‘จตุรงค์’ อดีต บก.ไอทีวี โพสต์ถ้าชนะคดี ‘อยากให้ไอทีวีหลับไปตลอดกาล’

4.06.23 | 12:30 น.

‘จตุรงค์’ อดีตบก.ไอทีวี โพสต์ถ้าไอทีวีจะชนะคดี ‘อยากให้ไอทีวีหลับไปตลอดกาล’


เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจตุรงค์ สุขเอียด อดีต บก.ไอทีวี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “จตุรงค์ สุขเอียด” ตั้งข้อสังเกตถึงไทม์ไลน์การพิพากษาคดีไอทีวีที่เกิดขึ้นใกล้เคียงกับช่วงที่ กกต.ให้ข่าวในช่วงกำลังหาเสียงการเลือกตั้งว่า อีก 2 วันจะมีข่าวใหญ่ให้ติดตาม ตามมาด้วยมีคนร้อง กกต. ในช่วงก่อนการลงคะแนนเลือกตั้งไม่กี่วันว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ถือหุ้นไอทีวี

ก่อนที่นายจตุรงค์ จะสรุปตบท้ายว่า ถ้าแม้การชนะคดีของไอทีวี จะทำให้ไอทีวีมีโอกาสกลับมาสร้างคอนเทนต์ข่าวต่อ โดยอาจมีนายทุนมาซื้อยี่ห้อ “ไอทีวี” ไปทำรายการ “ถอดรหัส” “ย้อนรอย” เป็นต้น ที่จดเป็นทรัพย์สินทางปัญญาไว้ (แต่ในมุมมองของนายจตุรงค์ มองว่ายุคสมัยเปลี่ยนไป ไม่น่าจะมีนายทุนมาซื้อชื่อไอทีวีและชื่อรายการเหล่านี้ไปผลิตต่อ เพราะหากนายทุนทำคอนเทนต์ผ่านยูทูบเอง จะถูกกว่า แถมทีมผลิตเปลี่ยนไป ก็อาจไม่ได้รับความนิยมแบบเดิม จึงเสนอให้นำเงินทุนที่ไอทีวีมีอยู่มาผลิตรายการเหล่านั้นเองผ่านช่องทางใหม่ๆ โดยดึงคนไอทีวีเก่าๆ มาทำเอง น่าจะมีโอกาสเกิดมากกว่า) แต่ทั้งนี้ แม้ไอทีวีจะมีโอกาสชนะ และกลับมาสร้างคอนเทนต์ข่าวดังกล่าวได้อีก ซึ่งนายจตุรงค์ มองว่าเป็นสิ่งที่อดีตพนักงานอย่างเขารอคอยมาแสนนาน แต่ถ้าไอทีวีต้องตื่นขึ้นมาสร้างความวุ่นวายใดๆ ในบ้านเมืองอีก เขาก็อยากให้ไอทีวีหลับไปตลอดกาลมากกว่า ทั้งนี้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ไอทีวียังเป็นทำสื่ออยู่ไหม?

Advertisement

มีคนถามหลายคนว่า ตอนนี้สถานะของไอทีวียังทำสื่ออยู่ไหม…
ผมก็อยากรู้…

เอาว่าผมขออธิบายจากที่ได้รับรู้เองมากับตัวครับ

ไม่ว่าจะเป็นความบังเอิญหรือไม่

วันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา ผมได้รับโทรศัพท์จากอดีตเพื่อนไอทีวี ที่รับรู้สถานะไอทีวีอยู่

เขาบอกว่า พี่จอยรู้ใช่ไหมว่า ไอทีวีชนะคดีกับ สปน.และชนะคดีในศาลปกครองกลางแล้ว

ตอนนี้คดีอยู่ในชั้นศาลปกครองสูงสุด

อีกประมาณ 2 เดือน คือ มิถุนายน (ก็หมายถึงเดือนนี้) จะมีคำวินิจฉัยมา คิดว่า น่าจะยืนพิพากษาตามอนุญาโตตุลาการและศาลปกครองกลาง

คือชนะ

ถามว่าแล้วยังไง?

เขาอธิบายว่า ตอนนี้บริษัทยังไม่ได้ปิดเพราะรักษาสถานะในการสู้คดี
มีเงินลงทุนเดิมอยู่ตั้งแต่ถูกปิดสถานีอยู่

แล้วมีอะไรเกี่ยวกับพี่

คือถ้าชนะคดีแล้ว

คือไอทีวีก็จะได้สิทธิคืนมา

เผื่อสนใจรายการ

ผมถามว่า รายการหมายถึงมีรายการจะผลิตหรือจ้างไปผลิต
เขาว่า ไอทีวี มีลิขสิทธิ์รายการที่เคยดังๆ อยู่ในมือ

ชื่อไอทีวี และรายการถอดรหัส ย้อนรอย ที่ไปจดเป็นทรัพย์สินทางปัญญาไว้

เลยบอกว่า สรุปคือมีแต่ยี่ห้อไอทีวีและชื่อรายการ

ผมว่า ตอนนี้โลกของสื่อเปลี่ยนไป ไม่มีใครเอาทุนเยอะๆ มาซื้อแต่ยี่ห้อไอทีวี มาผลิตรายการ หรอก

