‘พิธา’ ถก ‘ชัชชาติ’ ชื่นมื่นจับมือตั้งคณะทำงาน รับ 21 ข้อเสนอ ลุยแก้ปัญหากทม.

6.06.23 | 17:08 น.

‘พิธา’ ถก ‘ชัชชาติ’ ชื่นมื่นจับมือตั้งคณะทำงาน Bangkok Transition Team รับ 21 ข้อเสนอ ลุยแก้ปัญหา กทม.

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 1 (เสาชิงช้า) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยว่าที่ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกลทั้ง 32 คน แถลงภายหลังประชุมหารือกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ในประเด็นความร่วมมือกันในการพัฒนากรุงเทพฯ

โดยนายพิธากล่าวว่า ขอบคุณท่านผู้ว่าฯ ที่อุตส่าห์โฆษณาพรรคก้าวไกล จะก้าวให้ไกลต้องก้าวด้วยกัน เป็นสิ่งที่พรรคก้าวไกลคิดมาโดยตลอด เป็นการทำงานอย่างไร้รอยต่อ ปัญหาหลายๆ เรื่องใน กทม. ทั้งปัญหาเก่าที่คาราคาซังมานาน หรือเป็นปัญหาใหม่ที่เพิ่งเป็นความท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ถ้าสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างไร้รอยต่อตั้งแต่ระดับรัฐบาล นายกรัฐมนตรี มาที่สภาผู้แทนราษฎร มาที่ผู้ว่าฯ กทม. และมาที่สภา กทม. คิดว่าการแก้ไขปัญหาไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัด ทั้งงบประมาณ เรื่องกฎหมาย หรือการประสานงานก็จะทำให้ กทม.ทำงานได้คล่องตัวมากขึ้น วันนี้จึงมารับข้อเสนอจากผู้ว่าฯ 21 ข้อ ที่ผู้ว่าฯกทม. ทำคนเดียวไม่ได้ต้องประสานงานกับเรา ที่จะให้เราไม่ว่าจะว่าที่ ส.ส.ทั้ง 32 คนใน กทม. ในการผ่านกฎหมายให้ผู้ว่าฯกทม. ทำงาน อาทิ

1.ปัญหาฝุ่น PM2.5 ใน กทม. ส่วนใหญ่มาจากการเดินทางของรถ ถ้าต่ำกว่า 4 ล้อ กทม. มีอำนาจตรวจ แต่ถ้ามากว่า 4 ล้อเป็นอำนาจของกระทรวงอื่น

2.การทำงานแบบไร้รอยต่อ Seamless Bangkok จะสามารถแก้ปัญหาให้ กทม.ได้ขนาดไหน ขณะเดียวกัน ตนได้เรียนผู้ว่าฯ ถึงกฎหมาย 45 ฉบับ ที่พรรคก้าวไกลต้องการนำเสนอ มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ใน กทม.เช่นกัน นั่นคือการทำ พ.ร.บ.กทม. ในการเลือกตั้งผู้ว่าเขตก็ได้นำเสนอและท่านผู้ว่าก็ได้รับทราบไว้

Advertisement

3.การแต่งตั้งคณะกรรมการเปลี่ยนผ่านในการทำงานระหว่าง กทม. และพรรคก้าวไกล Bangkok Transition Team โดยพรรคก้าวไกลเสนอนายพิจารณ์ เชาว์พัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค เป็นประธาน ทุกท่านที่ยืนในที่นี้ คือส่วนประกอบของคณะกรรมการชุดนี้

ขณะที่ กทม. ได้ส่งนายต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ มาเป็นประธานจากฝั่ง กทม. โดยจะทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อและเป็นรูปธรรม และทำให้การประชุมวันนี้ไม่ใช่แค่เสร็จแล้วเลิกกันไป แต่จะกำหนดประเด็นพิจารณาและสามารถมาประชุมครั้งที่สองที่สาม ได้อย่างมีเนื้อมีหนัง เพื่อประโยชน์และการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพของชาว กทม.

