นายกฯกล่าวถ้อยแถลง ย้ำความร่วมมือเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อาเซียน-สหรัฐฯ พร้อมเสนอแนวทางการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
เมื่อเวลา 15.35 น. (ตามเวลาท้องถิ่นที่ช้ากว่าไทย 15 ชั่วโมง) วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ซันนีแลนด์ เมืองรานโช มิราจ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าร่วมการประชุมช่วงที่ 1 ในการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ สมัยพิเศษ และได้กล่าวถ้อยแถลง ในหัวข้อ “การส่งเสริมความมั่นคงของภูมิภาค โดยผ่านนวัตกรรมและการประกอบการ” (Promoting Regional Prosperity Through Innovation and Entrepreneurship) เน้นความเป็นหุ้นส่วนเพื่อประชาชนและความเป็นหุ้นส่วนแห่งอนาคต
โดย พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญดังว่า นายกฯกล่าวแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเยือนสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ สมัยพิเศษครั้งนี้เน้นย้ำความสำคัญที่สหรัฐฯ ให้กับอาเซียนผ่านการดำเนินนโยบายปรับสมดุล หรือ “Rebalancing” ทั้งนี้ สหรัฐฯ เป็นหุ้นส่วนหลักของอาเซียนและผู้เล่นสำคัญในภูมิภาค และอาเซียนได้เป็นประชาคมแล้ว และได้กำหนดวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนภายหลังปี ค.ศ. 2015 สหรัฐฯ จะสนับสนุนการเสริมสร้างประชาคมอาเซียนให้แข็งแกร่ง รวมทั้งความเป็นแกนกลางของอาเซียนในสถาปัตยกรรมภูมิภาค ในฐานะพันธมิตรที่ยาวนานของสหรัฐฯ ไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับเพื่อนสมาชิกอาเซียนในการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์กับสหรัฐฯ ให้เข้มแข็งและครอบคลุมทุกมิติ ไม่เพียงด้านการเมือง และความมั่นคง แต่รวมถึงด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาด้วย โดยคำนึงถึงความแตกต่างของระดับการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งในอาเซียนและระหว่างอาเซียนกับสหรัฐฯ
พล.ต.วีรชน กล่าวว่า นายกฯเสนอแนวทางที่สหรัฐฯ จะขยายความร่วมมือกับอาเซียนในการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ดังนี้ ประการแรก ในปัจจุบัน เรากำลังเผชิญกับปัญหาจากการชะลอตัวและความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก ดังจะเห็นได้จากปัญหาราคาน้ำมันตกต่ำ และการไหลเวียนของเงินทุนออกจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตและโดยที่เศรษฐกิจโลกมีสภาวะการพึ่งพากันและกันมากขึ้น ปัญหาด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคหนึ่งจะส่งผลกระทบต่อภูมิภาคอื่นๆ ในวงกว้างในระดับประชาชน ดังนั้น อาเซียนกับสหรัฐฯ จำเป็นต้องหารือแนวทางในการเผชิญกับปัญหานี้ร่วมกันอย่างเร่งด่วน โดยทุกฝ่ายควรดำเนินนโยบายที่สนับสนุนการค้าและการลงทุนที่เปิดกว้างระหว่างกันให้มากขึ้น และแนวทางสำคัญอีกประการหนึ่งในการรับมือกับปัญหานี้ คือ การสร้างบรรยากาศทางการค้าที่ส่งเสริมให้ภูมิภาคเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก จึงจำเป็นต้องเสริมสร้างเศรษฐกิจของภูมิภาคให้เป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแท้จริง โดยสนับสนุนให้การรวมตัวทางเศรษฐกิจในกรอบอาร์เสปและทีพีพีสามารถส่งเสริมซึ่งกันและกันได้ และเพื่อให้สามารถบรรลุการจัดทำเอฟแทปได้ต่อไป ความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับสหรัฐฯ จะเป็นกลไกสำคัญหนึ่งที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมดในการรองรับกฎระเบียบที่มีมาตรฐานสูง ทั้งในด้านการค้าและการลงทุนไทยสนับสนุนให้มีการจัดทำอาร์เสปเสร็จสิ้นภายในปีนี้ ซึ่งไทยก็สนใจและติดตามพัฒนาการของทีพีพีอย่างใกล้ชิด โดยจัดตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาความพร้อมของไทยต่อการเข้าร่วมทีพีพี ซึ่งจะรายงานผลการศึกษาภายในเดือนนี้ โดยจะหารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
พล.ต.วีรชน กล่าวต่อว่า ประการที่สองเพื่อสนับสนุนการรวมตัวทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค เราควรเร่งร่วมมือเรื่องการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนระหว่างกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นการลดอุปสรรคทางการค้า การปรับประสานกฎระเบียบ การพัฒนาคุณภาพสินค้า และการส่งเสริมการลงทุนสองทาง ทั้งสองฝ่ายควรเร่งสานต่อการดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือที่มีอยู่ โดยเฉพาะกรอบ Trade and Investment Framework Arrangement หรือทิฟ่า และ Expanded Economic Engagement หรืออีสามให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อนำไปสู่การสร้างกฎระเบียบทางการค้าและการลงทุนที่มีมาตรฐานสูง และเป็นการพัฒนาศักยภาพของระบบเศรษฐกิจในภูมิภาคโดยรวม
“นายกฯชื่นชมผลสำเร็จที่ผ่านมา โดยเฉพาะความร่วมมือด้านเทคนิค อาทิ การแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีในกรอบ Trade and Environment Dialogue ภายใต้อีสามซึ่งได้มีการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการประมงไอยูยู โดยไทยสนับสนุนให้อาเซียนและสหรัฐฯ ดำเนินความร่วมมือภายใต้กรอบอีสามอย่างเป็นรูปธรรมเช่นนี้ต่อไป รวมทั้งขยายขอบเขตความร่วมมือทางเทคนิคเช่นนี้ให้ครอบคลุมปัญหาอื่นๆ ด้วย เช่น การลักลอบค้าสัตว์ป่าและการค้าไม้ผิดกฎหมาย” พล.ต.วีรชน กล่าว
