แฟลชสปีช : เกมอำนาจ’ในวิกฤต
ทุกอย่างที่จะเอื้อต่อการ “สืบทอดอำนาจ” ให้ยาวนานที่สุด รัฐธรรมนูญฉบับ “เขาอยากอยู่ยาว” เขียนเอื้อให้ไว้อย่างเปี่ยมประสิทธิภาพแบบ “เก็บทุกเม็ด”
กระทั่ง “ไทม์ไลน์” หลังเลือกตั้งยังเปิดทางให้ยื้อได้สุดเดชสำหรับการชูคออยู่ในฐานะ “นายกฯและรัฐบาลรักษาการ”
จากวันเลือกตั้ง 14 พ.ค. รู้แล้วว่าใครชนะใครแพ้ แต่การรับรองผลอย่างเป็นทางการใช้เวลาไปอย่างน้อยเดือนครึ่ง กิจกรรมสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่จะเริ่มได้เร็วสุดต้องกรกฎาคมโน่น
สำหรับการประชุมโหวตนายกรัฐมนตรีต้องยืดไปถึงสิงหาคม
ระหว่างนี้ไม่เพียงประเทศอยู่ภายใต้ “รักษาการของรัฐบาลเก่า” แต่ยังเป็นห้วงเวลาที่ “ขบวนการสืบทอดอำนาจ” พลิกทุกตำราเพื่อหาวิธีให้กลไกต่างๆ หยุดการเข้ามาแทนที่ของ “รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน”
ทั้งการหาประเด็นเพื่อเติมการร้องเรียน การให้ “นิติบริกรระดับอ๋อง” ออกมาชี้ช่องให้หาเหตุมาเคลื่อนไหว สร้างกระแสให้ข้อกล่าวหาได้เกิดความชอบธรรม ทั้งเป็นธงให้กลไกหาทางขับเคลื่อนเพื่อสร้างความยอมรับ
เปิดโอกาส “ขบวนการสร้างวิกฤตให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน” ทำงานอย่างเข้มข้น โดยอาศัยช่องว่างของห้วงเวลาที่รัฐบาลใหม่ยังตั้งไม่ได้เข้าถล่มแบบไม่ให้ตั้งหลักได้
หากแต่สถานการณ์ในภาพรวมกลับไม่เป็นเช่นนั้น
เพราะพรรคก้าวไกลภายใต้การนำของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ไม่เพียงไม่งอมืองอเท้ากับ “ไทม์ไลน์สังหาร” ที่ยื้อเวลา “รัฐบาลรักษาการ” ออกไป แต่ยังเปิดเกมรุกกลับโดยใช้ห้วงเวลาเดียวกันนี้ให้เป็นประโยชน์ในสร้างคุณภาพที่เหนือชั้นให้เห็น
ไม่เพียง “MOU พรรคร่วมรัฐบาล” ที่เป้าหมายอยู่ที่สร้างภาพรัฐบาลโปร่งใสให้กับประชาชนที่ติดตามการเมืองอย่างไม่เคยมีมาก่อนเท่านั้น
แต่ปฏิบัติการต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเดินหน้าแสวงหาความเข้าใจและสนับสนุนจากทุกฝ่ายที่พอจะติดต่อและเชื่อมสัมพันธ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการพบปะเพื่อรับฟังปัญหาจากภาคเอกชน ทั้งที่เป็นทางการ และไม่เป็นทางการ กับสมาคมนักการเมืองส่วนท้องถิ่น กับวุฒิสมาชิกที่พอพูดคุยได้ และกับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้ที่เชื่อว่าจะเข้าใจ
การให้เวลากับสื่อมวลชนเพื่ออธิบายความมีคุณภาพที่เหนือกว่าอย่างกว้างขวาง
เหล่านี้เป็นการใช้ห้วงเวลาในภารกิจเปลี่ยนผ่านรัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพ โชว์ให้เห็นว่าจะเป็นผู้นำประเทศที่สร้างความหวังความฝันให้กับอนาคตของประเทศชาติ และประชาชนที่แตกต่างกับอำนาจเก่าอย่างไม่เห็นฝุ่น
พร้อมกับแสดงถึงความพร้อมที่จะทำงานเพื่อโอกาสนั้นได้ทันที หากไม่ถูกขัดขวาง ทำลายล้างจาก “ขบวนการสืบทอดอำนาจ”
เดินหน้าไปในความเชื่อมั่นใน “อำนาจประชาชน” ด้วยการแสดงให้เห็นการใช้ความรู้ความสามารถในทางมุ่งมั่นรับใช้เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ และความอยู่ดีมีสุข ตามปรารถนาของประชาชน
“เกมอำนาจ” เที่ยวนี้ จะไม่ใช่หมูในอวยอย่างที่ “ขบวนการสืบทอดอำนาจ” นึกคิด
“การเปลี่ยนวิธีเล่น” ด้วยความเชื่อมั่นใน “อำนาจประชาชน”
“พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส” มีพลังท้าทาย และสั่นคลอน “โครงสร้างอำนาจที่ดีไซน์ไว้เพื่อสืบทอดอำนาจ” อย่างยิ่ง
การ์ตอง

