ส.ส.ป่วนทั้ง 2 แบบ! ร้องปาร์ตี้ลิสต์-30 เขตซื้อเสียง แถมบัญชีรายชื่อ ‘คะแนนเขย่ง’ กกต.ส่อนับใหม่-กาบัตรอีกรอบ
จากกรณี นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพิจารณาประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ร้อยละ 95 เพื่อให้มีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกและดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลพร้อมกับระบุว่า ขณะนี้มีคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งกว่า 280 คำร้อง โดยยื่นตรวจสอบว่าที่ ส.ส.ประมาณ 20 คน
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา แหล่งข่าวจาก กกต. กล่าวว่า กกต.ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าการเลือกตั้งมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม ขณะนี้คำร้องคัดค้านการเลือกตั้งมีเข้ามาประมาณ 280 เรื่อง เป็นคำร้องที่มีทั้งเรื่องหนักและเรื่องเบา บางเรื่องตรวจสอบแล้วไม่มีมูล จึงสั่งไม่รับไว้พิจารณา ส่วนคำร้องที่รับไว้พิจารณาขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนหาข้อเท็จจริง ต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ ตรวจสอบทั้งเอกสารพยานหลักฐานจากทางผู้ร้องและเปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้องได้ชี้แจงข้อเท็จจริง
แหล่งข่าวระบุต่อว่า สำหรับผู้ชนะการเลือกตั้งหรือว่าที่ ส.ส. 500 คน จากการตรวจสอบพบว่าถูกร้องเรียนให้ตรวจสอบประมาณ 20-30 คน จากทุกพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้ง ในประเด็นการซื้อสิทธิขายเสียงและการหาเสียงหลอกลวง ใส่ร้ายป้ายสี ส่วนความหนักเบาของเรื่องจะต้องดูตามข้อเท็จจริงอีกครั้ง ดังนั้น กกต.จะประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตได้เมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้วมีเหตุอันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของเขตเลือกตั้งทั้งหมด เมื่อมีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กว่า 20-30 คน ถูกยื่นร้องให้ตรวจสอบ จึงเป็นสาเหตุที่ กกต.ไม่อาจทยอยหรือแยกประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.บางเขตไปก่อนได้ แต่ยืนยันว่าไม่ชักช้าแน่นอน จะพยายามเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็วตามกรอบระยะเวลาภายใน 60 วัน แต่จะไม่รวบรัดป้องกันซ้ำร้อยกรณีการให้ใบส้ม นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีตผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.)
แหล่งข่าวระบุต่อว่า ขณะเดียวกันคาดว่าภายในสัปดาห์นี้สำนักงาน กกต.จะเสนอเรื่องให้ที่ประชุม กกต.พิจารณาสั่งนับคะแนน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อใหม่ เนื่องจากพบว่ามีบางหน่วยผลคะแนนไม่เท่ากับจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ลักษณะเหมือนกับว่าผู้มาลงคะแนนกับจำนวนบัตรตรงกัน เมื่อตรงกันเวลานับคะแนนก็ควรจะถูกต้องด้วย ซึ่งกรณีนี้อาจเกิดขึ้นในขั้นตอนการขีดซ้ำหรือลืมขีดตอนขานคะแนน ส่งผลให้คะแนนออกมาไม่ตรงกับจำนวนคนที่มาใช้สิทธิและจำนวนบัตรเลือกตั้ง แบบนี้เรียกว่า คะแนนเขย่ง ไม่ใช่บัตรเขย่ง
แหล่งข่าวระบุว่า อย่างไรก็ตาม ตรงนี้มีความสำคัญกับคะแนนของพรรคในส่วนของ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เนื่องจากต้องนำคะแนนของทุกหน่วยเลือกตั้งมาคำนวณเพื่อหาจำนวน ส.ส. ทศนิยมอาจวิ่งไปวิ่งมาได้ทุกพรรค แต่ไม่ได้สั่งให้นับคะแนนใหม่ทั้งหมดจะนับเพียงบางหน่วยเท่านั้น ดังนั้น เท่ากับว่าขณะนี้จะมี 2 เงื่อนไข คือ 1.การนับคะแนนเขย่งของบัญชีรายชื่อ และ 2.การพิจารณาประกาศรับรอง ส.ส.แบบแบ่งเขต ซึ่งจะประกาศครั้งแรกได้ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ซึ่งขณะนี้ยังไม่ครบจำนวน เพราะว่ามีผู้ชนะการเลือกตั้งหรือว่าที่ ส.ส.ถูกร้องเรียนอยู่ประมาณ 20-30 คน
“คำร้องเรียนแบบบัญชีรายชื่อก็มีผล ถ้าในเขตเลือกตั้งนั้นผู้สมัครซื้อเสียงให้กับผู้สมัครบัญชีรายชื่อด้วย เท่ากับว่าคะแนนเขตของพรรคนั้นจะเสียไป จะมีผลเพราะคะแนนบัญชีรายชื่อมันสัมพันธ์กันทั้งประเทศ” แหล่งข่าวระบุ