รองโฆษกฯกล่าวว่า ประการที่สามควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เราควรขยายความร่วมมือเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (เอสดีจี) โดยเน้นนโยบายที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะการขจัดความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม สนับสนุนให้สหรัฐฯ ขยายบทบาทในการเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือทั้งด้านเงินทุนและเทคนิค ทั้งในระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาค โดยในส่วนของไทย เราให้ความสำคัญ เป็นลำดับต้นต่อ การลดช่องว่างด้านการพัฒนาระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อเสริมสร้างประชาคมอาเซียนที่เข้มแข็ง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง นายกฯกล่าวถึงแนวทางที่ผมเสนอมาทั้งหมดนี้ เป็นการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนระหว่างอาเซียนกับสหรัฐฯ ซึ่งล้วนมีเป้าหมายหลักในการยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันอย่างยั่งยืนต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมได้หยิบยกถึงความร่วมมือเพื่อความหุ้นส่วนเพื่ออนาคตนั้น โดยนายกฯได้กล่าวแสดงความคิดเห็น ดังนี้ ว่า แนวโน้มด้านการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต โดยเฉพาะในแง่ของนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่จะช่วยสนับสนุนความเจริญเติบโตและการพัฒนาอย่างยั่งยืน และที่นี้ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ถือเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สำคัญแห่งหนึ่งของสหรัฐฯ และของโลกสำหรับหุ้นส่วนเพื่ออนาคตระหว่างอาเซียนกับสหรัฐฯ จะต้องครอบคลุมในด้านต่างๆ ดังนี้ ประการที่หนึ่งเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ให้สามารถเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และยินดีที่สหรัฐฯ จะให้การสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการของอาเซียน เพราะความเชี่ยวชาญของสหรัฐฯ ในด้านการส่งเสริมผลิตภาพ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งการเข้าสู่ตลาด และความเป็นสากล จะช่วยพัฒนาเอสเอ็มอีของอาเซียนให้ก้าวไกลได้ โดยนายกฯเสนอให้มีการจัดโครงการและกิจกรรมส่งเสริมการจับคู่ทางธุรกิจและผู้ประกอบการ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และถ่ายโอนเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง และขยายความร่วมมือในการเสริมสร้างเครือข่ายเพื่อสร้างโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการสตรี ทั้งในกรอบอาเซียนและ Lower Mekong Initiative (LMI) ประการที่สอง เศรษฐกิจดิจิทัลเป็นพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจใหม่ที่สำคัญ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงตลาดใหม่ๆ และแข่งขันกับบริษัทที่ใหญ่กว่าได้ รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญต่อการเร่งรัดพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างรอบด้าน ทั้งนี้การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนจะสร้างโอกาสใหม่ๆ สำหรับภาคธุรกิจของสหรัฐฯ จึงจะต้องมีการขยายความร่วมมือกับผู้นำอุตสาหกรรมดิจิทัลในสหรัฐฯ และเชิญชวนให้ภาคเอกชนสหรัฐฯ ที่สนใจเข้ามาลงทุนในอาเซียนพิจารณาให้ความสำคัญต่อการวิจัยและพัฒนา การถ่ายโอนเทคโนโลยีระดับสูงในการผลิต รวมทั้งพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับธุรกิจสมัยใหม่
พล.ต.วีรชน กล่าวว่า ประการที่สามคือการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเทคโนโลยีก้าวหน้าและนวัตกรรม โดยเฉพาะในสาขาอุตสาหกรรมเพื่ออนาคต อาทิ เทคโนโลยีสารสนเทศ พลังงานสะอาด การเกษตรที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ดาวเทียมและอวกาศ ปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่จะรองรับความก้าวหน้าต่างๆ เหล่านี้คือการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (สเต็ม) ทั้งนี้สหรัฐฯ กับอาเซียนสามารถแลกเปลี่ยนและร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นในด้านนี้เพื่อปูทางสู่อนาคตร่วมกัน โดยเน้นกลุ่มเยาวชนและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และปัจจุบัน ไทยและสหรัฐฯ มีกรอบความร่วมมือหุ้นส่วนเชิงสร้างสรรค์ระหว่างกัน ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ผมจึงขอเสนอว่า อาเซียนกับสหรัฐฯ อาจพิจารณาแนวทางในการขยายความร่วมมือในลักษณะเดียวกันนี้ เพื่อสนับสนุนการสร้าง “Creative ASEAN” และพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในภูมิภาค ซึ่งจะทำให้ประชาคมอาเซียนเป็นหุ้นส่วนที่เข้มแข็งของสหรัฐฯ นายกฯแสดงความเชื่อมั่นในตอนท้ายว่า แนวทางทั้งหมดนี้ จะช่วยเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเพื่ออนาคต เพื่อนำไปสู่โอกาส ผลประโยชน์ และความมั่งคั่งร่วมกันอย่างยั่งยืนของทั้งอาเซียนและสหรัฐฯ ต่อไป

