาว่า หากเปรียบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นพีระมิด เราเปรียบเสมือนเป็นฐาน เพราะจะรับรู้ปัญหาต่างๆ และบริบทต่างๆ ของแต่ละองค์กร ย่อมแตกต่างกันไป
ด้านนายพิธากล่าวว่า เป้าหมายสำคัญที่สุดคือการกระจายความเจริญ ดังนั้น การกระจายอำนาจคือกระบวนการไปสู่การพัฒนาความเจริญ ประเทศเราเมื่อรวมศูนย์จะมีแต่กรุงเทพฯ ภารกิจอย่างแรกคือการกระจายความเจริญ และที่ตามมาคือการกระจายอำนาจและบุคลากร พรรคไม่ได้ทำสิ่งที่สุดโต่ง ต้องมีระยะเวลาและแผนแม่บท อีกทั้งต้องเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมทั้งนี้
นายพิธากล่าวต่อว่า ขอบคุณตัวแทนจากแต่ละสมาคมที่มาร่วมประชุมในวันนี้ ทั้งนี้ ในสมัยประชุมที่ผ่านมา พรรคก้าวไกลมีความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญปลดล็อกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผ่านรัฐสภา ด้วยความมุ่งหวังจะกระจายความเจริญไปสู่แต่ละพื้นที่ และได้รับการสนับสนุนจากทุกท่านเป็นอย่างดี วันนี้จึงจะมารับฟังว่าการทำงานที่ผ่านมามีอะไรบ้าง และเป้าหมายใดที่สามารถคิดร่วมกันเพื่อทำงานต่อในอนาคต โดยเฉพาะช่วง 100 วันแรกหลังจากตั้งรัฐบาล จะสามารถอำนวยความสะดวกให้ท่านทั้งหลายรับใช้ประชาชนได้อย่างไรบ้าง

นายพิธากล่าวอีกว่า ใน 1 ปีแรกนอกจากจะกระจายความเจริญ ยังมีการกระจายอำนาจ ภารกิจ และบุคลากรที่ตามมาด้วย รวมถึงในสมัยแรกของรัฐบาลชุดต่อไป ยังมีอีกหลายประเด็นที่จะหารือว่าทำอย่างไร ประชาชนจะได้รับบริการจากทางราชการได้อย่างรวดเร็วทันท่วงที พรรคก้าวไกลพร้อมให้ความร่วมมือกับส่วนท้องถิ่นเพื่อทำงานแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้
วาระการประชุมเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะแนวทางด้านการกระจายอำนาจ หลักๆ จะพูดคุยกันเรื่องการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อส่งเสริมกระบวนการปกครองส่วนท้องถิ่น และการกระจายอำนาจให้มีความอิสระ และกำกับดูแลเท่าที่จำเป็น รวมถึงการกำหนดแหล่งรายได้ใหม่ๆ ให้กับท้องถิ่น และการจัดสรรงบประมาณให้เป็นไปในความเหมาะสม
นายพิธากล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีประเด็นของวาระผู้บริหารท้องถิ่นที่มองว่าไม่ควรกำหนดวาระให้อยู่ดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี และติดต่อกันเกิน 2 วาระไม่ได้ เพราะมองว่าควรให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน เนื่องจากผู้บริหารมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ดังนั้น หากยังสามารถทำหน้าที่และมีผลงานก็ควรให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ

