หน้าแรก การเมือง “ไพบูลย์” ร้อ...

“ไพบูลย์” ร้องผู้ตรวจจี้มส.ดำเนินตามพระลิขิตฯ-ซัดม็อบพระเป็นความเสื่อมสูงสุด

16.02.16 | 17:47 น.

“ไพบูลย์” ร้องผู้ตรวจจี้มส.ดำเนินตามพระลิขิตฯปมวินิจธัมมชโยอาบัติปาราชิกหรือไม่-ซัดม็อบพระที่พุทธมณฑลเป็นความเสื่อมสูงสุดของคณะสงฆ์-เชื่อข้อเสนอ5ข้อถึงรบ.เป็นไปไม่ได้เมื่อสมเด็จช่วงยังมีคดีรอตรวจสอบแนะควรจี้ดีเอสไอให้สรุปคดีรถหรู

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เข้ายื่นผู้ตรวจการแผ่นดินผ่านนายรักษ์เกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้วินิจฉัยการปฏิบัติหน้าที่ของมหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ว่าดำเนินการตามพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชจนสิ้นสุดขั้นตอนตามกฎหมายหรือไม่ ในกรณีที่ สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช ใช้อำนาจตามพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 8 ประกอบกับกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 21 พ.ศ.2538 มีพระลิขิตทรงวินิจฉัยว่าพระธัมมชโยต้องอาบัติปาราชิกพ้นจากการเป็นสมณเพศไปแล้ว ซึ่งมีผลตามกฎหมายและมหาเถรสมาคมให้การรับรองไว้แล้วในการประชุมเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2542 โดยแม้ว่ามหาเถรสมาคมจะไม่มีมติที่ระบุชัดเจนว่าพระธัมมชโยต้องอาบัติปาราชิกหรือให้พ้นจากการเป็นสมณเพศ แต่การที่มีมติรับรองพระลิขิตดังกล่าวเท่ากับเป็นการรับรองว่าพระธัมมชโยต้องอาบัติปาราชิกพ้นจากสมเพศซึ่งมีผลทางกฎหมายในทันที แต่จาการตรวจสอบพบว่ามหาเถรสมาคมยังไม่ดำเนินการให้พระธัมมชโยสละสมณเพศตามกฎหมายมหาเถรสมาคมฉบับที่ 21 พ.ศ.2538 แต่อย่างใด

นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า การที่มหาเถรสมาคมมีมติเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาว่าการดำเนินการให้เป็นไปตามพระลิขิตฯ ได้สิ้นสุดไปแล้วนั้นไม่ถูกต้อง เพราะกรณีที่อ้างถึงนายมาณพ พลไพรินทร์และสมพร เทพสิทธา เป็นโจทก์ยื่นฟ้องพระธัมมชโยว่าล่วงละเมิดพระธรรมวินัยด้วยการบิดเบือนหลักธรรมคำสอนพระพุทธศาสนา อวดอุตริ รวมไปถึงการยักยอกทรัพย์นั้น การพิจารณาด้านพระธรรมวินัยในชั้นนี้ยังอยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ในฐานะที่เป็นผู้พิจารณาตามกฎหมายมาเถรสมาคมฯ ว่าด้วยลงนิคหกรรม ไม่ใช่เป็นกรณีตามพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช

เมื่อถามถึงการชุมนุมของพระสงฆ์และการยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาล 5 ข้อ นายไพบูลย์กล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าวคงเป็นไปไม่ได้ เพราะรัฐบาลนี้ได้ยึดตามกฎหมาย หากจะให้คณะสงฆ์เป็นเอกเทศหรือรัฐอิสระเหมือนวาติกันคงทำไม่ได้ ในความเห็นส่วนตัวเชื่อว่าการออกมาชุมนุมนั้นเป็นการปกป้องพระเถระบางรูป และเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของพระที่เป็นแกนนำ ซึ่งคณะสงฆ์ในปัจจุบันนี้ต่างพยายามผูกขาดและแสดงความเป็นเจ้าของพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะมหาเถรสมาคมทั้งที่ไม่อยู่ในพระธรรมวินัย โดยพระพุทธศาสนาควรเป็นของพุทธบริษัทสี่ ไม่ควรผูกขาดโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง การที่พระสงฆ์ออกมาชุมนุมจนถึงขั้นปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหาร เป็นความเสื่อมขั้นสูงสุดที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการปกครองคณะสงฆ์ที่ล้มเหลว และเป็นการกระทำที่ผิดพระธรรมวินัยและกฎหมาย

รวมทั้งการที่มีข้อเสนอเร่งรัดให้มีการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่นั้น ก็เป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่ถูกต้องอาจเป็นการหมิ่นเหม่ก้าวล่วงพระราชอำนาจ เนื่องจากพระที่ถูกเสนอชื่อยังถูกตรวจสอบในเรื่องคดีความ เช่น คดีรถหรูว่าครอบครองอย่างถูกกฎหมายหรือไม่ หากตรวจสอบแล้วมีความผิด แม้กฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้ชัดเจน แต่ตามประเพณีปฏิบัติก็คงไม่สามารถหน้าที่ได้ หากจะเร่งรัดเรื่องดังกล่าวก็ควรไปเร่งรัดการตรวจสอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษให้สรุปผลโดยเร็วจะดีกว่า อีกทั้งในความเห็นส่วนยังมีข้อสงสัยว่า เจ้าอาวาสวัดปากน้ำยังมีความใกล้ชิดพระธัมมชโย ที่อาจมีการช่วยเหลือที่ไม่ให้ต้องอาบัติปาราชิกหรือไม่ อย่างไรก็ตาม คิดว่านี่จะเป็นจุดเปลี่ยนที่ดีที่จะนำไปสู่การปฏิรูปพระพุทธศาสนาและพ.ร.บ.คณะสงฆ์ เพื่อให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย

Advertisement