หน้าแรก การเมือง ส.ว.ชี้รัฐบาล...

ส.ว.ชี้รัฐบาลแห่งชาติเกิดยาก อ้างปรองดอง ชงอีกสูตร โหวตเอา ‘นายกฯคนนอก’ เลย

6.06.23 | 15:07 น.

กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ถกรัฐบาลแห่งชาติ เชื่อ ‘จเด็จ’ มองการณ์ไกลกรณีเลือกนายกฯไม่ได้ เผย 18 ปีที่ผ่านมาเสนอมา 8 ครั้งไม่สำเร็จสักครั้ง ‘เสรี’ ชี้โอกาสเกิดได้ตาม ม.272 วรรคสอง ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 มิถุนายน ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ที่มี นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. เป็นประธาน กมธ. ได้นัดประชุมเพื่อหารือถึงข้อเสนอทางการเมืองต่อประเด็นการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤต หรือปัญหาการเลือกนายกรัฐมนตรี ตามที่ นายจเด็จ อินสว่าง ส.ว. ในฐานะรองประธาน กมธ.เสนอให้ทุกพรรคที่รับเลือกตั้งตั้งรัฐบาลทำงานร่วมกัน

ทั้งนี้ เวลา 12.30 น. นายเสรีแถลงการประชุมว่า ที่ประชุมได้รับฟังความเห็นของนายจเด็จต่อข้อเสนอดังกล่าว และมองว่าเป็นการมองการณ์ไกลและไม่ใช่เจตนาร้าย แต่เป็นความหวังดี เพื่อแก้ปัญหาวิกฤต การเลือกนายกฯที่อาจมีข้อขัดแย้ง ประเด็นคุณสมบัติการเป็นผู้สมัคร ส.ส. การถือหุ้นสื่อไอทีวี รวมถึงนโยบายที่มีประเด็นความมั่นคงเกี่ยวกับต่างประเทศที่ให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซง ปัญหาเศรษฐกิจ การบริหารงบประมาณแผ่นดิน กระทรวงการคลังที่มีการวิพากษ์วิจารณ์มาก รวมถึงการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ที่มีผลกระทบหมวด 1 หมวด 2 ที่กระทบต่อความมั่นคงและสถาบันเบื้องสูง ซี่งอาจกลายเป็นปัญหาบ้านเมืองได้

“กมธ.พิจารณาแล้วเห็นว่าข้อเสนอดังกล่าวเป็นไปได้ยาก เพราะเป็นเรื่องนอกรัฐธรรมนูญ และ 18 ปีที่ผ่านมาเกิดข้อเสนอรัฐบาลแห่งชาติ 8 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตาม การสร้างความปรองดอง กมธ.มองว่าจะเกิดขึ้นได้ต้องได้รับความเห็นพ้องจากทุกฝ่าย โดยมีแนวทางที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ คือมาตรา 272 วรรคสอง ว่าด้วยการเห็นพ้องของที่ประชุมรัฐสภา 2 ใน 3 หรือ 500 เสียง ที่ร่วมเว้นบทบัญญัติใช้แคนดิเดตนายกฯในบัญชีของพรรคการเมือง หรือเปิดช่องให้นายกฯคนนอก ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นไปได้ยาก เว้นแต่พรรคใหญ่ ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลเห็นชอบร่วมกัน ก็จะง่ายที่จะเกิดนายกฯคนนอก ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 วรรคสอง ซึ่งผมมองว่ากระบวนการที่ได้รับความร่วมมือร่วมใจนั้นไม่ต่างจากรัฐบาลแห่งชาติ” นายเสรีกล่าว

นายเสรีกล่าวด้วยว่า กมธ.เห็นว่าโอกาสที่จะเสนออยู่ในช่วงสถานการณ์ที่ไม่สามารถเลือกนายกฯได้ตามมาตรา 272 วรรคหนึ่ง แต่การจะแก้ปัญหาได้ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกพรรค ทุกฝ่าย ตามมาตรา 272 วรรคสอง นั่นคือความร่วมมือจากทุกพรรคเพื่อแก้ปัญหาให้ประเทศ ดังนั้น เป็นอีกทางที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตและทุกคนมองข้ามไป แต่นายจเด็จมองเห็นอนาคต ต้องการให้เกิดความปรองดอง สามัคคี ไม่มีอะไรแอบแฝงใดๆ ทั้งสิ้น

Advertisement