‘กัณวีร์’ ระบุที่ประชุม กก.ประสานงานเปลี่ยนผ่านนัดแรก ถกวางกรอบการทำงาน พร้อมนำเสนอเพิ่มอีก 5 คณะ

“กัณวีร์” ระบุที่ประชุม กก.ประสานงานเปลี่ยนผ่านนัดแรก ถกวางกรอบการทำงาน พร้อมนำเสนอเพิ่มอีก 5 คณะ เผย ชง หมอสุภัทรนั่งคณะกรรมการสันติภาพ-สาธารณสุขด้วย

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน นายกัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม และว่าที่ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคเป็นธรรม ได้เผยแพร่คลิป เพื่อสรุปการประชุมคณะกรรมการประสานงานเปลี่ยนผ่าน พรรคร่วมรัฐบาล ว่าซึ่งวันนี้ได้มีการประชุมคณะกรรมการดังกล่าวของพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 8 พรรคเป็นครั้งแรก โดยได้มีการพูดคุยกันว่าแนวทางการทำงานมีแนวทางอะไรบ้าง เป็นกรอบการทำงานของคณะทำงานว่า จะทำเรื่องอะไรบ้าง ขอบเขตอำนาจหน้าที่และผลผลิตการทำงานของคณะต่างๆ ที่ทำออกมาว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งต้องมีการเตรียมพร้อมเสียก่อน ก่อนที่จะมีการจัดตั้งรัฐบาลจริงๆ โดยใช้เวลา 2 เดือนในช่วงนี้ในการที่จะเข้าไปพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนพรรคต่างๆ รวมถึงการเดินทางสัญจรเพื่อลงพื้นที่จริงๆ

นายกัณวีร์กล่าวว่า ในพื้นที่ที่พรรคเป็นธรรมของเราลงไปปัตตานี เพื่อฟังปัญหาในพื้นที่จริง แต่ก็จะต้องหารือกับคณะทำงานก่อน โดยในพาร์ทแรกคือวันที่ 9 มิ.ย.นี้เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังจากนั้นจะมีการสร้างกรอบ ข้อเสนอ สร้างโรดแมปในการดำเนินการไปสู่กระบวนการสันติภาพให้เกิดขึ้น เพราะโรดแมปเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องกำหนด เพราะอยู่ดีๆ ไปสร้างสันติภาพเลยคงเป็นไปไม่ได้ ต้องสร้างโรดแมปออกมาว่า ขั้นแรกเป็นอย่างไร ขั้นสองเป็นอย่างไร ขั้นสามเป็นอย่างไร ต้องพูดเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างระบบราชการ สิทธิเสรีภาพของประชาชนในพื้นที่ ต้องยกระดับกระบวนการสันติภาพนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติให้ได้ จะมีกฎหมายตัวไหนมารองรับบ้าง หรือจะสร้างกฎหมายใหม่หรือไม่ หรือปรับเปลี่ยนกฎหมายเดิมหรือไม่ ซึ่งจะต้องมีการหารือกันในวันที่ 9 มิ.ย.ก่อนที่จะเดินทางไปในพื้นที่จริงเพื่อรับฟังปัญหา

มีหลายๆ คณะทำงานที่ทางพรรคเป็นธรรมได้ไปเสนอ ไม่ว่าจะเป็นคณะทำงานด้านต่างประเทศ เพราะเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่ง 8 พรรคร่วมได้มีการมองเพื่อจัดสรรลำดับความสำคัญเป็นการเร่งด่วนว่าเรื่องไหนที่มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนหลักๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าน้ำมัน เพราะหากไม่มีนโยบายที่ดีพี่น้องประชาชนก็จะแบกรับภาระตรงนี้ต่อไปเรื่อยๆ ยาเสพติดก็สำคัญเพราะเป็นปัญหาสังคม วันนี้จึงได้เพิ่มคณะทำงานขึ้นมาอีก 5 คณะทำงาน จาก 7 คณะทำงาน โดย 5 คณะทำงานที่สำคัญจริงๆ คือคณะทำงานสวัสดิการ ซึ่งได้มีการพูดคุยสวัสดิการของผู้สูงอายุ ว่าเราจำเป็นต้องมีสวัสดิการตรงนี้ด้วย โดย 5 คณะทำงานครั้งนี้จะมาสอดรับกับ 7 คณะทำงาน และต่อไปครั้งหน้าก็จะผลักให้ได้

