สถานีคิดเลขที่ 12 : อำนาจนำทางวัฒนธรรม

5.06.23 | 13:40 น.

สังคมการเมืองไทยหลังวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 กำลังเดินไปบนสองเส้นทางคู่ขนาน

ในมิติทางการเมือง เราได้พบเจอสถานการณ์ที่ไม่ง่าย ไม่สั้น หากซุกซ่อนไว้ด้วยความซับซ้อน วุ่นวาย ไร้เสถียรภาพ

คงคล้ายกับที่มีผู้รู้บางท่านบอกเอาไว้ว่า กลไกต่างๆ ในระบบการเมืองแบบที่เป็นอยู่นี้ ถูกจัดวางเอาไว้เพื่อต่อต้านเสียงข้างมากจากการเลือกตั้งอย่างจงใจ

รูปธรรมของกลไกเหล่านั้น มีทั้งก้อนหินที่ถูกโยนออกมาถามทาง อย่างแนวคิดรัฐบาลแห่งชาติ

ตลอดจนหลายด่านอันตรายที่ปรากฏให้เห็นรางๆ ตรงรายทางข้างหน้า เช่น การที่คณะผู้จัดตั้งรัฐบาลก้าวไกลยังหาเสียงสนับสนุนจาก ส.. ได้ไม่ครบตามเป้าหมาย

Advertisement

และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีหุ้นไอทีวีของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตัวว่าที่นายกฯ ในฐานะปัจเจกบุคคล หรือเริ่มมีเสียงขู่ว่ากรณีนี้อาจส่งผลสะเทือนไปถึง ส..ก้าวไกล เกินร้อยชีวิตด้วย

หากพิจารณาเส้นทางสายนี้สายเดียว โอกาสเกิดขึ้นของรัฐบาลก้าวไกลก็ดูเป็นเรื่องยากเย็นและเต็มไปด้วยขวากหนาม

ทว่า บนถนนอีกเส้นที่ดำรงอยู่ในมิติทางสังคม นักคิดหลายท่านได้วิเคราะห์คล้ายคลึงกันว่าพรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้งมาพร้อมสำนึกใหม่ของประชาชน เป็นชัยชนะอันเกิดขึ้นจากอำนาจนำทวนกระแสหรืออำนาจนำใหม่และเงื่อนไขของความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมต่างๆ นานา

สำนึกและอำนาจเหล่านี้ยึดโยงกับสังคมและวัฒนธรรมไทยที่มีพลวัตเคลื่อนหน้าไปอย่างยากจะถอยหลังกลับ

ชัยชนะทางสังคมและวัฒนธรรมดังกล่าวปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกิจกรรมความเคลื่อนไหวของพิธาและพรรคก้าวไกล ตรงรอยต่อสุญญากาศระหว่างการชนะการเลือกตั้ง กับการไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ผู้นำประเทศอย่างเป็นทางการเสียที

ตัวอย่างความสำเร็จอันโดดเด่น คือ การไปออกรายการสดของสรยุทธ สุทัศนะจินดาซึ่งไม่เพียงจะเข้มข้นไปด้วยเนื้อหาทางการเมือง

แต่ตัวตนและบุคลิกลักษณะของพิธายังถูกขายออกไปผ่านการเล่นกีตาร์ร้องเพลง ผ่านการโปรโมตสุราชุมชนยี่ห้อเด่นๆ จากจังหวัดต่างๆ (ที่ไม่มีผู้สมัคร ส..เขต ของก้าวไกลได้รับเลือก)

ในโมงยามนี้ พิธาจึงมิได้เป็นแค่ผู้นำการเมืองที่มีความสดใหม่ ไม่ใช่แค่ตัวแทนอันแข็งกร้าวที่จะนำพาประเทศไปสู่ความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ

หากเขายังเป็นบุคคลสาธารณะที่ทรงเสน่ห์ มีความรอบรู้ และมีความสามารถสูงในการผสานประเด็นทางการเมืองเข้ากับเรื่องบันเทิงและไลฟ์สไตล์

คุณลักษณะทำนองนี้ คือ คุณลักษณะของผู้นำที่สังคมไทยชื่นชอบและเสาะแสวงหามาเสมอ แต่กลับสูญหายไปยาวนานเกือบสองทศวรรษ

ยิ่งปล่อยให้พิธาและก้าวไกลฉายศักยภาพการเป็นผู้มีอำนาจนำทางวัฒนธรรม ออกมาเรื่อยๆ ด่านสกัดในทางการเมืองที่เอ่ยไว้ตอนต้น ก็จะยิ่งเสื่อมศักยภาพลง

ต่อให้หยุดพิธาก้าวไกลเอาไว้ได้บนถนนเส้นการเมือง แต่ไม่มีใครเบรกพลังใหม่นี้ได้ไหวในมิติสังคมวัฒนธรรม

เนื่องจากคุณได้ปล่อยให้สาธารณชนไทยตกหลุมรักผู้นำในดวงใจ” (อย่างไร้คู่แข่ง) ไปแล้ว ต่อให้จะปิดประตูทำเนียบรัฐบาลและประตูรัฐสภาใส่เขา ห้ามไม่ให้เขาทำงานการเมืองอีกกี่ทศวรรษ เขาก็ได้กลายเป็นผู้นำในความใฝ่ฝันและความคิดจิตใจของคนไทย 14 ล้านราย (หรืออาจมากกว่านั้น) ไปเรียบร้อย

หนทางเดียวที่พอจะขวางพิธาและก้าวไกลเอาไว้ได้ คือ การฉวยใช้อำนาจทางวัฒนธรรมแบบอื่นมาสู้

เรื่องเล่าทฤษฎีสมคบคิดของอดีตแกนนำม็อบเสื้อสีรุ่นอาวุโสบางคน มิได้ไร้พลังเสียทีเดียว แต่ยังมีพลังน้อยกว่ากระแสของพิธาก้าวไกล และเทียบไม่ได้เลยกับกระแสพิธา+สรยุทธ

ขวาไทยยังมีอำนาจทางวัฒนธรรมอื่นๆ อีก แต่ก็ไม่มีใครมั่นใจเต็มร้อยว่าพลังเหล่านั้นจะหักล้างพิธาก้าวไกลลงได้ในเวลานี้

ปราปต์ บุนปาน