เขาไปเปิดยูทูบทำเอาเอง ง่ายและถูกกว่า

แล้วถ้ามีคนอยากซื้อชื่อไอทีวี หรือรายการ เช่น ถอดรหัสไปทำ ถ้าไม่ใช่คนเดิม หรือสไตล์การนำเสนอมันไม่ใช่ ใครจะยอมมาดู

ทำไม เมื่อชนะคดีแล้ว มีเงินของผู้ถือหุ้นรายเล็กๆ เดิมอยู่ แทนที่แบ่งเป็นเงินคืนไปคงได้กันคนละไม่กี่สลึง

ถ้าเอามาสร้างเนื้อหาแบบเดิมในช่องทางใหม่ๆ ในชื่อไอทีวีหรือรายการของไอทีวี ชวนคนไอทีวีเก่าๆ กลับมาช่วยกันทำ น่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้มากกว่า ขายลิขสิทธิ์ที่มีแต่ชื่อ

เขาว่าน่าสนใจ….

ผมนำเรื่องนี้ไปบอกกับอดีตคนไอทีวีสองสามคน ว่า เดือนมิถุนาฯ ไอทีวีอาจรู้ผลชนะคดี สปน.เขาว่าน่าจะชนะ…

มันเป็นข่าวที่ผมยอมรับว่า รู้สึกตื่นเต้น หากไอทีวีกลับมาทำข่าวไม่ว่าจะผ่านช่องปกติหรือออนไลน์

แต่คิดไม่ถึงว่า ไม่กี่วัน มีข่าวจาก กกต.ช่วงที่กำลังหาเสียงเลือกตั้งว่า อีกสองวันจะมีข่าวใหญ่ให้ติดตาม

ในฐานะนักข่าวก็อยากรู้ แต่ก็เงียบหายไป

จนก่อนลงคะแนนเลือกตั้งไม่กี่วัน ปรากฏมีคนไปร้อง กกต.ว่า นายพิธา ถือหุ้นไอทีวี

นักข่าวก็ถาม กกต. ว่านายพิธา จะขาดคุณสมบัติหรือไม่

กกต.ก็ตอบว่า ไม่เร่งรัด แล้วก็ผ่านเลือกตั้งมา

ผมข้องใจ…ในบทบาทปัจจุบันไอทีวี จึงถามเพิ่มเติมภายหลังว่า หลังจากจอดำไปเมื่อปี 2550 แล้ว ยังทำสื่อกันอยู่ไหม…

เขาว่า ไอทีวี ไม่มีทีมผลิตสื่อของตัวเองนานแล้ว ตั้งแต่จอดำ

แต่มีการลงทุนด้านอื่นตามข่าว….

แล้วหุ้นไอทีวี มีการซื้อขายกันได้อยู่ไหม

เขาว่าหุ้นไอทีวีถูกถอดจากตลาดหลักทรัพย์แล้วเมื่อปี 2557

แต่หุ้นไปอยู่ที่ศูนย์รับฝาก

บังเอิญอะไร ไม่รู้พี่ก่อนจะมีคนไปร้องเรียนเรื่องหุ้นคุณพิธา

มีคนหนึ่งไปซื้อหุ้นกันแล้วเปลี่ยนชื่อผู้ถือ

ผมไม่เข้าใจเรื่องการขายหุ้นนอกตลาดแต่เขาว่าก็ทำได้เหมือนในตลาด มีการซื้อกันแล้วเปลี่ยนผู้ถือได้

แปลกนะผมว่า มันไม่มีราคา แล้วนิ่งมานานทำไมมาซื้อกัน

แล้วตอนนี้ ไอทีวี มีแผนทำสื่อไหม

เขาว่า ไอทีวี ยังไม่มีทีมผลิตคอนเทนต์ของตัวเอง

แต่ยังมีวัตถุประสงค์ตามจดแจ้งอยู่สามารถจัดหารายการได้

ถ้าจำไม่ผิด คาดว่าเดือนนี้ คงรู้ผลจากศาลปกครองสูงสุด ถึงสถานะของไอทีวีว่าจะชนะคดีตามคาดหรือไม่

นี่คือสิ่งที่ไม่เฉพาะแต่เจ้าของ นักลงทุนรายเล็ก รายย่อย จนถึงอดีตพนักงานอย่างเรารอคอยมาแสนนาน

แต่ใครจะคิดว่า มันจะบังเอิญอะไรกับไทม์ไลน์ทางการเมืองพอดิบพอดีขนาดนี้

ไอทีวี เกิดจากผลพวงเหตุการณ์นองเลือดพฤษภา 35

เปลี่ยนมือจากนักลงทุนหลายรายมาสู่เครือชินฯ

จอดำจากเหตุการณ์รัฐประหารปี 49

และตอนนี้คงกำลังครึ่งหลับครึ่งตื่น ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่ออำนาจทางการเมืองปี66

ถึงตอนนี้ ในใจอยากให้ไอทีวีหลับไปตลอดกาลเลยครับ
อย่าตื่นขึ้นมาสร้างความวุ่นวายใดๆในบ้านเมืองนี้อีก
ไม่ต้องห่วงคนไอทีวีหรอกนะ ทุกคนปลอดภัยดี