สำหรับข้อเสนอ 21 ข้อจากกรุงเทพมหานคร มีดังนี้
1.การใช้ที่ดินของหน่วยงานรัฐเพื่อประโยชน์ของประชาชน
2.ร่วมผลักดันโครงการตามวาระแห่งชาติเรื่อง ฝุ่น PM2.5
3.ทบทวน ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
4.ร่วมมือกับรัฐในการแก้ไขปัญหาจราจร
5.ศึกษาแผนระยะยาวในการป้องกันน้ำทะเลขึ้นสูง เนื่องจากสภาวะโลกร้อน
6.หาแนวทางในการจัดสรรงบประมาณให้สะท้อนกับความเป็นจริง
7.นำสายสื่อสารลงดิน โดย กสทช กทม กฟน และ ผู้ประกอบการ
8.หาข้อสรุปร่วมกันสำหรับโครงการรถไฟฟ้า
9.สนับสนุนการลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง ค่าโดยสารร่วม รถเมล์ รถไฟฟ้า เรือ ให้เป็นระบบเดียว
10.ร่วมกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมือง
11.พัฒนา Open Bangkok โดยการสนับสนุนข้อมูลจากรัฐ
12.ส่งเสริมการดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจเมือง
13.ปรับปรุงกฎหมายให้มีประสิทธิภาพ
14.แก้ พ.ร.บ.กทม ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น
15.เร่งรัดโครงการค้างอยู่ที่ต้องอาศัยเงินจากรัฐบาล
16.ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว
17.ส่งเสริมกลไกระบบสาธารณสุขปฐมภูมิ และการเชื่อมต่อกับเครือข่ายโรงพยาบาล Bangkok Health Zones
18.ยกระดับระบบการป้องกัน บรรเทาสาธารณภัยและการบริหารเรื่องฉุกเฉินตั้งแต่การเผชิญเหตุไปจนถึงการชดเชยค่าเสียหาย
19.ทบทวนอัตราส่วนค่าใช้จ่ายการจัดการบุคลากรภาครัฐ โดยเฉพาะงานด้านสาธารณสุขและสาธารณภัย
20.ทบทวนแนวทางการจัดทำความร่วมมือบ้านพี่เมืองน้องของ เมืองให้ท้องถิ่นสามารถดำเนินการได้คล่องตัวมากขึ้น
21.ยกระดับการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าในข้อเสนอ 21 ข้อ ของ กทม. มีวาระเร่งด่วนอะไรที่จะเสนอให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการ นายพิธากล่าวว่า ได้คุยกับนายชัชชาติเรียบร้อยแล้ว อย่างที่ 1 คือฤดูฝนจะเข้ามา คงเป็นเรื่องของการบริหารน้ำท่วม เขื่อน การจัดการน้ำทะเลหนุน และ 2 คือเรื่องคมนาคม ปัญหารถติด ที่เราจะเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ซึ่งนายศุภเชษฐ์ มีไอเดียในการใช้เทคโนโลยี ที่ได้ดำเนินการนำร่องไปแล้วที่เขตทวีวัฒนา โดย ส.ก.ของพรรคก้าวไกล เพื่อที่จะให้มีเส้นเลือดฝอยส่งไปสู่เส้นเลือดใหญ่ และการเดินทางไร้รอยต่อก็จะลดการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคลมากขึ้น 3 คือปัญหา PM2.5 แม้จะยังไม่มาเร็วๆ นี้ แต่การทำงานเป็นเชิงมหภาค หลายเรื่องอาจจะเกิดใน กทม. เช่นการก่อสร้างคมนาคม บางเรื่องอาจจะมาจากประเทศเพื่อนบ้าน บางเรื่องเป็นระดับประเทศ บางเรื่องเป็นระดับภูมิภาค และระดับท้องถิ่นอย่าง กทม. 3 ชั้นนี้จึงต้องมีกฎหมายอย่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด การทำงานของกระทรวงต่างประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรม และการประสานงานภายในพื้นที่ระหว่างกระทรวงคมนาคมและ กทม. นี่คือแนวทางในการทำงาน

เมื่อถามว่านายพิธาคิดว่าจะแก้ปัญหารถติดใน กทม.ได้มากน้อยแค่ไหน นายพิธากล่าวว่า มีความตั้งใจจะบรรเทาให้ได้มากที่สุดในการนำเทคโนโลยีมาใช้ การเดินทางที่มีรอยต่อเยอะอย่างการใช้รถไฟฟ้าที่ต้องไปต่อแถวเอาใหม่ เราต้องการที่จะให้มีตั๋วใบเดียวให้ได้ในราคาย่อมเยา การมีรถเมล์ไฟฟ้าที่สะดวกสะอาดมากขึ้น ทั้งหมดนี้เรามั่นใจว่า รถเมล์คันหนึ่งบรรทุกได้ 20 คน กับ 20 คัน ถ้าทำได้ก็ได้สองเด้ง คือลดการจราจรและลดการใช้พลังงานที่เป็นปัญหา ถ้าจะทำแซนด์บ็อกซ์ในเรื่องนี้ กทม. เป็นพื้นที่สำคัญที่สุด แต่ปริมณฑลจะเป็นแนวร่วมที่เราเรียกว่า กรุงเทพพลัส จึงต้องทำงานในรอบนอกด้วย

เมื่อถามว่าที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยทำตั๋วร่วมได้สำเร็จ นายชัชชาติมีความมั่นใจที่จะเสนอให้นายพิธาทำได้สำเร็จหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ตนมอบหมายให้นายสุรเชษฐ์ ปวีณวงศ์วุฒิ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นผู้ดำเนินการ เพราะเขาเป็นผู้ที่มีโมเดลคิดมาหลายอัน ว่าจะทำอย่างไรให้ได้ราคาที่เหมาะสม และอำนวยความสะดวกประชาชน