หน้าแรก การเมือง อ.เดชา ค้านพิ...

อ.เดชา ค้านพิธา นำกัญชากลับเป็น ‘ยาเสพติด’ ซัดเหล้าก็ติด ท้าเทียบโทษอันไหนหนักกว่า

3.06.23 | 22:25 น.

อ.เดชา ซัด ‘พิธา’ นำกัญชากลับเข้า ‘ยาเสพติด’ คุมเหล้าให้ได้ก่อน ท้าเทียบโทษอันไหนมากกว่า

จากกรณีที่ นายพิธา หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า กัญชาต้องกลับเข้าไปอยู่บัญชียาเสพติดอีกครั้ง เพราะปัจจุบันไม่มีการควบคุม ด้าน อ.เดชา ศิริภัทร ตอบกลับว่าคุณก็เอากัญชาให้เป็นกฎหมายเหมือนเหล้าบุหรี่สิ

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน อ.เดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี หรือ หมอเดชา ผู้ทำน้ำมันกัญชาสกัด น้ำมันกัญชา (ตำรับหมอเดชา) กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า

คือการจะทำอะไรเนี่ย จะต้องเอาหลักการ เอาความจริงมาพูดกันก่อน แล้วเอารายละเอียดมาทีหลัง ไม่ใช่สรุปแบบผิดๆ ผมถามแต่แรกว่างานวิจัยทั่วโลกเนี่ย โทษของเหล้า กับโทษของกัญชาใครมากกว่า ตอบมาเลย ทั้งทางวิทยาศาสตร์ หรือ ทางสาธารณะสุข ตอบมาเลยว่าโทษที่เกิดจากเหล้าปี 1 เนี่ย ตายไปกี่คน ไม่ว่าจะเป็น โรคมะเร็ง ตับแข็ง เมาเหล้าขับรถเกิดอุบัติเหตุ อาชญากรรม เอาตัวเลขมาดู ใน 1 ปี ที่ยกเลิกกัญชาเอามาดู และดูว่าคนที่ตายจากกัญชามีกี่คน

อันนี้ก็ดูได้ว่าเหล้ามีโทษเยอะกว่ามาก อันนี้ต้องถามว่าเหล้าเป็นยาเสพติดหรือเปล่า เสพติดร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว เพราะว่ามันมีโรคแอลกอฮอลลิซึ่ม และคนที่ตายเพราะเหล้าแต่ถูกจับติดคุกและไปลงแดงตายในคุกก็มีเยอะแยะ

Advertisement

เพราะจริงๆแล้วทางวิทยาศาสตร์เหล้าคือยาเสพติด ที่อเมริกาเนี่ยเคยเอาเหล้าเป็นยาเสพติดอยู่ 1 ครั้ง มันวุ่นวายกันมากเขาก็เลยยอมให้ออกมาขายได้ แต่เขาก็มีกฎหมายควบคุม ให้เหล้านำออกมาเป็นสันธนาการ เขาก็คุมได้เท่าที่คุมนะแหละ แต่กัญชาไม่ใช่ยาเสพติด ให้พิสูจน์ยังไงก็ไม่ใช่ยาเสพติดหรอก เพราะนายพิธา เคยพูดเองว่ามันติดยากกว่า เหล้า บุหรี่ กาแฟ ด้วยซ้ำ

เพราะฉะนั้นเมื่อสังคมยอมให้ยาเสพติดที่เป็นเหล้าออกมาจำหน่ายได้ในการสันธนาการ คุณทำไมไม่เอากัญชา ซึ่งมันเป็นยา ถึงสันทนาการมันก็มีโทษน้อยกว่าเหล้า คุณก็เอาแบบเหล้าก็พอ ให้ไม่เป็นยาเสพติดเหมือนเหล้า แล้วคุณก็มีกฎหมายควบคุมเหมือนกับเหล้านะแหละ แล้วคุณจะเอากัญชากลับมาเป็นยาเสพติดทำไม

แม้คุณจะบอกว่าหมอใช้กัญชาได้ แต่เมื่อกัญชาเป็นยาเสพติด ไม่มีหมอคนไหนอยากใช้ยาเสพติดหรอกครับ แล้วชาวบ้านจะเอากัญชาไปรักษาตัวเองได้ไหมล่ะถ้ากัญชาเป็นยาเสพติด แล้วกัญชามันเป็นสมุนไพรที่เหมาะกับการที่ชาวบ้านนำไปใช้เองไม่ต้องมาพึ่งหมอในการป้องกัน

