ห้วงเวลาที่รัฐบาลเก่ากำลังจะอำลา รัฐบาลใหม่จะเข้ามา ได้มองเห็นการได้โอกาสและการเสียโอกาสของพรรคการเมือง สำหรับว่าที่รัฐบาลใหม่แม้จะมีความกังขาว่าจะสามารถได้บริหารประเทศหรือไม่ เพราะกลไกตามรัฐธรรมนูญปัจจุบันอาจทำให้การขับเคลื่อนตามเจตจำนงของประชาชนที่ออกไปเลือกตั้งบิดเบี้ยวได้ตลอดเวลา แต่ดูเหมือนว่าพรรคก้าวไกล นำโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค จะไม่ปล่อยให้เวลาการรอคอยผ่านพ้นไปอย่างเปล่าประโยชน์ ดังจะเห็นว่าทุกวันพรรคก้าวไกลและนายพิธาได้พยายามทำงาน และตอกย้ำอุดมการณ์ที่เข้ามาเล่นการเมืองให้สังคมรับทราบตลอดเวลา
ขณะเดียวกัน การขับเคลื่อนงานของพรรคก้าวไกลและพรรคร่วมรัฐบาลที่จับมือกันก็เปิดโอกาสให้หลายกลุ่มคนในสังคมไทยที่เคยขาดโอกาสมีความหวัง นโยบายสุราก้าวหน้าเป็นตัวอย่างหนึ่งที่กำลังเปิดโอกาสให้กลุ่มอาชีพที่มีพลังน้อยได้รับความสนใจจากสังคม เช่นเดียวกับกลุ่ม LGBTQ+ หรือกลุ่มอาชีพประมง รวมทั้งท้องถิ่น ที่หวังเรื่องการกระจายอำนาจ
ในทางตรงกันข้าม รัฐบาลชุดปัจจุบันที่พ่ายแพ้การเลือกตั้งย่อมมองเห็นโอกาสที่ผ่านพ้นไป เพราะหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำคณะทหารเข้ายึดอำนาจรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ได้บริหารราชการแผ่นดินตั้งแต่ปี 2557 จวบจนถึงปี 2566 ถือเป็นโอกาสทองที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะได้แสดงฝีมือ แต่เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถสร้างความประทับใจให้ประชาชนได้ ผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่จึงตัดสินให้เปลี่ยนแปลง โดยเปิดโอกาสให้พรรคก้าวไกลเข้ามาแสดงฝีมือบริหารประเทศบ้าง
โอกาสที่พรรคก้าวไกลและพรรคการเมืองอีก 7 พรรคจะได้เข้าไปบริหารประเทศหรือไม่ต้องฝ่าด่านระเบียบกฎหมายตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างขึ้นและผ่านในช่วงเวลาที่ คสช.ครองอำนาจ แม้จะมีการทำประชามติก็เป็นการทำประชามติที่ผู้คัดค้านถูกกีดกัน กลายเป็นข้อสงสัยในความชอบธรรม รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีกลไกที่ให้เสียงส่วนน้อยโค่นล้มมติประชาชนเสียงข้างมากได้ ทำให้โอกาสที่ประชาชนอยากเห็นชุดบริหารชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่อาจจะไม่เกิดขึ้น ยกเว้นเสียแต่ว่า สมาชิกรัฐสภาจะเห็นความสำคัญของเจตจำนงของประชาชนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง และร่วมใจกันฝ่าด่านระเบียบกฎหมายนั้น ความต้องการของประชาชนก็จะมีโอกาสเกิดขึ้นจริงขึ้นมาได้

