ชัชชาติ ชี้กลิ่นความเจริญ เป็นการเปลี่ยนแปลง นัดพบพิธามองไม่ผิด ไม่ได้หารือเรื่องลับ
เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 1 มิถุนายน ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยกรณี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรุงเทพฯ จำนวน 32 คน จะเข้าพบในวันที่ 6 มิ.ย.นี้
นายชัชชาติกล่าวว่า เป็นการพบกันอย่างเปิดเผย ไม่ได้หารือในฐานะว่าที่นายกรัฐมนตรีกับผู้ว่าราชการ กทม. แต่หารือในฐานะที่พรรคก้าวไกลที่มี ส.ส.กรุงเทพฯ จำนวน 32 คน และมี ส.ก.ร่วมด้วย โดยตนคิดว่าไม่ใช่เรื่องผิด เพราะเรื่องที่หารือกันไม่ใช่ความลับ เป็นการเปิดเผยข้อมูลตามปกติกับสื่อมวลชนอยู่แล้ว
“อย่าไปกังวลมาก เรารู้บทบาทตัวเอง เรารู้ฐานะว่าเราเป็นใคร และเราก็รู้ว่าการหารือไม่ใช่เรื่องผิดเลย แล้วผมก็ไม่เคยเรียกท่านพิธา ว่าเป็นว่าที่นายกฯ เราก็รู้ตัวเองว่าท่านเป็นหัวหน้าพรรคตอนนี้” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวว่า ยินดีพูดคุยกับทุกคน ยินดีทุกพรรคไม่มีปัญหา เพราะเชื่อว่าทุกคนมี ส.ส.สามารถมีส่วนผลักดันเรื่องต่างๆ ในสภาได้ เพื่อเปลี่ยนแปลงกฎหมายบางส่วน ยิ่งประชาชนรับทราบข้อมูลก็ยิ่งมีแนวร่วมในการแก้ปัญหา กทม.มากขึ้น โดยการพบหารือกันใช้เวลาไม่นาน ไม่ได้เป็นการรบกวนข้าราชการ มาอย่างเปิดเผยไม่ได้หลบซ่อนๆ เชื่อว่ากรุงเทพฯ จะดีขึ้นได้ไม่ใช่ว่าเราทำคนเดียว ต้องมีแนวร่วม
นายชัชชาติกล่าวว่า จะมีการพูดคุย 17 เรื่อง เช่นการนำพื้นที่สาธารณะมาใช้ประโยชน์ การปรับแก้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร (พ.ร.บ.กทม.) พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รถไฟฟ้าสายสีเขียว ระบบขนส่งมวลชน ระบบสาธารณสุข ฝุ่น PM2.5 การจำกัดรถเข้าเขตเมืองชั้นใน รวมถึงการหารือการนำเทคโนโลยีมาช่วยลดการทุจริตคอร์รัปชั่น เช่นการใช้ทราฟฟี่ ฟองดูว์ มาช่วยแก้ปัญหาการดึงเวลาที่ประชาชนส่งเรื่องร้องเรียน
เมื่อถามว่า หลายคนมองว่ามีผู้ว่าฯชัชชาติ มีว่าที่นายกฯชื่อพิธา ได้กลิ่นอายประชาธิปไตย หอมหวนกลิ่นความเจริญ นายชัชชาติกล่าวว่า มันเป็นการเปลี่ยนแปลง ทุกคนตื่นตัวมากขึ้น ทุกคนอยากทำความดีให้ประเทศ เราก็พยายามทำเต็มที่
เมื่อถามว่า การทำงานกับรัฐบาลรักษาการเป็นอย่างไร นายชัชชาติกล่าวว่า ไม่มีปัญหาอะไร แต่รัฐบาลคงไม่ตัดสินใจเรื่องใหญ่ เช่น รถไฟฟ้าสายสีเขียว พ.ร.บ.กทม. พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯ ซึ่งอาจต้องรอการตัดสินใจจากรัฐบาลใหม่ อย่างไรก็ตาม กทม.พร้อมหารือและทำงานร่วมกับทุกฝ่าย ทุกพรรค เพื่อเดินหน้าไปด้วยกัน