ถ้าคุณเอากัญชาเข้ายาเสพติดชาวบ้านก็ไม่ได้ใช้เลย หมอก็ไม่อยากใช้ เพราะต้องรายงาน ใช้ต้องรายงาน เก็บต้องรายงาน มันยุ่งยาก หมอก็ไม่ต้องการใช้และไปใช้อย่างอื่นดีกว่า แสดงว่าคุณตัดโอกาสของคนป่วย ไม่ได้ส่งเสริมเลย คุณไปส่งเสริมเหล้า บุหรี่ ไม่ได้มีประโยชน์เลย มีแต่โทษ

คือสำหรับผมเนี่ยการควบคุมไม่ต้องมีก็ได้มันไม่เป็นอันตรายหรอก แต่ว่าคนที่เห็นว่ากัญชาอันตราย ก็ควบคุมแบบเหล้าบุหรี่ ไงหล่ะ เหล้ามันอันตรายขนาดไหนคุณก็ยังปล่อยให้ขายกันได้

คุณบอกมีมาตรการควบคุม แต่กัญชาไม่อันตรายแบบบนั้นแล้วคุณจะมีมาตราการควบคุมแบบเดียวกับเหล้ามันจะไปเสียหายตรงไหนหล่ะ ถ้าคุณจะเอากัญชาเข้ายาเสพติด คุณต้องเอาเหล้าเข้าก่อนเพราะมันเป็นยาเสพติดจริงๆ ถ้าคุณให้เหล้าเป็นยาเสพติดที่อันตราย ให้สันทนาการได้อย่างเดียว โดยมีกฎหมายควบคุม คุณก็ต้องให้กัญชาสันธนาการได้โดยมีกฎหมายควบคุมบ้างสิ

ทีคุณเอาสุราก้าวหน้าเข้ามาเนี่ยมันมีข้อดีตรงไหนบ้าง นอกจากการผูกขาด แต่ถ้าคนบริโภคสุราเยอะเนี่ยมันมีข้อดีตรงไหนมีแต่โทษทั้งนั้น ปีๆตายไปเท่าไหร่ และคุณต้องเสียเงินรณรงค์ในการให้เลยเหล้าปีเท่าไหร่ แล้วคุณจะไปเสียเงินซ้ำซ้อนทำไม คุณก็ห้ามเสียสิ แต่คุณก็ห้ามไม่ได้เพราะว่าคนมันติดไปแล้ว แต่คุณก็ผ่อนผันมันได้ กัญชาเนี่นมันทำให้เหล้าขายได้น้อยลง คนที่ขายเหล้าเขาไม่ชอบกัญชาหรอก

นายพิธา ก็พูดเองว่าบางรัฐที่อเมริกา ขายกัญชาถูกกฎหมาย ยอดขายกัญชาเนี่ย ชนะเหล้ากับบุหรี่แล้ว ยอดขายมันตกไง มันดีไหมหล่ะ ก็ดีนะสิ เพราะว่าเหล้ากับบุหรี่มันมีแต่โทษ แล้วบอกว่ามันขาดภาษี คุณก็เก็บภาษีกัญชาไปสิ แบบเหล้าบุหรี่ คุณมีมาตรการแบบไหนเราก็มีด้วย ก็มาแข่งกันถ้าคนใช้กัญชาดีกว่าคนก็หันมาใช้กัญชา คุณมีเหตุผลตรงไหนมาว่าเหล้าบุหรี่กับกัญชามันดีกว่าตรงไหน

และที่คุณบอกว่าเอาอ้อยมาทำเหล้าเนี่ย ทำเหล้ากี่เปอร์เซ็นต์ ทำน้ำตาลกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วเหล้านะมันไม่ต้องเอาอ้อยมาทำก็ได้ ทำได้หมดแหละ กัญชารักษาโรคได้กี่คน เหล้าบุหรี่รักษาคนได้กี่คน แต่ว่าเหล้าบุหรี่คุณกับไม่บอกว่าเป็นยาเสพติด แล้วบอกว่าเมากัญชาเดินกันเกลื่อนเลย คุณเอามาให้ดูสิ

คุณรู้ไหมว่ากฎกระทรวงที่ควบคุมกัญชามีกี่กฎ 15 กฎ นะ ที่นี่นะขายดอกกัญชานะ วิสาหกิจชุมชนเขาให้ขายได้นะ เราขายไปทำยา คุณรู้ไหมว่ากว่าจะขายได้มันยากกว่าขายบุหรี่กี่เท่า แล้วคุณบอกว่ากัญชาเสรี เสรีตรงไหน ปล่อยให้สังคมเขาเห็นกันเองดีกว่า