คอลัมน์หน้า 3 : สายธาร ความคิด เงาร่าง พรรณิการ์ วานิช ผ่าน SOL BAR
พลันที่มีการเปิดตัวน้ำส้มใหม่จาก SOL BAR เป็น PRIDE ALWAYS แฟนานุแฟนก็ถอนหายใจยาว
มิได้ “หงุดหงิด” หากแต่ “อิ่มเอม”
ยิ่งเห็นภาพจากคนที่ชูแก้วขึ้นเป็น “พี่ช่อ” พรรณิการ์ วานิช ยิ่งทำให้แต่ละจังหวะก้าวดำเนินไปอย่างเชื่อมร้อย
ไม่ว่าจะเป็น “ซันไรส์” ไม่ว่าจะเป็น “ซันไชน์”
มีความมั่นใจสูงเป็นอย่างยิ่งว่า บรรยากาศของ SOL BAR ตลอดเดือนมิถุนายนจะเปี่ยมด้วย SOLADIRITY
ทั้งหมดนี้เป็นยิ่งกว่า “การปักธง”
ตรงกันข้าม สำแดงอย่างเป็น “รูปธรรม” ตั้งแต่จุดเริ่มต้นกระทั่งตลอดสองรายทางแห่งการ
เคลื่อนไหว
เห็นเด่นชัดถึง “สมรสเท่าเทียม”
ยอมรับเถิดว่า ไม่ว่าจะมองผ่าน “อนาคตใหม่” ไม่ว่าจะมองผ่าน “ก้าวไกล” สร้างความแตกต่างมากกว่า 180 องศา
ต่างจากยุค “แนวร่วมสังคมนิยม” ต่างจากยุค “แนวร่วมเศรษฐกิจ”
แม้เมื่อชูภาพแห่ง “พลังใหม่” ประสานเข้ากับภาพแห่ง “สังคมนิยมแห่งประเทศไทย” เข้ามาอยู่เรียงเคียงข้าง
กระนั้น ก็มี “ความต่าง” อย่างชัดเจน
การเคลื่อนไหวหลังสถานการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ได้ก่อให้เกิด “วัฒนธรรม” ใหม่ระลอกแล้ว
ระลอกเล่า
ไม่ว่า “วรรณกรรมเพื่อชีวิต” ไม่ว่า “ดนตรีเพื่อชีวิต”
แม้จะมีการสถาปนา “กลุ่มผู้หญิง” อย่างชนิดแพร่ระบาดจากธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ไปยัง
สามย่าน หรือบางเขน
แต่กระแส “LEB” ก็ยังไม่ “เปิด”
พรรคอนาคตใหม่พิสูจน์อย่างเป็นจริงผ่านการดึง “ตัวตึง” ในกระแสของ LGBTQ มาเป็นผู้ร่วมในการจัดตั้ง
จากนั้นก็ผลักดันจนอยู่ใน “ปาร์ตี้ลิสต์”
ไม่เพียงมี 1 หากแต่ยังเป็นที่รับรู้ว่ามีมากถึง 3-4 คน เล่นบทเป็นหัวรถจักรในการขับเคลื่อน “สมรสเท่าเทียม”
กดดันให้พรรคการเมืองต้อง “เดิน” ตาม
กระนั้น ก็เป็นการเดินตามในทาง “รูปแบบ” เหมือนกับที่พยายามเปิดรับ “คนรุ่นใหม่” ให้ทยอยกันเข้าไป
แต่มิได้แตะลึกไปในทาง “ความคิด” อย่างเป็นจริง
ตรงกันข้าม ไม่ว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ว่า พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ โอบรัดต่อการดำรงอยู่ของความหลากหลายทางเพศอย่างสุกงอม
ยึดกุม “โลโก้” แห่ง “สมรสเท่าเทียม” มาอยู่ในมือ
ทํ าไมพรรคประชาธิปัตย์จึงต้องสูญเสียคนอย่าง พริษฐ์ วัชรสินธุ จึงต้องสูญเสียคนอย่าง ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ
การปฏิบัติอย่างเป็นจริงต่างหากที่เป็น “แม่เหล็ก”
แม้กระทั่งการสร้างบรรยากาศแห่งน้ำส้ม “ไพรด์” พรรคก้าวไกลก็ไม่ลืมที่จะผลักดันผ่าน SOL BAR
เอกภาพ “ความคิด” กับ “การเมือง” จึงเด่นชัด