Advertisement

เพราะได้คุยกับว่าที่นายกฯแล้วโดยบอกว่า ด้านการต่างประเทศจะเป็นเพราะจะเป็นบทบาทของการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในเวทีโลกว่าประเทศไทยเราได้เปลี่ยนแปลงแล้ว จุดยืนทางการทูตของเราก็จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง เราไม่สามารถที่จะใช้จุดยืนแบบเดิมได้ มิติด้านการต่างประเทศเป็นมิติที่ต้องครอบคลุมต้องคำนึงถึงหลายๆ ส่วน เช่น สิทธิมนุษยชน มนุษยธรรม เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องสังคม เรื่องความร่วมมือต่างๆ นานา ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนของประเทศไทย เพราะเราย่ำอยู่จุดเดิมมานานแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเป็นธรรมได้เสนอใครไปเป็นคณะทำงาน นายกัณวีร์กล่าวว่า ได้มีการนำเสนอตัวเองเข้าไปอยู่ในคณะกรรมการ ส่วนคณะทำงานก็มีคุณฮากิม พงตีกอ รองเลขาธิการพรรคเป็นธรรม ซึ่งเป็นคนในพื้นที่อยู่แล้ว มีองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องกระบวนการสร้างสันติภาพ ได้เสนอและมีการเข้าไปคุยกับ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่จะทำให้เรามีพลังในเรื่องสิทธิชุมชน และการต่อสู้กับโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรม เพราะเขาเป็นคนที่ได้รับผลกระทบจากความไม่เป็นธรรม และอีกคนคือ ซาฮารี เจ๊ะหลง ก็จะเข้ามาร่วมทำงานในภาคประชาสังคม รวมแล้ว 4 คนในคณะทำงานตรงนี้

อย่างไรก็ตาม แม้พรรคต่างๆ จะมีการเสนอชื่อมาพรรคละ 4-5 คน แต่จริงๆ แล้วที่ประชุมจะต้องมีมติออกมาว่าแต่ละพรรคจะต้องมีเพียง 1 คน เพราะรวมกัน 8 พรรค รวม 8 คน คนอื่นที่เสนอไปก็จะเข้าร่วมประชุมด้วยแต่จะไม่มีสิทธิมีเสียง เพราะต้องใช้เสียง 8 คนนั้น อย่างภาคใต้มีหลายมิติมากๆ ทั้งเรื่องความมั่นคง ความเหลื่อมล้ำ ปัญหาที่ดิน ซึ่งปัญหาเยอะมาก

นอกจากนี้ ในวันนี้ได้มีคุยกับเรื่องปัญหาสาธารณสุข ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากๆ เพราะกระทบต่อประชาชน เจ้าหน้าที่ ข้าราชการของกระทรวงสาธารณสุขที่อยู่ในพื้นที่ด้วย ก็อาจจะต้องดึง นพ.สุภัทร มาร่วมอีกครั้ง และต้องวิ่งหลายขา ซึ่งท่านบอกว่าพร้อมเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ

พรรคเป็นธรรมจะส่งคนไปนั่งคณะทำงานทุกชุดเพื่อไปเสนองานโครงสร้างคณะทำงานทางนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ ต้องจำเป็นต้องเข้าไปพูดคุยและสนองความคิดเห็นของเราในมิติของพวกเราและจุดยืนของพวกเรา

นายกัณวีร์กล่าวว่า จริงๆ แล้วทุกๆ ชายแดนของเรามีปัญหา ไม่ใช่เฉพาะชายแดนไทย-เมียนมาเท่านั้น อย่างการไปเอาไฟฟ้าจากต่างประเทศเข้ามาใช้ ทั้งที่ขณะนี้ไฟฟ้าในประเทศเราก็มีพออยู่แล้ว มีสำรองอย่างเพียงพอแต่มีการปิดกั้น เพราะตอนนี้เป็นสุญญากาศทางการเมืองที่ยังไม่มีรัฐบาลชุดใหม่ ใช้รัฐบาลรักษาการเลยเกิดปัญหาตรงนี้เกิดขึ้น วันนี้เราก็ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ว่าปัญหาตรงนี้จะแก้ไขอย่างไร ก็เลยเข้าไปอยู่ในคณะทำงาน แต่คณะทำงานอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ คงไม่ทันในการที่เราจะเป็นรัฐบาลในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นว่าที่ ส.ส.ก็ตาม หรือคนต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องในพื้นที่จำเป็นต้องกระโดดลงไปในพื้นที่ อย่างวันนั้นที่ผมลงไปในพื้นที่จังหวัดปัตตานีก็เป็นปัญหาเดียวกัน ทำไมนายทุนถึงเร่งรัดที่จะต้องเร่งรัดในการทำสัมปทานในช่วงสุญญากาศตรงนี้ เพราะฉะนั้นว่าที่ ส.ส.ทุกท่านพื้นที่ของท่านเปิดแล้วท่านต้องออกไป ประชาชนเลือกท่านมาเป็นผู้แทนของท่าน ท่านต้องไปดูในพื้นที่ว่ามีอะไรแล้วนำเสนอปัญหาเพื่อช่วยพี่น้องประชาชนประเทศชาติ

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image